Loading...

Blog

แกงเห็ดฟาง

แกงเห็ดฟาง ใส่ผักหวาน อาหารไทย 4 ภาค อาหารอีสาน เมนูแกงเห็ด

แกงเห็ดฟาง ใส่ผักหวาน แกงเห็ดฟางใส่ผักหวาน อาหารไทย 4 ภาค เมนูแกงเห็ด อาหารอีสาน แกงเห็ดใส่ผักหวาน เมนูที่ทำกินได้ทุกฤดูกาล แกงเห็ด สูตรเป็นแบบแกงลาว

แกงเห็ดฟาง ใส่ผักหวาน อาหารยอดนิยม เมนูแนะนำสำหรับวันนี้ แกงเห็ดฟางใส่ผักหวาน อาหารอร่อยๆ เมนูเห็ด วิธีทำแกงเห็ดฟางใส่ผักหวาน อาหารไทย 4 ภาค เมนูแกงเห็ด สอนทำอาหารอีสาน สูตรเมนูแกงอีสาน แกงเห็ดใส่ผักหวาน สุตรอาหาร ประเภทซุปอีสาน ที่มีรสชาติน่าลิ้มลอง

เมนูที่ทำกินได้ทุกฤดูกาล เป็นเห็ดเพาะของเกษตรกรมีขายอยู่ทุกฤดูกาล วิธีทำ แกงเห็ดรวม สไตล์อีสาน มีส่วนผสมและอธิบายวิธีทำทีละขั้นตอน ให้ง่ายๆ ต่อการทำ เมนูอาหารภาคอีสาน อีกเมนูอาหารทำง่ายๆ แกงเห็ด สูตรนี้เป็นแบบ แกงลาว ส่วนผสมตามสูตรนี้สามารถนำไปประยุกต์ทำ แกงเห็ด ต่างๆ

ส่วนผสมสำหรับทำแกงเห็ดฟางใส่ผักหวาน

ยอดผักหวาน 1/2 ถ้วย
เห็ดนางฟ้า 1/2 ถ้วย
เห็ดฟาง 1/2 ถ้วย
เห็ดฟางดอกตูม 1/2 ถ้วย
เห็ดนางฟ้า เห็ดเข็มทอง เห็ดหูหนู ผสมกัน ½ ถ้วย
พริกสดโขรก 2 ช้อนโต้ะ
หอมแดง โขรกหยาบ 3 ช้อนโต้ะ
ตะไคร้ หั่นหยาบ 4-5 ท่อน
ฟักทอง หั่นเป็นชิ้นพบคำ ครึ่ง ถ้วย
ใบแมงลัก 1 กำมือ
น้ำปลาร้า 1 ช้อนโต้ะ
น้ำปลา 1 ช้อนโต้ะ

แกงเห็ดฟาง

วิธีทำแกงเห็ดฟางใส่ผักหวาน

ต้มน้ำให้เดือด จากนั้นใส่ เห็ด หอมแดง ฟักทอง และ ตะไคร้ ลงไป
ปรุงรสด้วย น้ำปลา น้ำปลาร้า และ พริกสด
ใส่ ใบแมงลัก และ ผัดหวาน ลงไปต้มต่อและเสริฟใส่ชาม กับข้าวง่ายๆ เมนูอาหารอีสาน

เคล็ดลับการทำแกงเห็ดฟางใส่ผักหวาน

ผักหวานป่า ให้เลือก ยอดผักหวาน ใบอ่อน ใบอ่อนของผักหวาน เหมาะสำหรับนำมาทำอาหาร
หอมแดง และ ตะไคร้ ให้บุบให้พอแตก จะทำให้ รสชาติของหอมแดง และ ตะไคร้ หอมมากขึ้น
ฟักทอง เป็น อาหารแข็ง สุกยาก การทำอาหารที่มีฟักทอง ให้ใส่ฟักทองลงไปต้ม ให้ฟักทองได้ที่ก่อน จึงค่อยปรุงรส หากใส่ฟักทองทีหลัง จะทำให้ฟักทองไม่สุก หรือ ส่วนผสมอื่นๆ สุกเกินไป
ผักหวาน และ ใบแมงลัก สุกง่าย ให้ใส่ขั้นตอนสุดท้าย ก่อนจะเสร็จ จะทำให้ผักไม่เฉาเกินไป
แกงเห็ด เหมาะสำหรับ กินแบบร้อนๆ กินกับข้าวเหนียว
แกงเห็ดฟางใส่ผักหวาน เป้น อาหารพื้นบ้าน เมนูง่ายๆ อาหารยอดนิยม สามารถหาได้ง่ายๆ ตามท้องถิ่น ผักหวานจะออกมากในช่วง ต้นฤดูฝน อาหารอร่อยๆ สำหรับคนคิดถึงบ้าน ก็ทำอาหารกิน แต่วัตถุดิบอย่างผักหวาน คงหายากหน่อยในเมืองหลวง แต่เห็ดคงไม่ยาก อาหารอร่อยๆ ให้หายคิดถึงบ้าน

ขอบคุณแหล่งที่มา https://nlovecooking.com

Read more
ขนม ข้าวเกรียบอ่อน

ขนม ข้าวเกรียบอ่อน ขนมไทย เมนูนึ่งไส้ถั่วเขียวกวนแสนอร่อย

ขนม ข้าวเกรียบอ่อน เป็นขนมขึ้นชื่อของทางภาคตะวันออก โดยเฉพาะชลบุรี เป็นแป้งนึ่งห่อไส้ถั่วเขียวแสนอร่อย เป็นขนมไทยที่มีสีสันสดใส รสชาติถูกปากอีกหนึ่งเมนู อร่อยทั้งเด็กและผู้ใหญ่

ขนม ข้าวเกรียบอ่อน หน้าตาและสีสันคล้าย ๆ กับ ขนมถั่วแปบ แต่มีความแตกต่างที่แป้งที่นำมาใช้ทำขนม ขนมถั่วแปบ จะใช้แป้งข้าวเหนียว ส่วน ขนมข้าวเกรียบอ่อนจะใช้แป้งข้าวเจ้า เคล็กลับความอร่อยอยู่ที่ วัตถุดิบคุณภาพ เทคนิคการเตรียมอาหาร และ การทำขนม สูตรขนมข้าวเกรียบอ่อน ง่ายๆส่วนผสมและขั้นตอนการทำเข้าใจง่าย เหมาะสำหรับคนรักการทำขนมไทย

