เดือน: พฤศจิกายน 2018

จับ “ไอ้ตี๋” รัวกระสุนถล่มบ้านอดีตแฟนสาว-เผยประวัติต้องหมายจับ “พยายามฆ่า”

จับ “ไอ้ตี๋” รัวกระสุนถล่มบ้านอดีตแฟนสาว ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พ.ต.ท.วทัญญู รุ่งรัศมี รอง ผกก.ป.สภ.เมืองยโสธร พ.ต.ท.เทวฤทธิ์ สุขฉิมมา สวป.สภ.เมืองยโสธร พ.ต.ท.วรวุทธิ์ ท่านมุข สว.สส.สภ.เมืองยโสธร พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ตำรวจงานป้องกันปราบปราม สภ.เมืองยโสธร และเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวน สภ.เมืองยโสธร

จับ “ไอ้ตี๋” รัวกระสุนถล่มบ้านอดีตแฟนสาว ร่วมกันจับกุม นายศรายุทธ หรือ “ตี๋” อายุ 28 ปี อาศัยอยู่ในพื้นที่บ้านน้ำโผ่ ต.เดิด อ.เมืองยโสธร ผู้ต้องหาพร้อมของกลางยาบ้า 7 เม็ด และอาวุธปืนพกสั้นกึ่งอัตโนมัติ ขนาด 9 มม. จำนวน 1 กระบอก และกระสุนปืนขนาด .38 จำนวน 11 นัด โดยสามารถจับกุมได้ที่บ้านพักไม่มีเลขที่ บ้านน้ำโผ่ หมู่ 3 ต.เดิด อ.เมืองยโสธร

จับ

สืบเนื่องจากเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองยโสธร รับแจ้งเหตุเมื่อเวลา 04.00 น. ของวันที่ 9 พ.ย.ที่ผ่านมาว่า มีวัยรุ่นบุกยิงปืนถล่มบ้านหญิงสาว กว่า 10 นัด ในพื้นที่บ้าน กม.3 ต.ตาดทอง อ.เมืองยโสธร

จึงได้เดินทางไปตรวจสอบซึ่งไม่มีใครได้รับบาดเจ็บ แต่คนร้ายได้หลบหนีไปก่อนหน้านั้นแล้ว กระทั่งทราบว่า ผู้ก่อเหตุ คือ นายศรายุทธ หรือตี๋ จากนั้นชุดจับกุมได้รับแจ้งจากสายรับว่า นายศรายุทธ กำลังมั่วสุมยาเสพติดและมีพฤติกรรมชอบพกพาอาวุธปืนติดตัวตลอดเวลา อยู่บ้านพักไม่มีเลขที่บ้านน้ำโผ่ หมู่ 3 ต.เดิด อ.เมืองยโสธร

กระทั่งเจ้าหน้าที่ชุดจับกุมได้วางแผนเป็นกำลังเป็น 2 ชุด เพื่อปิดล้อมหน้าบ้านและหลังบ้านดังกล่าว จากนั้นเจ้าหน้าที่ได้กระจายกำลังบุกเข้าไปตรวจค้นในบ้านพักดังกล่าว เมื่อนายศรายุทธ เห็นเจ้าหน้าที่ตำรวจ ได้กระโดดหลบหนีออกทางหน้าต่าง พร้อมทิ้งอาวุธปืนพกสั้นกึ่งอัตโนมัติ ขนาด 9 มม. จำนวน 1 กระบอก กระทั่งถูกชุดจับกุมที่ดักรออยู่บริเวณหลังบ้านควบคุมตัวเอาไว้ได้

ต่อมาเจ้าหน้าที่ชุดจับกุมได้แสดงบัตร ป.ป.ส. เพื่อขอตรวจค้นภายในบ้านพัก พบยาเสพติดซุกซ่อนอยู่บริเวณพื้นห้องจริงวิเคราะห์บอล ซึ่งนายศรายุทธ เคยมีประวัติเคยถูกจำคุกในคดียาเสพติดและเพิ่งพ้นโทษออกมาได้ประมาณ 1 ปี ได้กลับมาเป็นผู้จำหน่ายยาเสพติดรายใหญ่ในพื้นที่ อ.เสลภูมิ จ.ร้อยเอ็ด พื้นที่ อ.ทรายมูล จ.ยโสธร และพื้นที่ อ.เมืองยโสธร

