หมวดหมู่: ข่าวทั่วไป

ผัดกะเพราหมูสับ

ผัดกะเพราหมูสับ อาหารตามสั่งสิ้นคิด ที่ทุกคนชอบกินมากที่สุด

ผัดกะเพราหมูสับ เมนูที่เชื่อว่าทุกคนก็เคยสั่งแม้จะจัดอยู่รายการ อาหารสิ้นคิด

ผัดกะเพราหมูสับ แต่ทุกคนก็ต้องการเวลาหิวใช่ไหมล่ะคะ มาดูกันดีกว่าว่า 10 อันดับ อาหารสิ้นคิด นี้มีอะไรบ้าง

ส่วนผสม

น้ำมันรำข้าว 1 ช้อนโต๊ะ
กระเทียมสับ 1 ช้อนโต๊ะ
พริกแดงตำ ตามชอบ
หมูบด 200 กรัม
น้ำสต็อก 1/4 ถ้วย
ซอสหอยนางรม 1 1/2 ช้อนโต๊ะ
น้ำปลา 1 ช้อนโต๊ะ
น้ำตาลทราย 1 ช้อนชา
ใบกะเพราตามชอบ

ผัดกะเพราหมูสับ

วิธีทำ

เทน้ำมันลงในกระทะตามด้วยกระเทียมสับและพริกแดงตำ ผัดจนมีกลิ่นหอม
ตามด้วยหมูบด ผัดให้หมูสุกระดับหนึ่ง เทน้ำมันสต็อกลงไปเล็กน้อย ปรุงรสด้วยซอสหอยนางรม น้ำปลา และน้ำตาลทราย ผัดให้ทุกอย่างเข้ากัน
ปิดไฟแล้วใส่ใบกะเพรา ผัดให้ใบกะเพราสะดุ้งความร้อนเล็กน้อย เสร็จแล้วตักราดข้าวเสิร์ฟคู่กับไข่ดาวได้เลยค่ะ

ขอบคุณแหล่งที่มา https://food.mthai.com/

 

 …

Read more
ออกหมายจับ

ออกหมายจับ ผัวโหดยิงแม่ค้าขนมหวานดับ แม่ห่วงหวั่นหนีไปฆ่าตัวตาย

ออกหมายจับ ที่ จ.สุพรรณบุรี จากกรณีที่ น.ส.ชนัดดา หรือ เจ๊มล อายุ 42 ปี แม่ค้าขายขนมหวาน ในตลาดสามชุก อ.สามชุก จ.สุพรรณบุรี หลังถูก นายพชร หรือโด่ง อายุ 37 ปี สามี ใช้อาวุธปืนขนาด 9 มม.ยิงตัดขั้วหัวใจเสียชีวิตคาห้องนอน

ออกหมายจับ พื้นที่ บ้านเลขที่ 141 หมู่ 4 ต.ย่านยาว อ.สามชุก สาเหตุจากการหึงหวงภรรยาจะปันใจให้ชายอื่น หรืออาจจะคลั่งยาเสพติดและหึงหวงภรรยาด้วย เนื่องจากก่อนเกิดเหตุทั้งสองมีปากเสียงทะเลาะกันอย่างรุนแรง ก่อนจะก่อเหตุยิงเมียจนเสียชีวิต เหตุเกิดเมื่อช่วงเย็นวันที่ 21 พ.ย.ที่ผ่านมา หลังเกิดเหตุนายพชร สามีขับรถเก๋งหลบหนีไป

ความคืบหน้าล่าสุด เจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนได้พบรถเก๋งยี่ห้อฮอนด้า ซีวิค สีฟ้า ทะเบียน กพ-4382 นครสวรรค์ ซึ่งเป็นรถของผู้ตาย ที่คนร้ายใช้หลบหนี วันที่เกิดเหตุถูกนำมาจอดซุกไว้ที่โรงจอดรถด้านหลังปั๊มน้ำมันไม่มีชื่อ ห่างจากบ้านเกิดเหตุราว 20 กม.