ส่วนผสมสำหรับทำขนมข้าวเกรียบอ่อน

  1. ถั่วเขียวผ่าสีซีก 400 กรัม
  2. เนื้อมะพร้าวขูดฝอย 100 กรัม
  3. น้ำตาลทราย 500 กรัม
  4. แป้งข้าวเจ้า 800 กรัม
  5. แป้งท้าว 200 กรัม
  6. แป้งมัน 400 กรัม
  7. หัวกะทิ 500 กรัม
  8. งาดำคั่ว 3 ช้อนโต้ะ
  9. น้ำใบเตยคั้นสด 2 ช้อนโต้ะ
  10. มะพร้าวขูดผอย 200 กรัม

ขนม ข้าวเกรียบอ่อน

วิธีทำขนมข้าวเกรียบอ่อน

เริ่มจากการเตรียมไส้ถั่วเขียว โดยการล้างถั่วเขียวให้สะอาด โดยล้างจนกว่าน้ำล้างถั่วเขียวจะใส และ แช่น้ำทิ้งไว้ที่อุณหภูมิห้อง 4 ชั่วโมง ให้คัดเอาถั่วเขียวที่ลอยน้ำออก เนื่องจากเป็นถั่วเสีย หากนำมาทำขนมจะมีกลิ่นหืนไม่น่ารับประทาน
จากนั้นนำถั่วเขียวไปนึ่ง ใช้เวลานึ่ง 50 นาที จากนั้นใส่มะพร้าวขูดฝอย 100 กรัมลงไปนึ่งกับถุั่วเขียว อีก 10 นาที รวมเวลานึ่งถั่วเขียวทั้งหมด 1 ชั่วโมง จะได้ถั่วเขียวที่นุ่มและสุก
จากนั้นนำถั่วเขียวนึ่งมาปรุงรสด้วยน้ำตาล ผสมและกวนถั่วเขียวจะได้ถั่วเขียวนึ่งเนื้อนวลๆ จากนั้นพักเอาไว้ก่อน รอทำแป้ง
เตรียมมะพร้าวขูดคั่ว โดยตั้งกระทะ นำเนื้อมะพร้าวขูดลงไปคั่วให้แห้งและเหลืองกรอบ อร่อย จากนั้นก็พักเอาไว้ก่อน
เตรียมแป้งนึ่ง โดย ผสมแป้งข้าวเจ้า แป้งท้าวยายม่อม และแป้งมันเข้าด้วยกัน ใส่หัวกะทิลงไป ผสมให้ส่วนผสมละลายเข้ากัน ใส่น้ำตาลทรายลงไป 500 กรัม และ งาดำคั่ว หมักทิ้งไว้ 45 นาที และ กวนให้เนื้อแป้งเข้ากัน
เตรียมหม้อนึ่ง โดย นำผ้าขาวคอทต้อน ขึงที่ปากของหม้อนึ่ง และ เจาะรูให้มีที่ระบายไอน้ำ ใส่น้ำครึ่งหม้อ และต้มให้น้ำเดือด
เริ่มทำขนมโดย เทแป้งลงไปบนผ้านึ่งให้เป็นแผ่นกลมๆ ความหนาพอดี ไม่หนาและไม่บางเกินไป นึ่งประมาณ 20 วินาที วางไส้ถั่วเขียวบนแป้งนึ่ง และ ห่อทับ เสริฟใส่จาน ก็รับประทานได้

เคล็ดลับการทำขนมข้าวเกรียบอ่อน

แป้ง ต้องใช้แป้งข้าวเจ้า แป้งเท้ายายม่อม และ แป้งมัน ผสมในอัตราส่วนที่พอดี การนวนแป้ง ให้หมักทิ้งไว้ให้แป้งอิ่มน้ำเนื้อแป้งจึงจะเข้ากัน เวลานึ่งแป้งจึงจะได้ตามที่ต้องการ
ถั่วเขียว ให้เลือกถั่วเขียวผ่าซีกแบบใหม่ๆ ยิ่งใหม่ถั่วยิ่งอร่อย โดยต้องนำถั่วไปล้างให้สะอาด ล้างจนน้ำใส และ แช่น้ำทิ้งไว้ 4 ชั่วโมง และ ต้องคัดเอาถั่วเสียออกด้วย ถั่วเสียจะลอยน้ำ ให้คัดออก หากนำถั่วเขียวเสียมาทำขนม ถั่วเขียวจะมีกลิ่นหืน
มะพร้าวขูด ให้ใช้เนื้อมะพร้าวใหม่ๆขูดจะได้มะพร้าวที่หอมอร่อยนุ่ม
กะทิ ให้เลือกใช้น้ำกะทิคั้นจากเนื้อมะพร้าวขูดแบบสดๆ ความสดของน้ำกะทิจะทำให้อาหารอร่อยๆ และ หอมแบบธรรมชาติ
งาดำ ต้องนำมาคั่วเอง คั่วแบบสดๆ จะได้งาที่มีความหอมอร่อย
น้ำใบเตย ให้เลือกใช้ใบเตยนำมาคั้นน้ำสีเขียว ไม่ใช้สีผสมอาหาร เราจะได้อาหารที่มาจากธรรมชาติจริงๆ
ผ้าสำหรับใช้ขึงปากหม้อ ต้องใช้ผ้าโทเล ผ้าแบบเสื้อนักเรียน หรือผ้าที่มีเนื้อละเอียดจึงจะทำให้ผ้าไม่ติดแป้ง และต้องขึงให้ผ้าตึงๆ
น้ำที่ใช้ในการนึ่งต้องใส่ให้มากหน่อย และใช้น้ำเดือด จึงจะทำให้ไอน้ำดันแป้งให้สุดและไม่ติดผ้า

ขอบคุณแหล่งที่มา https://nlovecooking.com

Read more

หมู มะนาว อาหารยำ กับแกล้มชั้นดีเยี่ยม เมนูหมู พร้อมวิธีทำ

หมู มะนาว อาหารประเภทยำ เนื้อหมูนุ่มๆ น้ำยำรสจัดจ้าน เมนูหมูมะนาว อาหารไทย หมูมะนาว ภาษาอังกฤษ เรียก Pork with Lemon spicy sweet sauce ทำไม่ยาก