ทั้งนี้ นายศรายุทธ หรือตี๋ มีนิสัยชอบพกพาอาวุธปืนติดตัวตลอดเวลา และเมื่อจำหน่ายยาเสพติดให้ลูกค้าในพื้นที่แล้วเมื่อไปเก็บเงินไม่ได้นายศรายุทธ จะชอบยิงปืนข่มขู่ลูกค้าเป็นประจำ นอกจากนี้นายศรายุทธ ยังเป็นผู้ต้องหาตามหมายจับศาลจังหวัดอุตรดิตถ์ ที่ จ.264/2558 ลงวันที่ 12 ธ.ค. 58 ในข้อหา “พยายามฆ่า” อีกด้วย

นายศรายุทธ รับสารภาพว่า อาวุธปืนแมกกาซีนพร้อมกับกระสุนปืน และยาเสพติดเป็นของตนจริง โดยอาวุธปืนและกระสุนปืนนั้นตนซื้อมาจาก “นายแด้” ราษฏรทางภาคเหนือในราคา 42,000 บาท ส่วนยาบ้านั้นซื้อมาจากเพื่อนชื่อ “อาร์ต” ชาวร้อยเอ็ด จำนวน 12 เม็ด ในราคาเม็ดละ 100 บาท

โดยตนได้เสพไปแล้วจำนวน 2 เม็ด ส่วนเรื่องบุกยิงบ้านหญิงสาวในพื้นบ้าน กม.3 ต.ตาดทอง อ.เมืองยโสธร นั้นเนื่องจากผู้หญิงคนดังกล่าวเป็นอดีตแฟนสาวของตนเอง ส่วนสาเหตุตนไม่ขอพูดถึง

เบื้องต้น เจ้าหน้าที่ตำรวจได้แจ้งข้อกล่าวหา นายศรายุทธ ว่า “มียาเสพติดให้โทษประเภท 1(ยาบ้า) ไว้ในครอบครอง และมีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต” ก่อนนำตัวส่งพนักงานสอบสวนเพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

ขอบคุณแหล่งที่มา     https://www.sanook.com

Read more
มอบตัวแล้ว

มอบตัวแล้ว กระบะใจเหี้ยมถอยขยี้บิ๊กไบค์จนตาย อ้างตกใจ แต่ไม่ได้เมา

มอบตัวแล้ว พ่อและกลุ่มเพื่อนรับร่างหนุ่มบิ๊กไบค์ เหยื่อกระบะตัดหน้าชนกระจายเกลื่อนถนน ก่อนถอยหลังเหยียบซ้ำจนเสียชีวิต คนขับกระบะโผล่มอบตัวแล้วอ้างตกใจไม่เจตนาถอยเหยียบซ้ำ

มอบตัวแล้ว จากกรณีโลกออนไลน์มีการแชร์คลิปวิดีโอ เหตุการณ์รถกระบะสีดำ ไม่ทราบยี่ห้อและหมายเลขทะเบียนเลี้ยวตัดหน้ารถจักรยานยนต์ บริเวณสามแยกบ้านไทยเจริญ ต.อิสาณ อ.เมืองบุรีรัมย์ ซอยข้างเรือนจำจังหวัด เมื่อเวลา 19.30 น. (2 พ.ย.) ที่ผ่านมา เป็นเหตุให้รถจักรยานยนต์ซึ่งขับมาทางตรงพุ่งชนเต็มแรง จนร่างกระเด็นตกจากรถจักรยานยนต์นอนสลบกลางถนน จากนั้นรถกระบะยังถอยหลังเหยียบทับร่างของผู้ขี่จักรยานยนต์จนเสียชีวิต