ออกหมายจับ

ทางด้าน พ.ต.ท. (หญิง) เอกจิตรา มีไชยธร รอง ผกก.ศพฐ.7 ภ.จว.สุพรรณบุรี เข้ามาตรวจสอบทำพาราฟินเทสเก็บดีเอ็นเอ และนิ้วมือแฝงของคนร้ายไว้เป็นหลักฐาน ซึ่งแนวทางการสืบสวน เบื้องต้นทราบว่าหลังก่อเหตุนายพชร มือปืนได้ขับรถเก๋งมาจอดซ่อนไว้ที่โรงจอดรถ จากนั้นมีเพื่อนสนิทขี่รถจักรยานยนต์พาหลบหนีไป ตำรวจยังเชื่อว่าคนร้ายยังกบดานอยู่ในพื้นที่ อย่างไรก็ตามกำลังเจ้าหน้าที่ได้ปูพรมลงพื้นที่สืบหาเบาะแสต่างๆ พร้อมกดดันให้คนร้ายออกมามอบตัว

ล่าสุด ศาลจังหวัดสุพรรณบุรีได้อนุมัติหมายจับนายพชร ข้อหาฆ่าผู้อื่น มีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนโดยไม่ได้รับอนุญาต พาอาวุธปืนไปในเมือง หมู่บ้าน โดยไม่มีเหตุอันควร

ทางด้าน นางทูลพร อายุ 59 ปี มารดามือปืน ได้เดินทางมาที่บ้านเกิดเหตุพร้อมกับเปิดเผยว่า ขณะนี้พยายามติดต่อลูกชายเพื่อให้เข้ามอบตัวตำรวจเนื่องจากเกรงว่าลูกชายจะคิดสั้นตัดสินใจฆ่าตัวตาย ปกติลูกชายจะเป็นคนนิสัยสนุกสนานร่าเริง ส่วนเรื่องที่ก่อเหตุยิงภรรยาไม่ทราบว่าทั้งคู่มีเรื่องอะไรกันมาก่อน เพราะปกติทั้งคู่ก็รักกันดี

ญาติพี่น้องทุกคนนั้นก็ยังตกใจไม่คาดว่าจะเกิดเหตุการณ์นี้ขึ้นมา ตอนนี้ก็ได้แต่ภาวนาให้ลูกชายติดต่อมาหาตนเพื่อจะได้เข้ามอบตัว ไม่อยากให้หลบหนีไปไหน ทั้งแม่ ยาย และญาติๆ ต่างเป็นห่วง อยากขอให้ลูกเข้ามอบตัว

ขอบคุณแหล่งที่มา    https://www.sanook.com/

Read more

รวบแล้ว 2 โจ๋ กราดยิงช่างแอร์ดับคาร้านข้าวต้ม อ้างไม่พอใจเพราะ “ถูกมองหน้า”

รวบแล้ว 2 โจ๋ ตำรวจภูธรภาค 1 แถลงจับกุม 2 มือปืน กราดยิงหน้าร้านข้าวต้ม ส่งผลให้หนุ่มช่างแอร์วัย 27 ปี เสียชีวิต

รวบแล้ว 2 โจ๋ พล.ต.ต.อำพล บัวรับพร รักษาราชการแทนผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 1 และ พล.ต.ต.ธนายุตม์ วุฒิจรัสดำรงค์ รองผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 1 แถลงจับกุม นายภัทร อายุ 23 ปี และ นายพีรพล อายุ 23 ปี ผู้ต้องหาที่ร่วมกันก่อเหตุใช้อาวุธปืนยิง นายวารุต อายุ 27 ปี ช่างแอร์ เสียชีวิต และเพื่อนอีก 2 คนได้รับบาดเจ็บ เหตุเกิดบริเวณหน้าร้านข้าวต้ม ตำบลคลองหนึ่ง อำเภอคลองหลวง จังหวัดปทุมธานี เมื่อ 14 พฤศจิกายน ที่ผ่านมา

รวบแล้ว 2 โจ๋

เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวนติดตามจับกุมตัวผู้ต้องหาทั้ง 2 คนได้ ขณะหลบหนีไปกบด้านบ้านคนสนิทที่ จ.จันทบุรี สอบสวนเบื้องต้น ผู้ต้องหาอ้างว่า ไม่พอใจที่ถูกมองหน้า และเคยมีเรื่องกันมาก่อนหน้านี้ด้วย จึงมีปากเสียงทะเลาะวิวาทกัน ก่อนจะก่อเหตุใช้อาวุธปืนยิงผู้ตายดังกล่าว