หมู มะนาว เคล็ดลับความอร่อยของหมูมะนาว อยู่ที่ เนื้อหมูนุ่มๆ น้ำยำสูตรพิเศษ วิธีทำหมูมะนาว สูตรหมูมะนาว อาหาร ประเภทยำ เนื้อหมูนุ่มๆ น้ำยำรสจัดจ้าน ทำให้ เมนูหมูมะนาว เป็นอาหารไทย ที่ได้รับความนิยม หมูมะนาว ภาษาอังกฤษ เรียก Pork with Lemon spicy sweet sauce เป็นอาหารไทย ที่มีขั้นตอนการทำไม่ยุ่งยาก วัตถุดิบสามารถหาได้ง่าย

ส่วนผสมสำหรับทำหมูมะนาว

  1. หมูสไลด์ 1 ถ้วย
  2. กระเทียมบด 2 ช้อนโต้ะ
  3. พริกบด 2 ช้อนโต้ะ
  4. ผักชี
  5. น้ำปลา 2 ช้อนโต้ะ
  6. น้ำตาล 1 ช้อนโต้ะ
  7. น้ำมะนาวสด 2 ช้อนโต้ะ
  8. กะหล่ำปลีหั่นฝอย 5 ช้อนโต้ะ

หมู มะนาว 

วิธีทำหมูมะนาว

ลวกหมูให้สุก
เอากะหล่ำปลีใส่จานและเอาหมูลวกวางบนจาน
ทำน้ำยำ โดย ผสม กระเทียม พริก น้ำตาล น้ำปลา มะนาว ให้เข้ากัน และเทบนจานหมูที่เตรียมไว้
โรยหน้าด้วยผักชี

เคล็ดลับการทำหมูมะนาว

เนื้อหมูให้ใช้เนื้อสดๆ ใหม่ๆ โดย เลือกเนื้อส่วนสันใน หรือ สันนอก จะได้เนื้อหมูที่นุ่มหวาน
การลวกหมูนั้น ให้ใช้น้ำเดือดจัด ลวกไม่ต้องนาน จะได้เนื้อหมูที่นุ่ม และ หวาน
น้ำยำ รสชาติจะ เปรี้ยว หวาน นำ ตามด้วยรสเผ็ด ซึ่งสามารถใส่ความเผ็ดตามใจชอบ
เมนูอาหารไทยสุดแซ่บ ทำง่ายๆ ขั้นตอนไม่ยุ่งยาก เพียงแค่หั่นหมูเป็นชิ้น ลวกหมู ตักหมูขึ้นมาสะเด็ดน้ำจัดเรียงให้สวยงาม ราดด้วยน้ำยำ หมูมะนาว จึงเป็น อาหารไทย เมนูชื่อดัง ด้วย วัตถุดิบที่หาได้ในท้องถิ่น วิธีทำที เข้าใจง่าย ไม่ยุ่งยาก เหมาะสำหรับคนรักอาหารยำ และ คนรักการสังสรรค์

ขอบคุณแหล่งที่มา https://nlovecooking.com

 …

Read more
ผัดเผ็ดหมูป่า

ผัดเผ็ดหมูป่า อาหารไทย เมนูผัด กับข้าวจากหมูป่า เมนูอร่อย วิธีทำแบบง่ายๆ

ผัดเผ็ดหมูป่า ง่ายๆ สามารถทำกินเองที่บ้านได้ อาหารยอดนิยม เมนูผัด เมนูหมู เคล็ดลับการทำอาหาร สูตรผัดเผ็ด ทำไม่ยุ่งยาก เมนูอร่อย วิธีทำแบบง่ายๆ

ผัดเผ็ดหมูป่า สูตรอาหารยอดนิยม เมนูแนะนำ สำหรับวันนี้ คือ วิธีทำผัดเผ็ด เมนูหมู หมูป่าทำอะไรกินดี เมนูผัด เมนูอาหาร อาหารไทย เมนูอาหารไทย ผัดเผ็ด อาหารป่าเมนูนี้ดูจะแตกต่างและเข้าถึงได้ง่ายกว่าอาหารป่า เมนูอาหารพื้นเมือง หมูป่าผัดเผ็ด รสชาติอร่อยจัดจ้านจุดเด่นอยู่ที่เครื่องพริกแกงที่เผ็ดถึงใจ มีขั้นตอนการทำไม่ยุ่งยาก อีกหนึ่งเมนูอร่อย ๆ จากหมูที่ทำง่าย ๆ

ส่วนผสมสำหรับทำผัดเผ็ดหมูป่า

  • เนื้อหมูป่า หั่นเป็นชิ้นพอคำ 1 ถ้วย
  • พริกแกงเผ็ด 1 ช้อนโต้ะ
  • พริกสด หั่นเฉียง 2 ช้อนโต้ะ
  • ใบโหระพา 2 ช้อนโต้ะ
  • น้ำปลา 2 ช้อนโต้ะ
  • พริกสด บด 1 ช้อนโต้ะ
  • พริกไทยอ่อน 2 ช้อนโต้ะ
  • น้ำซุป 3 ช้อนโต้ะ
  • กระชาย หั่นฝอย 3 ช้อนโต้ะ
  • น้ำตาล 1 ช้อนโต้ะ
  • น้ำมันพืช สำหรับผัด 3 ช้อนโต้ะ
  • ใบมะกรูด หั่นฝอย 1 ช้อนโต้ะ

ผัดเผ็ดหมูป่า

วิธีทำผัดเผ็ดหมูป่า

  1. ตั้งกระทะน้ำมันให้ร้อน จากนั้นนำ เนื้อหมูป่า ลงไปผัดให้สุก จากนั้นนำพริกแกงเผ็ดลงไปผัดต่อให้สุก
  2. จากนั้นเติมน้ำซุปลงไปปรุงรสด้วย น้ำปลา และน้ำตาล
  3. จากนั้น ใส่ พริก พริกไทยอ่อน กระชาย ใบโหระพา และ ใบมะกรูด และผัดต่ออีกให้สุก เสริฟใส่จานพร้อมรับประทาน