มอบตัวแล้ว

ล่าสุด ผู้สื่อข่าวรายงานว่า (5 พ.ต.) พ.ต.อ.ต่อศักดิ์ ศรีเสริม ผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรเมืองบุรีรัมย์ กล่าวว่า ขณะนี้คนขับรถกระบะที่เลี้ยวตัดหน้าและถอยเหยียบซ้ำ ได้เข้ามอบตัวกับพนักงานสอบสวนเจ้าของคดีแล้ว โดยเบื้องต้นคนขับอ้างว่าตกใจไม่ได้มีเจตนาจะเหยียบซ้ำหรือหลบหนี และปฏิเสธว่าไม่ได้มึนเมา

เบื้องต้น พนักงานสอบสวนได้แจ้ง 2 ข้อหา “ขับรถโดยประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย, ไม่หยุดช่วยเหลือหรือไม่แจ้งเหตุให้เจ้าหน้าที่ที่อยู่ใกล้เคียงในทันที” ส่วนข้อหาอื่นต้องรอสอบปากคำผู้เกี่ยวข้องเพิ่มเติมอีกครั้ง

ขณะที่ นายนพอนันต์ บิดาของนายธิติพันธ์ หรือ เพชร อายุ 25 ปี ผู้เสียชีวิตจากเหตุการณ์ดังกล่าว พร้อมญาติพี่น้องและกลุ่มเพื่อนบิ๊กไบค์ ได้เดินทางมารับศพลูกชาย ที่อาคารพักศพด้านหลังโรงพยาบาลบุรีรัมย์

โดยบรรยากาศการรับศพก็เป็นไปด้วยความโศกเศร้าของครอบครัว ญาติ และกลุ่มเพื่อน เนื่องจากทำใจไม่ได้กับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น เพราะอุบัติเหตุครั้งนี้เป็นที่สะเทือนใจแก่ครอบครัวเป็นอย่างมาก

โดยครอบครัวจะนำร่างนายนิติพันธ์ ไปประกอบพิธีทางศาสนาที่บ้านหนองไผ่น้อย ต.ชุมเห็ด อ.เมืองบุรีรัมย์ โดยมีกำหนดจะประกอบพิธีบำเพ็ญกุศลถึงวันที่ 7 พ.ย. และจะฌาปนกิจในวันที่ 8 พ.ย.

นายนพรัตน์ ผู้เป็นพ่อ บอกว่า ทันทีที่ทราบข่าวรู้สึกตกใจและเสียใจมากที่เกิดเหตุการณ์แบบนี้ ปัจจุบันลูกชายทำงานอยู่ที่โรงงานน้ำตาลแห่งหนึ่งใน จ.บุรีรัมย์ เป็นเด็กนิสัยดี เชื่อฟังพ่อแม่ แต่ลูกชายรักการขับขี่รถจักรยานยนต์เวลาพี่ๆ เพื่อนๆ ในกลุ่มมีกิจกรรมลูกชายก็จะไปร่วมด้วย

ซึ่งครอบครัวก็ไม่ได้ห้ามปรามอะไรเพราะเป็นสิ่งที่ลูกชื่นชอบ แต่ก็พยายามบอกลูกตลอดให้ระมัดระวังอย่าขับเร็ว ส่วนภาพที่กล้องวงจรปิดบันทึกไว้ได้ขณะเกิดเหตุ ตนยังไม่กล้าดูเพราะทำใจไม่ได้ แต่ที่ได้ยินกลุ่มเพื่อนของลูกเล่าให้ฟังว่ารถกระบะถอยหลังมาเหยียบทับร่างลูกซ้ำอีก

หัวอกคนเป็นพ่อรับไม่ได้ไม่คิดว่าจะใจดำขนาดนี้ ก็อยากฝากถึงคนขับหลังเกิดเหตุแล้วทำไมไม่ลงมาดูหรือช่วยเหลือไม่น่าจะมาเหยียบซ้ำ แล้วขับรถหนีเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น ทั้งตั้งคำถามว่าหรือคนขับจะเมาแล้วกลัวความผิดจึงได้ขับรถหนี เพราะโทษเมาแล้วขับหนักมาก ส่วนเรื่องคดีก็ขอให้เป็นหน้าที่ของตำรวจ ก็อยากให้เป็นธรรมกับลูกชายและครอบครัวด้วย