หลังคุมตัวผู้ต้องหามาสอบสวนแล้วเจ้าหน้าที่ได้พาไปทำแผนประกอบคำรับสารภาพในที่เกิดเหตุดูบอลออนไลน์ ก่อนจะแจ้งข้อหาร่วมกันฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา ร่วมกันพยายามฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา ยิงปืนซึ่งใช้ดินระเบิดโดยใช่เหตุ ในเมือง หมู่บ้านหรือชุมนุมชน

ขอบคุณแหล่งที่มา    https://www.sanook.com

Read more
บุกจับ

บุกจับ รองนายก อบต.คลองน้อย พร้อมพวก บงการฆ่านายช่างโยธา

บุกจับ กองปราบฯ รวบรองนายก อบต.คลองน้อย พร้อมทีมสังหาร บงการฆ่านายช่างโยธา ปมขัดแย้งผลประโยชน์โครงการสร้างถนน

บุกจับ พล.ต.ต.สุทิน ทรัพย์พ่วง รักษาการ ผบช.ก. แถลงจับกุม นายพานิช ชินวงศ์ อายุ 52 ปี รองนายก อบต.คลองน้อย ชาว จ.นครศรีธรรมราช กับพวก รวม 4 คน ผู้ต้องหา ตามหมายจับศาลจังหวัดปากพนัง ข้อหาเป็นผู้ใช้ให้ผู้อื่นกระทำความผิดฐานร่วมกันฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน โดยจับกุมได้ที่ อ.ปากพนัง จ.นครศรีธรรมราช

บุกจับ

พล.ต.ต.สุทิน กล่าวว่า สืบเนื่องจากเมื่อคืนวันที่ 1 ตุลาคมที่ผ่านมา ได้มีคนร้ายใช้อาวุธปืนบุกเข้าไปก่อเหตุสังหาร นายอนุศักดิ์ ศักดิ์ณรงค์ อายุ 50 ปี นายช่างโยธาชำนาญการ องค์การบริหารส่วนตำบลคลองน้อย อ.ปากพนัง จ.นครศรีธรรมราช เหตุเกิดที่บ้านพักภายในสวนส้มโอ หมู่ที่ 18 ต.คลองน้อย อ.ปากพนัง จ.นครศรีธรรมราช

ต่อมาเจ้าหน้าที่สืบทราบว่าชนวนเหตุสังหารในครั้งนี้มาจากความขัดแย้งเรื่องงานภายใน อบต. เนื่องจากผู้ตายเป็นคนตงฉิน ทำงานตรงไปตรงมา พูดจาขวานผ่าซาก อีกทั้งแนวทางการสืบสวนยังพบว่าผู้ตายกำลังมีปัญหากับนักการเมืองท้องถิ่นบางรายจากกรณีที่ผู้ตายไม่ยอมเซ็นตรวจรับงานการก่อสร้างถนนในพื้นที่ อบต.คลองน้อย อ.ปากพนัง จ.นครศรีธรรมราช

จากนั้นเจ้าหน้าที่สืบทราบว่ามีผู้เกี่ยวข้องคดีดังกล่าวมี 4 ราย โดยมี นายพานิช ซึ่งมีตำแหน่งเป็นรองนายก อบต.คลองน้อย เป็นผู้บงการ ให้จัดหามือปืนให้ จากแนวทางการสืบสวนทราบว่านายประเวทได้รับค่าจ้างในการจัดทีมสังหารจำนวน 1 แสนบาท ส่วนนายอุเทนและนายชัยยุทธ ได้รวมกัน 2 หมื่นบาท ทางเจ้าหน้าที่จึงได้รวบรวมพยานหลักฐานขออำนาจศาลออกหมายจับ กระทั่ง จับกุมผู้ต้องหาได้ยกแก๊ง

จากการสอบสวน นายพานิช ให้การปฏิเสธว่าไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องกับคดีดังกล่าว ส่วน นายประเวท และ นายชัยยุทธ ให้การภาคเสธ โดยรับว่าได้ร่วมก่อเหตุจริงแต่เป็นการสังหารจากปมชู้สาวไม่ใช่ปมการขัดแย้งเรื่องภายใน อบต.