เคล็ดลับการทำผัดเผ็ดหมูป่า

  • การเลือกเนื้อหมูป่า เลือกเนื้อหมูป่า ส่วนที่ติดมัน หรือ เนื้อสามชั้นหมูป่า โดยการเลือกหมูป่า ให้สังเกตุ ความสดของเนื้อ ดูความสมบูรณ์ของเนื้อ กลิ่นเนื้อไม่มีกลิ่นเน่า สีไม่คล้ำ
  • เครื่องแกงเผ็ด สำหรับ ทำหมูป่าผัดเผ็ด มีความสำคัญ เนื่องจาก เมนูนี้ต้องมีกลิ่นของเครื่องเทศสมุนไพร ที่แรง เพื่อดับกลิ่นคาวหของหมูป่า
  • กระชาย ให้ซอยบางๆ การผัด ให้แบ่งกระชายออกเป็น 2 ส่วน ส่วนแรกให้ นำลงไปผัดก่อน ส่วนที่สอง ให้ใส่ลงไปผัด ก่อนจะเสร็จ เนื่องจาก กระชายจะมีกลิ่นหอม แต่ เมื่อโดนความร้อนจะทำให้ กลิ่นและรสของกระชายหายไป เพื่อให้มีกลิ่นของกระชาย ให้แบ่ง ส่วนที่สองของกระชาย จะช่วยให้ มีความหอมของกระชายขึ้นมา
  • พริก สำหรับนำมาทำผัดเผ็ด ส่วนนี้ แบ่งเป็น 2 ส่วน โดยส่วนแรกให้โขรกบด เพื่อต้องการรสเผ็ด ส่วนที่สอง หั่นแบบเฉียงๆ ส่วนี้ ต้องการให้พริกมีสีสัน เพิ่มความสวยงามให้กับอาหาร

หมูป่า เป็นสัตว์ที่อยู่ในป่า เป็นหมูที่อยู่ในป่า หมูป่าจะเป็นสัตว์ที่มีไขมันไม่มาก เหมือนหมูที่เลี้ยงกันในฟาร์ม คนจึงนิยมจับมารับประทาน แต่ต่อมาภายหลัง ได้มีการเพาะเลี้ยงหมูป่าในระบบฟาร์มหมูป่าจึงกลายเป็นแค่ชื่อในตอนนี้ แต่หมูที่อยู่ในป่าก็ยังมีอยู่จะเห็นตามป่าได้ไม่ยาก ด้วยความที่หมูป่าเป้นสัตว์ที่ไขมันไม่มาก จึงถูกนำมาทำอาหาร เป็นอาหารป่า อาหารรสจัดจ้าน ผัดเผ็ด ก็เป้นอีกหนึ่งเมนูเด็ดจากหมูป่าเช่นกัน เราจึงนำเสนอ เมนูหมูป่าผัดเผ็ด ภาษาอังกฤษ เรียก Fried spicy boar

ขอบคุณแหล่งที่มา https://nlovecooking.com

Read more

น้ำพริก ปูม้า อาหารไทย น้ำพริกพื้นบ้าน เมนูปูม้า อาหารคลีน

น้ำพริก ปูม้า อาหารไทย น้ำพริกปูม้า น้ำพริกโบราณ อาหารพื้นบ้าน เมนูสุขภาพ เนื้อปูม้าเป็นวัตถุดิบหลัก น้ำพริกรสเด็ด ปูม้าทำอะไรกินได้บ้าง อาหารคลีน เมนูปู

น้ำพริก ปูม้า อาหารยอดนิยม เมนูอาหารแนะนำสำหรับวันนี้ ขอนำเสนอ สูตรน้ำพริก หอมๆ กินกับผักสดๆ นำเนื้อปูม้ามาทำ คือ น้ำพริกปูม้า เคล็ดลับความอร่อยของอาหารเมนูนี้ อยู่ที่ เนื้อปูม้าสดๆ นึ่งจนสุกหอม โขรกกับ เครื่องน้ำพริก อย่าง พริก กระเทียม ปรุงรสด้วย น้ำตาล น้ำปลา รสชาติอร่อย อย่าบอกใคร น้ำพริกปูม้า อาหารไทย เมนูปู อาหารสุขภาพ ง่ายๆ ส่วนผสมและขั้นตอนการทำ เข้าใจง่าย เหมาะสำหรับคนรักการทำอาหาร เมนูดีๆ อยากกินปู วิธีทำอาหารไทย กับข้าวง่ายๆ ตามร้านอาหารไทย

ส่วนผสมสำหรับทำน้ำพริกปูม้า

เนื้อปูม้า 1 ถ้วย
น้ำมะนาว 1 ช้อนโต้ะ
พริกสดบด 1 ช้อนโต้ะ
กระเทียม บด 1 ช้อนโต้ะ
ตะไคร้ หั่นหยาบๆ 2 ต้น
น้ำตาลปึก 1 ช้อนโต้ะ
น้ำปลา 1 ช้อนโต้ะ
ผักสด สำหรับทานกับน้ำพริก เลือกตามใจชอบ เช่น แตงกวา มะเขือ ผักกาดแก้ว ผักกะหล่ำปลี เป็นต้น

น้ำพริก ปูม้า

วิธีทำน้ำพริกปูม้า

ผักสดที่จะนำมาทานกับน้ำพริก ให้ล้างให้สะอาด จากนั้นนำไปแช่น้ำเย็น ให้ผัดสดชื่น และเย็น
นำเนื้อปูไปนึ่ง ก่อน โดยใส่ตะไคร้ลงไปน้ำนึ่ง ให้มีกลิ่นหอมของตะไคร้ นึ่งเนื้อปูให้สุก จากนั้น เตรียมครก โขรก พริกสด และ กระเทียม โขรกให้ละเอียดเป็นเนื้อเดียวกัน จากนั้น ปรุงรสด้วย น้ำตาลปี๊บ น้ำมะนาว และ น้ำปลา
จากนั้นใส่ เนื้อปูนึ่ง ลงไปโขรก ให้เนื้อปูเข้ากับน้ำพริก เท่านี้็พร้อมสำหรับสูตรน้ำพริก สำหรับวันนี้ เสริฟน้ำพริก ทานกับ ผักสดเย็นๆ กับข้าวง่ายๆ