ด้าน นายพชร หรือ บาส เพื่อนกลุ่มบิ๊กไบค์ บอกว่า ปกติตนกับผู้ตายสนิทกันเป็นการส่วนตัวอยู่แล้วตั้งแต่สมัยเรียนมัธยมฯ พอเรียนจบต่างก็ไปทำงานแล้วได้กลับมาเจอกันอีกตอนมารวมกลุ่มขับรถจักรยานยนต์บิ๊กไบค์ ซึ่งต่างก็ชื่นชอบอยู่แล้ว

ส่วนมากก็จะรวมกลุ่มกันทำกิจกรรมเพื่อสังคมระดมทุนไปสร้างห้องน้ำให้กับโรงเรียนยากไร้ มอบทุนให้กับเด็กนักเรียนยากจน เวลาขับขี่ก็จะคอยเตือนเพื่อนในกลุ่มเสมอว่าอย่าคึกคะนองให้ใช้ความระมัดระวัง แต่ก็ไม่คาดคิดว่าจะมาเกิดเหตุการณ์แบบนี้ขึ้น รู้สึกเสียใจมาก

ส่วนภาพที่ปรากฏในคลิปที่คนขับกระบะถอยกลับมาเหยียบทับร่างน้องซ้ำจนเสียชีวิต ส่วนตัวก็คิดว่าน่าจะมีเหตุอะไรบางอย่างที่ทำให้คนขับหลบหนี ก็ขอให้เป็นหน้าที่ตำรวจที่จะดำเนินการ

ขอบคุณแหล่งที่มา    https://www.sanook.com

Read more
สะเทือนขวัญ

สะเทือนขวัญ เก๋งวอลโว่คันเร่งค้าง พุ่งชนกำแพงอัดร่างหนุ่มใหญ่ดับ

สะเทือนขวัญ รถยนต์วอลโว่เกิดอาการคันเร่งค้าง เป็นเหตุทำให้ตัวรถพุ่งชนกำแพง พนักงานบริษัทเสียชีวิตคาที่

สะเทือนขวัญ ร้อยเวรสอบสวน สน.พหลโยธิน เข้าตรวจสอบอุบัติเหตุ รถวอลโว่ รุ่น 850 สีบรอนซ์ พุ่งชนกำแพง บริษัทแห่งหนึ่งภายในซอยลาดพร้าว 23 ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิต ทราบชื่อต่อมา คือ นายสมบูรณ์ อายุ 55 ปี จากการตรวจสอบสภาพรถ พบว่าด้านหน้ารถพังยับเยิน ก่อนที่รถยกเอกชนจะเคลื่อนย้ายออกจากจุดเกิดเหตุ

สะเทือนขวัญ

หลังรับแจ้งเหตุ เจ้าหน้าที่กู้ชีพโรงพยาบาลราชวิถี และเจ้าหน้าที่มูลนิธิอาสาสมัครจะพยายามเข้าช่วยเหลือ ด้วยการปั๊มหัวใจผู้ประสบเหตุ แต่ไม่สามารถยื้อชีวิตไว้ได้ จึงได้นำศพไปส่งยัง สน.พหลโยธิน เพื่อตรวจสอบประวัติและพิมพ์ลายนิ้วมือ ก่อนนำไปส่งที่สถาบันนิติเวช สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สตช.) เพื่อชันสูตรศพ หาสาเหตุการเสียชีวิตที่แท้จริงต่อไป

ขณะที่ญาติผู้เสียชีวิต เล่าให้ฟังว่า นายสมบูรณ์เป็นพนักงานดูแลรถส่วนกลางของบริษัทดังกล่าว โดยเมื่อช่วงเช้าได้นำรถไปตรวจเช็คล้างทำความสะอาด พร้อมติดเครื่องยนต์ทดสอบ แต่ระหว่างนั้นเครื่องยนต์ของรถได้เกิดคันเร่งค้างและเพิ่มความเร็ว ทำให้นายสมบูรณ์ ไม่สามารถควบคุมรถเอาไว้ได้