ขอบคุณแหล่งที่มา    https://www.sanook.com

Read more

จับ “ไอ้ตี๋” รัวกระสุนถล่มบ้านอดีตแฟนสาว-เผยประวัติต้องหมายจับ “พยายามฆ่า”

จับ “ไอ้ตี๋” รัวกระสุนถล่มบ้านอดีตแฟนสาว ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พ.ต.ท.วทัญญู รุ่งรัศมี รอง ผกก.ป.สภ.เมืองยโสธร พ.ต.ท.เทวฤทธิ์ สุขฉิมมา สวป.สภ.เมืองยโสธร พ.ต.ท.วรวุทธิ์ ท่านมุข สว.สส.สภ.เมืองยโสธร พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ตำรวจงานป้องกันปราบปราม สภ.เมืองยโสธร และเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวน สภ.เมืองยโสธร

จับ “ไอ้ตี๋” รัวกระสุนถล่มบ้านอดีตแฟนสาว ร่วมกันจับกุม นายศรายุทธ หรือ “ตี๋” อายุ 28 ปี อาศัยอยู่ในพื้นที่บ้านน้ำโผ่ ต.เดิด อ.เมืองยโสธร ผู้ต้องหาพร้อมของกลางยาบ้า 7 เม็ด และอาวุธปืนพกสั้นกึ่งอัตโนมัติ ขนาด 9 มม. จำนวน 1 กระบอก และกระสุนปืนขนาด .38 จำนวน 11 นัด โดยสามารถจับกุมได้ที่บ้านพักไม่มีเลขที่ บ้านน้ำโผ่ หมู่ 3 ต.เดิด อ.เมืองยโสธร

จับ

สืบเนื่องจากเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองยโสธร รับแจ้งเหตุเมื่อเวลา 04.00 น. ของวันที่ 9 พ.ย.ที่ผ่านมาว่า มีวัยรุ่นบุกยิงปืนถล่มบ้านหญิงสาว กว่า 10 นัด ในพื้นที่บ้าน กม.3 ต.ตาดทอง อ.เมืองยโสธร

จึงได้เดินทางไปตรวจสอบซึ่งไม่มีใครได้รับบาดเจ็บ แต่คนร้ายได้หลบหนีไปก่อนหน้านั้นแล้ว กระทั่งทราบว่า ผู้ก่อเหตุ คือ นายศรายุทธ หรือตี๋ จากนั้นชุดจับกุมได้รับแจ้งจากสายรับว่า นายศรายุทธ กำลังมั่วสุมยาเสพติดและมีพฤติกรรมชอบพกพาอาวุธปืนติดตัวตลอดเวลา อยู่บ้านพักไม่มีเลขที่บ้านน้ำโผ่ หมู่ 3 ต.เดิด อ.เมืองยโสธร

กระทั่งเจ้าหน้าที่ชุดจับกุมได้วางแผนเป็นกำลังเป็น 2 ชุด เพื่อปิดล้อมหน้าบ้านและหลังบ้านดังกล่าว จากนั้นเจ้าหน้าที่ได้กระจายกำลังบุกเข้าไปตรวจค้นในบ้านพักดังกล่าว เมื่อนายศรายุทธ เห็นเจ้าหน้าที่ตำรวจ ได้กระโดดหลบหนีออกทางหน้าต่าง พร้อมทิ้งอาวุธปืนพกสั้นกึ่งอัตโนมัติ ขนาด 9 มม. จำนวน 1 กระบอก กระทั่งถูกชุดจับกุมที่ดักรออยู่บริเวณหลังบ้านควบคุมตัวเอาไว้ได้

ต่อมาเจ้าหน้าที่ชุดจับกุมได้แสดงบัตร ป.ป.ส. เพื่อขอตรวจค้นภายในบ้านพัก พบยาเสพติดซุกซ่อนอยู่บริเวณพื้นห้องจริงวิเคราะห์บอล ซึ่งนายศรายุทธ เคยมีประวัติเคยถูกจำคุกในคดียาเสพติดและเพิ่งพ้นโทษออกมาได้ประมาณ 1 ปี ได้กลับมาเป็นผู้จำหน่ายยาเสพติดรายใหญ่ในพื้นที่ อ.เสลภูมิ จ.ร้อยเอ็ด พื้นที่ อ.ทรายมูล จ.ยโสธร และพื้นที่ อ.เมืองยโสธร