เคล็ดลับการทำน้ำพริกปูม้า

เนื้อปูม้า ต้องเลือกเนื้อปูที่สดๆ การเลือกเนื้อปู ให้ดูที่สีของเนื้อปู สีต้องขาวนวล ไม่มีสีเหลือง หรือ เขียวปน และไม่มีกลิ่นเน่า
การเตรียมเนื้อปูม้า ให้นำเนื้อปูไปนึ่งอีกครั้งหนึ่ง เคล็ดลับการนึ่ง อยู่ที่ การใส่สมุนไพรดับกลิ่นคาว อย่างตะไคร้ลงไปในน้ำต้มสำหรับนึ่ง จะช่วยให้ เนื้อปูสุก และ หอมไม่มีกลิ่นคาว
กระเทียม สำหรับ นำมาทำน้ำพริก ให้เลือกใช้ กระเทียมไทย ความหอมของกระเทียมไทย เหมาะสำหรับนำมาทอาหารเมนูน้ำพริก ซึ่งเคล็ดลับการนำกระเทียมมาทำน้ำพริก ให้คั่วกระเทียมให้หอมก่อน เนื่องจากกระเทียมหากโดนความร้อน จะให้ความหอมมากขึ้น และ มีรสหวาน
น้ำตาล สำหรับนำมาทำน้ำพริก ให้เลือกใช้น้ำตาลปี๊บ เนื่องจาก ความหวานของน้ำตาลปี๊บพอดี และ เนื้อน้ำตาลละเอียด ไม่เป็นเม็ดละลายง่าย
พริกสด ให้เลือกใช้ พริกขี้หนูสวน เนื่องจากความเผ็ดของพริกขี้หนุสวน ให้ความเป้ดจัดจ้าน สำหรับการทำน้ำพริก

ขอบคุณแหล่งที่มา https://nlovecooking.com

Read more

น้ำใบเตย สูตรเครื่องดื่มมีคุณค่าไม่ใช่แค่กลิ่นหอม แถมยังมีประโยชน์

น้ำใบเตย นอกจากมีกลิ่นหอมดื่มสดชื่นแล้วยังช่วยบำรุงประสาท บำรุงหัวใจ ลดความดันโลหิต ใครอยากทำเครื่องดื่มจากใบเตยสำหรับวันหยุด

น้ำใบเตย มารู้จักวิธีทำน้ำใบเตย จับใบเตยล้างให้สะอาดแล้วหั่นท่อน จากนั้นก็เอาไปต้มจนน้ำเป็นสีเขียวอ่อน กรองเอาแต่น้ำแล้วเทใส่แก้วน้ำแข็ง ใครจะทำน้ำใบเตยมะนาวหรือน้ำใบเตยใส่วุ้นก็อร่อยไปอีกแบบนะคะ

น้ำใบเตย

ส่วนผสม น้ำใบเตย

  • ใบเตยหอม
  • เกลือ เล็กน้อย
  • น้ำตาลทราย ปริมาณตามชอบ
  • น้ำเปล่า

วิธีทำน้ำใบเตย

  1. ล้างใบเตยให้สะอาด หั่นเป็นท่อน
  2. ตั้งน้ำจนเดือด ใส่ใบเตยลงไป ต้มไปเรื่อย ๆ จนเดือดและน้ำเปลี่ยนสี ตักเอาใบเตยออก ปิดเตา
  3. ใส่น้ำตาลทรายและเกลือลงไปนิดหน่อย คนจนน้ำตาลละลาย ตักใส่แก้วน้ำแข็ง จัดเสิร์ฟ

วันหยุดต้องต้มน้ำใบเตยดื่มสักหม้อแล้วสิ เพราะมีประโยชน์มหาศาลเลยล่ะ ที่บ้านใครพอมีพื้นที่ลองปลูกเอาไว้ต้มกินเลยนะคะ เพราะถ้าจู่ ๆ อยากดื่มขึ้นมาไปหาซื้ออาจไม่มีก็เป็นได้

ขอบคุณแหล่งที่มา https://cooking.kapook.com

Read more
กุ้งนึ่งกระเทียมโทน

กุ้งนึ่งกระเทียมโทน สูตรอาหาร เมนูกุ้ง เมนูนึ่ง เหมาะสำหรับคนรักการทำอาหาร

กุ้งนึ่งกระเทียมโทน อาหารยอดนิยมสำหรับวันนี้ ขอนำเสนอ อาหารจีน เมนูนึ่ง เมนูกุ้ง สูตรกุ้งนึ่งกระเทียมโทน เคล็ดลับความอร่อยของอาหารเมนูนี้ อยู่ที่ เนื้อกุ้งสดๆ การปรุงรสชาติ และ เทคนิคการนึ่ง

กุ้งนึ่งกระเทียมโทน  นั้น เป็น อาหารจีน เมนูกุ้ง เคล็ดลับวิธีการทำอาหารจีน สูตรกุ้งนึ่งกระเทียมโทน มีอะไรบ้าง กุ้งนึ่งกระเทียมโทน ภาษาอังกฤษ เรียก Steamed shrimp with garlic สูตรอาหารแบบง่ายๆ เมนูอาหาร ยอดนิยม สำหรับ คนกินคลีน ส่วนผสมและขั้นตอนการทำเข้าใจง่าย เหมาะสำหรับคนรักการทำอาหาร

ส่วนผสมสำหรับทำกุ้งนึ่งกระเทียมโทน

กุ้งแกะเปลือกออก ประมาณ 15 ตัว
กระเทียมโทน 3 ช้อนโต้ะ
รากผักชีบด 1 ช้อนโต้ะ
กระเทียมดอง 10 หัว
ต้นหอมซอยเล็กๆและหั่นแครอทบางๆสำหรับแต่งจาน
น้ำซุปหมู 1 ถ้วย
น้ำตาล 1 ช้อนโต้ะ
ซีอิ๊วขาว 2 ช้อนโต๊ะ
ซอสปรุงรส 1 ช้อนโต๊ะ
เหล้าจีน 1 ช้อนชา