จนกระทั่งรถทั้งคันได้พุ่งชนกำแพงภายในบริษัทพังทะลุเสียหาย โดยอยู่ห่างจากจุดที่จอดรถออกไปประมาณ 50 เมตร อย่างไรก็ตาม ขณะนี้ญาติผู้เสียชีวิตได้เดินทางไปที่ สน.พหลโยธิน แล้วเพื่อไปติดต่อเรื่องเอกสารรับศพและนำศพไปบำเพ็ญกุศลแล้ว

ขอบคุณแหล่งที่มา   https://www.sanook.com

Read more
จยย

จยย.เปลี่ยนเลนกะทันหัน ถูกรถเก๋งพุ่งอัดยับ-ลากศพไกล 20 เมตร

จยย.เปลี่ยนเลนกะทันหัน จ.สุพรรณบุรี ร.ต.อ.ปริทรรศน์ ชูทอง รองสารวัตรสอบสวน สภ.ดอนเจดีย์ จ.สุพรรณบุรี รับแจ้งเหตุรถเก๋งชนจักรยานยนต์มีคนเสียชีวิตที่ถนนสายอู่ยา-ดอนเจดีย์ ขาเข้าดอนเจดีย์

จยย.เปลี่ยนเลนกะทันหัน จึงรุดไปตรวจสอบพร้อม พ.ต.อ.ยิ่งยศ เขินอำนวย ผกก.แพทย์เวร รพ.ดอนเจดีย์ และเจ้าหน้าที่มูลนิธิเสมอกันกู้ภัยสุพรรณบุรี
โดยที่เกิดเหตุพบรถยนต์เก๋ง ยี่ห้อ ซูซูกิ สีแดง ทะเบียน กฐ 3865 กรุงเทพมหานคร ชนรถจักรยานยนต์ ยี่ห้อ ยามาฮ่า X1 สีน้ำเงินดำ ทะเบียน มทย 523 กรุงเทพมหานคร ติดคาอยู่กับหน้ารถสภาพหน้ารถพังเสียหายไฟหน้าด้านขวาแตกพังยุบ กระจกหน้าแตก

จยย.เปลี่ยนเลนกะทันหัน

ห่างกันประมาณ 20 เมตร พบร่าง นายอนุสรณ์ อายุ 32 ปี ภูมิลำเนาอยู่ที่ ต.ดอนเจดีย์ อ.ดอนเจดีย์ เสียชีวิตสภาพนุ่งกางเกงขาสั้นสีดำ สวมเสื้อยืดสีเหลืองคาดลายเสียชีวิตนอนคว่ำหน้าจมกองเลือดอยู่กลางถนน

จากการสอบสวนเบื้องต้นทราบว่า ก่อนเกิดเหตุขณะที่ น.ส.อ้อมใจ อายุ 36 ปี ทำงานเป็นพนักงานอยู่ที่บริษัทแห่งหนึ่ง ได้ขับรถมาจากตัวเมืองสุพรรณบุรี มุ่งไป อ.ด่านช้าง มาตามถนนสายดังกล่าว ถึงจุดเกิดเหตุ ผู้ตายซึ่งขี่รถจักรยานยนต์ อยู่ด้านหน้าได้เปลี่ยนช่องจราจรแบบกะทันหัน คนขับรถเก๋งเบรกไม่ทันจึงพุ่งชนอย่างแรงครูดร่างนายอนุสรณ์ และรถจักรยานยนต์ ไปกับพื้นถนนเป็นระยะทางยาวกว่า 20 เมตร เป็นเหตุให้นายอนุสรณ์ เสียชีวิตคาที่

หลังเกิดเหตุ น.ส.อ้อมใจ ได้แจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจ และยืนรอมอบตัวอยู่ที่เกิดเหตุ อย่างไรก็ตามเจ้าหน้าที่จะได้ตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิด บริเวณใกล้เคียงไว้เป็นหลักฐานพร้อมกับสอบสวนสาเหตุของการเกิดอุบัติเหตุที่แท้จริงอย่างละเอียดเพื่อดำเนินการตามขั้นตอนกฎหมายต่อไป

ขอบคุณแหล่งที่มา    https://www.sanook.com

Read more