ทั้งนี้ นายศรายุทธ หรือตี๋ มีนิสัยชอบพกพาอาวุธปืนติดตัวตลอดเวลา และเมื่อจำหน่ายยาเสพติดให้ลูกค้าในพื้นที่แล้วเมื่อไปเก็บเงินไม่ได้นายศรายุทธ จะชอบยิงปืนข่มขู่ลูกค้าเป็นประจำ นอกจากนี้นายศรายุทธ ยังเป็นผู้ต้องหาตามหมายจับศาลจังหวัดอุตรดิตถ์ ที่ จ.264/2558 ลงวันที่ 12 ธ.ค. 58 ในข้อหา “พยายามฆ่า” อีกด้วย

นายศรายุทธ รับสารภาพว่า อาวุธปืนแมกกาซีนพร้อมกับกระสุนปืน และยาเสพติดเป็นของตนจริง โดยอาวุธปืนและกระสุนปืนนั้นตนซื้อมาจาก “นายแด้” ราษฏรทางภาคเหนือในราคา 42,000 บาท ส่วนยาบ้านั้นซื้อมาจากเพื่อนชื่อ “อาร์ต” ชาวร้อยเอ็ด จำนวน 12 เม็ด ในราคาเม็ดละ 100 บาท

โดยตนได้เสพไปแล้วจำนวน 2 เม็ด ส่วนเรื่องบุกยิงบ้านหญิงสาวในพื้นบ้าน กม.3 ต.ตาดทอง อ.เมืองยโสธร นั้นเนื่องจากผู้หญิงคนดังกล่าวเป็นอดีตแฟนสาวของตนเอง ส่วนสาเหตุตนไม่ขอพูดถึง

เบื้องต้น เจ้าหน้าที่ตำรวจได้แจ้งข้อกล่าวหา นายศรายุทธ ว่า “มียาเสพติดให้โทษประเภท 1(ยาบ้า) ไว้ในครอบครอง และมีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต” ก่อนนำตัวส่งพนักงานสอบสวนเพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

ขอบคุณแหล่งที่มา     https://www.sanook.com

Read more
มอบตัวแล้ว

มอบตัวแล้ว กระบะใจเหี้ยมถอยขยี้บิ๊กไบค์จนตาย อ้างตกใจ แต่ไม่ได้เมา

มอบตัวแล้ว พ่อและกลุ่มเพื่อนรับร่างหนุ่มบิ๊กไบค์ เหยื่อกระบะตัดหน้าชนกระจายเกลื่อนถนน ก่อนถอยหลังเหยียบซ้ำจนเสียชีวิต คนขับกระบะโผล่มอบตัวแล้วอ้างตกใจไม่เจตนาถอยเหยียบซ้ำ

มอบตัวแล้ว จากกรณีโลกออนไลน์มีการแชร์คลิปวิดีโอ เหตุการณ์รถกระบะสีดำ ไม่ทราบยี่ห้อและหมายเลขทะเบียนเลี้ยวตัดหน้ารถจักรยานยนต์ บริเวณสามแยกบ้านไทยเจริญ ต.อิสาณ อ.เมืองบุรีรัมย์ ซอยข้างเรือนจำจังหวัด เมื่อเวลา 19.30 น. (2 พ.ย.) ที่ผ่านมา เป็นเหตุให้รถจักรยานยนต์ซึ่งขับมาทางตรงพุ่งชนเต็มแรง จนร่างกระเด็นตกจากรถจักรยานยนต์นอนสลบกลางถนน จากนั้นรถกระบะยังถอยหลังเหยียบทับร่างของผู้ขี่จักรยานยนต์จนเสียชีวิต

มอบตัวแล้ว

ล่าสุด ผู้สื่อข่าวรายงานว่า (5 พ.ต.) พ.ต.อ.ต่อศักดิ์ ศรีเสริม ผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรเมืองบุรีรัมย์ กล่าวว่า ขณะนี้คนขับรถกระบะที่เลี้ยวตัดหน้าและถอยเหยียบซ้ำ ได้เข้ามอบตัวกับพนักงานสอบสวนเจ้าของคดีแล้ว โดยเบื้องต้นคนขับอ้างว่าตกใจไม่ได้มีเจตนาจะเหยียบซ้ำหรือหลบหนี และปฏิเสธว่าไม่ได้มึนเมา