กุ้งนึ่งกระเทียมโทน

วิธีทำกุ้งนึ่งกระเทียมโทน

เตรียมชามสำหรับนึ่ง จากนั้นนำเนื้อกุ้ง มาหมักกับ กระเทียมโทน รากผักชีบด กระเทียมดอก น้ำซุป น้ำตาล ซีอิ้วขาว ซอสปรุงรส และ เหล้าจีน
เตรียมหม้อนึ่ง ต้มน้ำให้เดือด จากนั้นนำชามกุ้งมี่หมักเอาไว้ลงไปนึ่ง ใช้เวลา 15-30 นาที
เสริฟกุ้งนึ่งกระเทียมโทนใส่จาน จัดหน้าจานด้วยต้นหอมและแครอท ทานกุ้งนึ่งกระเทียมโทนกับน้ำจิ้มซีฟู๊ด กับข้าวง่ายๆ กุ้งนึ่งกระเทียมโทน

เคล็ดลับการทำกุ้งนึ่งกระเทียมโทน

เนื้อกุ้ง ให้เลือกกุ้งที่ สด ใหม่ และทำความสะอาด ให้สะอาด เลือกกุ้งที่มีขนาดพอดี ไม่เล็กเกินไป หรือ ใหญ่เกินไป
เนื้อกุ้งสุกง่าย การทำกุ้งนึ่งกระเทียมโทน นั้น ให้หมั่นคอยสังเหตุ เนื้อกุ้ง อย่าให้สุกเกินไป เนื่องจากกุ้งหากสุกมากเกินไป จะทำให้เนื้อกุ้งแข็ง ไม่น่ารับประทาน
สูตรกุ้งนึ่งกระเทียมโทน อาหารสุขภาพ ยุ่งยากจนเกินไป อาหารไขมันต่ำ ใส่กระเทียม ที่มีสรรพคุณต่างๆ มากมาย ช่วยลดไขมันในเส้นเลือด ได้ดี สูตรกุ้งนึ่งกระเทียมโทน ของ เชพปอ ประกอบด้วย กุ้งขาวขนาดกลาง รากผักชี กระเทียม กระเทียมโทน ต้นหอม น้ำสะอาด ซีอิ๊วขาว ซอสปรุงรส ซีอิ๊วดำ และน้ำตาลทราย

วิธีทำกุ้งนึ่งกระเทียมโทน สูตรเชฟปอ มีดังนี้ เทน้ำสะอาดใส่หม้อต้ม จากนั้น ใส่ซีอิ๊วขาว ซอสปรุงรส น้ำตาลทราย และต้มด้วยไฟปานกลาง จากนั้นเตรียมหมักกุ้ง ด้วย รากผัก กระเทียม โขลกพอหยาบ จากนั้น หั่นกระเทียมดองเป็นชิ้นบางๆ นำกุ้งมาหมัก กับรากผักชี กระทียมโขรก และกระเทียมดอง ราดด้วยน้ำซุปที่เตรียมไว้ ใส่ต้นหอม และนำไปนึ่งให้สุก ประมาณ 5 นาที ก็สามารถรับประทานได้

ขอบคุณแหล่งที่มา https://nlovecooking.com

Read more
พะโล้เจ

พะโล้เจ สูตรไม่ใส่ เครื่องพะโล้ อาหารเจอิ่มสบายได้โปรตีน

พะโล้เจ ไม่ต้องพึ่งผงพะโล้หรือเครื่องพะโล้ก็อร่อย เพราะมีกลิ่นหอมจากเห็ดหอม แถมได้โปรตีนเน้น ๆ อิ่มย่อยง่ายใจสะอาด

พะโล้เจ ใกล้เข้าเทศกาลกินเจ อีกแล้ว เชื่อว่าหลายคนก็ตระเตรียมทำอาหารเจ กินในครอบครัว โดยเฉพาะเมนูพะโล้เจที่กินได้ทุกวัย กระปุกดอทคอมขอนำเสนอวิธีทำพะโล้เจ สูตรไม่ใส่ผงพะโล้หรือเครื่องพะโล้ แต่อร่อยด้วยกลิ่นเห็ดหอม ใส่หมี่กึง เต้าหู้ทอด และเห็ดหอม เติมสีสันจากซีอิ๊วดำ เอาล่ะ… มาเข้าครัวพร้อมกันเลยค่ะ

 

พะโล้เจ

ส่วนผสม ต้มพะโล้เจ

​​ ​​ ​​​​ ​​​​​​•​ เต้าหู้ทอด 3 ก้อน
​​ ​​ ​​​​ ​​​​​​•​ เห็ดหอมแห้ง (แช่น้ำจนนุ่ม) หรือเห็ดหอมสด 5 ดอก
​​ ​​ ​​​​ ​​​​​​•​ หมี่กึง (หั่นแว่น) 1/2 ถ้วย
​​ ​​ ​​​​ ​​​​​​•​ น้ำมันพืช 1 ช้อนโต๊ะ
​​ ​​ ​​​​ ​​​​​​•​ ซอสเห็ดหอม (เจ) 1/2 ช้อนโต๊ะ
​​ ​​ ​​​​ ​​​​​​•​ เกลือป่น 1/2 ช้อนชา
​​ ​​ ​​​​ ​​​​​​•​ น้ำตาลปี๊บ 1/2 ช้อนโต๊ะ
​​ ​​ ​​​​ ​​​​​​•​ ซีอิ๊วขาว 1 ช้อนชา
​​ ​​ ​​​​ ​​​​​​•​ ซีอิ๊วดำ 1 ช้อนโต๊ะ
​​ ​​ ​​​​ ​​​​​​•​ น้ำแช่เห็ดหอม 1 ถ้วย

วิธีทำพะโล้เจ

1. ตั้งกระทะใส่น้ำมันพืชเล็กน้อยลง พอร้อนใส่เห็ดหอมลงไปผัดจนหอม จากนั้นใส่หมี่กึงตามลงไปผัดจนสุก ตักใส่หม้อ เตรียมไว้
2. เติมน้ำแช่เห็ดหอมลงในหม้อ ใส่เต้าหู้ลงไป เปิดไฟกลางต้มจนเดือด ปรุงรสด้วยซอสเห็ดหอม เกลือป่น น้ำตาลปี๊บ ซีอิ๊วขาว และซีอิ๊วดำ คนให้เข้ากัน ชิมรสตามชอบ พร้อมเสิร์ฟ