เบื้องต้น พนักงานสอบสวนได้แจ้ง 2 ข้อหา “ขับรถโดยประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย, ไม่หยุดช่วยเหลือหรือไม่แจ้งเหตุให้เจ้าหน้าที่ที่อยู่ใกล้เคียงในทันที” ส่วนข้อหาอื่นต้องรอสอบปากคำผู้เกี่ยวข้องเพิ่มเติมอีกครั้ง

ขณะที่ นายนพอนันต์ บิดาของนายธิติพันธ์ หรือ เพชร อายุ 25 ปี ผู้เสียชีวิตจากเหตุการณ์ดังกล่าว พร้อมญาติพี่น้องและกลุ่มเพื่อนบิ๊กไบค์ ได้เดินทางมารับศพลูกชาย ที่อาคารพักศพด้านหลังโรงพยาบาลบุรีรัมย์

โดยบรรยากาศการรับศพก็เป็นไปด้วยความโศกเศร้าของครอบครัว ญาติ และกลุ่มเพื่อน เนื่องจากทำใจไม่ได้กับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น เพราะอุบัติเหตุครั้งนี้เป็นที่สะเทือนใจแก่ครอบครัวเป็นอย่างมาก

โดยครอบครัวจะนำร่างนายนิติพันธ์ ไปประกอบพิธีทางศาสนาที่บ้านหนองไผ่น้อย ต.ชุมเห็ด อ.เมืองบุรีรัมย์ โดยมีกำหนดจะประกอบพิธีบำเพ็ญกุศลถึงวันที่ 7 พ.ย. และจะฌาปนกิจในวันที่ 8 พ.ย.

นายนพรัตน์ ผู้เป็นพ่อ บอกว่า ทันทีที่ทราบข่าวรู้สึกตกใจและเสียใจมากที่เกิดเหตุการณ์แบบนี้ ปัจจุบันลูกชายทำงานอยู่ที่โรงงานน้ำตาลแห่งหนึ่งใน จ.บุรีรัมย์ เป็นเด็กนิสัยดี เชื่อฟังพ่อแม่ แต่ลูกชายรักการขับขี่รถจักรยานยนต์เวลาพี่ๆ เพื่อนๆ ในกลุ่มมีกิจกรรมลูกชายก็จะไปร่วมด้วย

ซึ่งครอบครัวก็ไม่ได้ห้ามปรามอะไรเพราะเป็นสิ่งที่ลูกชื่นชอบ แต่ก็พยายามบอกลูกตลอดให้ระมัดระวังอย่าขับเร็ว ส่วนภาพที่กล้องวงจรปิดบันทึกไว้ได้ขณะเกิดเหตุ ตนยังไม่กล้าดูเพราะทำใจไม่ได้ แต่ที่ได้ยินกลุ่มเพื่อนของลูกเล่าให้ฟังว่ารถกระบะถอยหลังมาเหยียบทับร่างลูกซ้ำอีก

หัวอกคนเป็นพ่อรับไม่ได้ไม่คิดว่าจะใจดำขนาดนี้ ก็อยากฝากถึงคนขับหลังเกิดเหตุแล้วทำไมไม่ลงมาดูหรือช่วยเหลือไม่น่าจะมาเหยียบซ้ำ แล้วขับรถหนีเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น ทั้งตั้งคำถามว่าหรือคนขับจะเมาแล้วกลัวความผิดจึงได้ขับรถหนี เพราะโทษเมาแล้วขับหนักมาก ส่วนเรื่องคดีก็ขอให้เป็นหน้าที่ของตำรวจ ก็อยากให้เป็นธรรมกับลูกชายและครอบครัวด้วย

ด้าน นายพชร หรือ บาส เพื่อนกลุ่มบิ๊กไบค์ บอกว่า ปกติตนกับผู้ตายสนิทกันเป็นการส่วนตัวอยู่แล้วตั้งแต่สมัยเรียนมัธยมฯ พอเรียนจบต่างก็ไปทำงานแล้วได้กลับมาเจอกันอีกตอนมารวมกลุ่มขับรถจักรยานยนต์บิ๊กไบค์ ซึ่งต่างก็ชื่นชอบอยู่แล้ว

ส่วนมากก็จะรวมกลุ่มกันทำกิจกรรมเพื่อสังคมระดมทุนไปสร้างห้องน้ำให้กับโรงเรียนยากไร้ มอบทุนให้กับเด็กนักเรียนยากจน เวลาขับขี่ก็จะคอยเตือนเพื่อนในกลุ่มเสมอว่าอย่าคึกคะนองให้ใช้ความระมัดระวัง แต่ก็ไม่คาดคิดว่าจะมาเกิดเหตุการณ์แบบนี้ขึ้น รู้สึกเสียใจมาก