ขอบคุณแหล่งที่มา https://cooking.kapook.com

Read more
อาหารคลีน

อาหารคลีน เมนูปลาแซลมอน ทำง่ายสำหรับมือใหม่หัดกินคลีน

อาหารคลีน ที่คนรักสุขภาพนิยมทำกินเอง นอกจากจะเป็นเมนูอกไก่แล้ว ยังมีเมนูปลาแซลมอนอีกหนึ่งอย่าง วัตถุดิบเปี่ยมประโยชน์ยอดฮิตที่คนกินคลีนมักจะนำไปทำเป็นอาหารเพื่อสุขภาพ

อาหารคลีน ใคร ๆ ก็รู้ว่าปลาแซลมอนมีประโยชน์ต่อสุขภาพ บำรุงสมองและหัวใจ ไขมันต่ำ ย่อยง่าย กินแล้วสุขภาพดีจริง ๆ ที่สำคัญแต่ละสูตรไม่ใช้การทอด ใช้การอบอย่างเดียว เหมาะสำหรับมือใหม่ที่อยากหันมากินคลีนและอยากทำอาหารคลีนกินเองมากเลยค่ะ

แซลมอนอบผักรวม

เมนูปลาแซลมอนอบผักรวม (Salmon Veggies in Foil) อาหารคลีนกินง่ายทำง่าย นอกจากมีเนื้อปลาแซลมอนชิ้นโตหอมกลิ่นสมุนไพรแล้ว ยังเต็มไปด้วยผักสารพัด ทั้งซูกินี สควอชเหลือง และมะเขือเทศ เพิ่มความเปรี้ยวด้วยน้ำเลมอนทำให้ไม่เลี่ยน เพื่อน ๆ สามารถทำกินเป็นอาหารมื้อเย็นได้แบบไม่ต้องกลัวอ้วนเลยค่ะ

อาหารคลีน

สิ่งที่ต้องเตรียม

• เนื้อปลาแซลมอน 4 ชิ้น (ชิ้นละประมาณ 150 กรัม)
• ซูกินี 2 ลูกเล็ก
• สควอชเหลือง (หั่นรูปเสี้ยวพระจันทร์) 2 ลูกเล็ก
• หอมแดงหั่นบาง 1 ลูก
• กระเทียมสับละเอียด 1 กลีบ
• น้ำมันมะกอก 2 1/2 ช้อนโต๊ะ
• เกลือป่น
• พริกไทยดำป่น
• น้ำเลมอน 1 1/2 ช้อนโต๊ะ
• มะเขือเทศท้อหั่นเต๋า 2 ลูกใหญ่
• หอมแดงหั่นเต๋า 1 ลูก
• ใบไทม์สดสับ 1 ช้อนโต๊ะ (หรือใบไทม์แห้ง 1 ช้อนชา)
• ออริกาโน่ 3/4 ช้อนชา
• ใบมินต์แห้ง 1/2 ช้อนชา

วิธีทำ

• 1. เปิดเตาอบที่อุณหภูมิ 400 องศาฟาเรนไฮต์ เตรียมไว้
• 2. ใส่ซูกินี สควอชเหลือง หอมแดงหั่นบาง กระเทียม น้ำมันมะกอก 1 ช้อนโต๊ะ โรยเกลือและพริกไทยดำลงไป คลุกเคล้าให้เข้ากัน เสร็จแล้วแบ่งใส่ลงไปตรงกลางกระดาษฟอยล์ทั้ง 4 แผ่น เตรียมไว้
• 3. แบ่งน้ำมันมะกอกออกมา 1 ช้อนโต๊ะ นำมาทาเนื้อปลาแซลมอนให้ทั่วทั้ง 4 ชิ้น เสร็จแล้วโรยเกลือและพริกไทยดำให้ทั่ว นำมาจัดลงบนส่วนผสมผักที่ได้วางไว้บนฟอยล์ ใส่น้ำเลมอน โรยเกลือและพริกไทยดำลงไปด้านบนเนื้อปลาแซลมอน เตรียมไว้
• 4. นำมะเขือเทศ หอมแดงหั่นเต๋า ใบไทม์ ออริกาโน่ ใบมินต์ และน้ำมันมะกอกที่เหลือ คลุกเคล้าให้เข้ากัน ปรุงรสด้วยเกลือและพริกไทยดำ นำไปราดบนเนื้อปลาแซลมอนทั้ง 4 ชิ้น
• 5. ห่อส่วนผสมด้วยกระดาษฟอยล์ เริ่มจากพับริมด้านยาวเข้ามาทั้ง 2 ด้าน ตามด้วยพับริมด้านกว้างทั้ง 2 ด้าน
• 6. นำเข้าเตาอบ ประมาณ 25-30 นาที เปิดฟอยล์ออก พร้อมเสิร์ฟ

ขอบคุณแหล่งที่มา https://cooking.kapook.com

Read more
สุดยอด

สุดยอด อาหาร ที่ควรทานทุกวัน และยังให้คุณประโยชน์กับเรา

สุดยอด อาหาร  ไม่ว่าใคร ๆ ก็ล้วนแล้วอยากจะมีสุขภาพที่ดีไม่ต่างกัน ดังนั้น การดูแลตัวเองด้วยการออกกำลังกาย และการรับประทานอาหารที่มีประโยชน์

สุดยอด อาหาร เป็นวิธีง่าย ๆ ที่หลาย ๆ คนเลือกใช้ และที่สำคัญ มันให้ผลลัพธ์ที่ดีซะด้วยสิ โดยเฉพาะเรื่องการรับประทานอาหารที่ทำให้สุขภาพดีจากภายใน ยิ่งเป็นสิ่งที่ต้องทำให้ได้ทุกวันเลยล่ะ

อ๊ะ ๆ แต่รู้มั้ยคะว่า นอกจากการรับประทานอาหารครบ 5 หมู่แล้ว หากคุณได้รับประทาน “สุดยอดอาหาร” ในทุก ๆ วันแล้ว ยิ่งทำให้คุณมีสุขภาพดีมากขึ้นไปอีก เอ? ว่าแต่สุดยอดอาหารที่ว่านี้ คืออะไร อิอิ.. ตามไปดูพร้อม ๆ กันเลยค่ะ

1. เบอร์รี

แม้ว่าผลไม้ตระกูลเบอร์รีจะเคยเป็นผลไม้ที่หาทานได้ยากในบ้านเรา แต่ในสมัยนี้เห็นจะไม่ใช่อย่างนั้นแล้วล่ะค่ะ เพราะเดี๋ยวนี้เค้ามีขายกันเกลื่อนตามห้างสรรพสินค้า และท้องตลาดบางแห่งด้วยแน่ะ คุณ ๆ รู้ไหมคะว่า ผลไม้ตระกูลเบอร์รีนั้น ช่วยในเรื่องของระบบย่อยอาหารได้มากเลยทีเดียว แถมยังมีแอนตี้อ๊อกซิแดนท์ช่วยให้ผิวอ่อนเยาว์ และที่สำคัญ ยังมีวิตามิน C ที่ช่วยในเรื่องผิวพรรณและหวัดอีกด้วย

 

2. ไข่ไก่

ไข่ไก่เป็นสุดยอดอาหารที่หาง่ายมาก ๆ แถมยังราคาถูกอีกแน่ะ คุณ ๆ รู้ไหมว่า ไข่ไก่นั้นเป็นแหล่งของโปรตีนคุณภาพสูง ที่ทำให้คุณได้พลังงานแต่ไม่อ้วน แถมมีประโยชน์ในการบำรุงสายตา อ้อ แถมยังมีลูทีนที่จะป้องกันผิวคุณจากการทำลายของแสงแดดอีกด้วย

 

3. ถั่ว

ถั่วเป็นแหล่งของเหล็ก ซึ่งเป็นสารอาหารที่ช่วยในการส่งผ่านออกซิเจนจากปอดไปยังเซลล์ต่าง ๆ ของร่างกาย โดยในถั่ว 1 ถ้วย จะให้ธาตุเหล็กประมาณ 16 มิลลิกรัม ซึ่งถือว่าเป็นปริมาณที่สูงเลยทีเดียว นอกจากนี้ ถั่วยังมีไฟเบอร์ช่วยให้ร่างกายขับถ่ายได้ง่ายอีกด้วย

 

4. อัลมอนต์ แม็คคาเดเมีย และมะม่วงหิมพานต์

เป็นอาหารที่อุดมไปด้วยที่มีประโยชน์ต่อสุขภาพหัวใจ จากการศึกษาของนักโภชนาการ พบว่า ผู้ที่รับประทานเมล็ดพืชเหล่านี้จะมีอายุยืนกว่าผู้ที่ไม่ได้ทานถึง 2 ปีครึ่งเลยทีเดียว นอกจากนี้ ยังมีโอเมก้า 3 เอแอลเอ ที่จะส่งผลให้อารมณ์ดีขึ้น ที่สำคัญยังช่วยลดคอเลสเตอรอลที่ไม่ดีด้วย

 

สุดยอด อาหาร

5. ส้ม

เป็นแหล่งวิตามิน C คุณภาพ ที่มีประโยชน์ต่อการสร้างเซลล์เม็ดเลือดขาว และช่วยสร้างภูมิต้านทานโรค รวมทั้งยังมีไฟเบอร์สูง เป็นแหล่งของแอนติออกซิแดนท์ ที่จะช่วยปกป้องเซลล์ผิวจากการถูกทำลาย และเสริมสร้างคอลลาเจนในผิว เรียกว่าคุณประโยชน์ครบครันเลยทีเดียว

 

6. มันเทศ

อาหารที่หาได้ง่าย แถมยังให้ประโยชน์มากมายกับสุขภาพอีก มันเทศเป็นแหล่งเบตาแคโรทีนชั้นดีที่ช่วยในการบำรุงสายตา เสริมสร้างระบบภูมิคุ้มกัน และที่หลาย ๆ คนคิดไม่ถึง คือ มันเทศมีสารต้านมะเร็งสูงอีกด้วยค่ะ

 

7. บรอกโคลี

เป็นแหล่งของวิตามินซี เอ และเค เป็นผักที่มีเบต้าแคโรทีนสูง ช่วยบำรุงสายตา และมีสารไอโซธิโอไซยาเนทส์ (Isothiocyanates) ที่ช่วยต่อต้านมะเร็งปอด รวมถึงมะเร็งกระเพาะปัสสาวะ นอกจากนี้ วิตามินเคยังเป็นสารอาหารที่ช่วยเสริมสร้างความแข็งแรงของกระดูกด้วย

 

8. ชา

แม้ว่าชาจะเป็นหนึ่งในเครื่องดื่มที่ไม่ได้ให้ผลดีต่อสุขภาพเท่าไหร่ แต่รู้ไหมว่า การดื่มชาในปริมาณที่พอเหมาะ จะช่วยลดความเสี่ยงต่อการเป็นอัลไซเมอร์ มะเร็ง และทำให้สุขภาพฟันและกระดูกแข็งแรงขึ้น เพราะในชานั้นมีสารแอนตี้อ๊อกซิแดนท์ที่เรียกว่า ฟลาโวนอยด์ (flavonoids) ที่ให้ผลลัพธ์ที่ดีต่อสุขภาพ

 

9. คะน้า

มีสารเบต้าแคโรทีนสูง ช่วยลดความเสี่ยงต่อการเกิดมะเร็งกระเพาะอาหาร มะเร็งลำไส้ มะเร็งปอด รวมถึงมีวิตามินที่ช่วยเสริมสร้างกล้ามเนื้อ สร้างภูมิต้านทานโรคที่ดี นอกจากนี้ยังมีแคลเซียมเสริมสร้างการทำงานของกระดูก

 

10. โยเกิร์ต

อาหารสุขภาพที่หลาย ๆ คนมักจะซื้อไว้ติดบ้าน เอาไว้ทานยามหิว และนั่นเป็นสิ่งที่ดีแล้วค่ะ เพราะในโยเกิร์ตนั้นมีสารอาหารที่จำเป็นต่อร่างกายมากมาย ไม่ว่าจะเป็น โพแทสเซียม ฟอสฟอรัส สังกะสี วิตามินบี 12 และโปรตีน ดังนั้น ถ้าคุณทานโยเกิร์ตให้ได้วันละ 1 ถ้วย จะทำให้สุขภาพคุณดีอย่าบอกใครเลยล่ะ

ขอบคุณแหล่งที่มา https://health.kapook.com

Read more