ส่วนภาพที่ปรากฏในคลิปที่คนขับกระบะถอยกลับมาเหยียบทับร่างน้องซ้ำจนเสียชีวิต ส่วนตัวก็คิดว่าน่าจะมีเหตุอะไรบางอย่างที่ทำให้คนขับหลบหนี ก็ขอให้เป็นหน้าที่ตำรวจที่จะดำเนินการ

ขอบคุณแหล่งที่มา    https://www.sanook.com

Read more
สะเทือนขวัญ

สะเทือนขวัญ เก๋งวอลโว่คันเร่งค้าง พุ่งชนกำแพงอัดร่างหนุ่มใหญ่ดับ

สะเทือนขวัญ รถยนต์วอลโว่เกิดอาการคันเร่งค้าง เป็นเหตุทำให้ตัวรถพุ่งชนกำแพง พนักงานบริษัทเสียชีวิตคาที่

สะเทือนขวัญ ร้อยเวรสอบสวน สน.พหลโยธิน เข้าตรวจสอบอุบัติเหตุ รถวอลโว่ รุ่น 850 สีบรอนซ์ พุ่งชนกำแพง บริษัทแห่งหนึ่งภายในซอยลาดพร้าว 23 ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิต ทราบชื่อต่อมา คือ นายสมบูรณ์ อายุ 55 ปี จากการตรวจสอบสภาพรถ พบว่าด้านหน้ารถพังยับเยิน ก่อนที่รถยกเอกชนจะเคลื่อนย้ายออกจากจุดเกิดเหตุ

สะเทือนขวัญ

หลังรับแจ้งเหตุ เจ้าหน้าที่กู้ชีพโรงพยาบาลราชวิถี และเจ้าหน้าที่มูลนิธิอาสาสมัครจะพยายามเข้าช่วยเหลือ ด้วยการปั๊มหัวใจผู้ประสบเหตุ แต่ไม่สามารถยื้อชีวิตไว้ได้ จึงได้นำศพไปส่งยัง สน.พหลโยธิน เพื่อตรวจสอบประวัติและพิมพ์ลายนิ้วมือ ก่อนนำไปส่งที่สถาบันนิติเวช สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สตช.) เพื่อชันสูตรศพ หาสาเหตุการเสียชีวิตที่แท้จริงต่อไป

ขณะที่ญาติผู้เสียชีวิต เล่าให้ฟังว่า นายสมบูรณ์เป็นพนักงานดูแลรถส่วนกลางของบริษัทดังกล่าว โดยเมื่อช่วงเช้าได้นำรถไปตรวจเช็คล้างทำความสะอาด พร้อมติดเครื่องยนต์ทดสอบ แต่ระหว่างนั้นเครื่องยนต์ของรถได้เกิดคันเร่งค้างและเพิ่มความเร็ว ทำให้นายสมบูรณ์ ไม่สามารถควบคุมรถเอาไว้ได้

จนกระทั่งรถทั้งคันได้พุ่งชนกำแพงภายในบริษัทพังทะลุเสียหาย โดยอยู่ห่างจากจุดที่จอดรถออกไปประมาณ 50 เมตร อย่างไรก็ตาม ขณะนี้ญาติผู้เสียชีวิตได้เดินทางไปที่ สน.พหลโยธิน แล้วเพื่อไปติดต่อเรื่องเอกสารรับศพและนำศพไปบำเพ็ญกุศลแล้ว

ขอบคุณแหล่งที่มา   https://www.sanook.com

Read more
จยย

จยย.เปลี่ยนเลนกะทันหัน ถูกรถเก๋งพุ่งอัดยับ-ลากศพไกล 20 เมตร

จยย.เปลี่ยนเลนกะทันหัน จ.สุพรรณบุรี ร.ต.อ.ปริทรรศน์ ชูทอง รองสารวัตรสอบสวน สภ.ดอนเจดีย์ จ.สุพรรณบุรี รับแจ้งเหตุรถเก๋งชนจักรยานยนต์มีคนเสียชีวิตที่ถนนสายอู่ยา-ดอนเจดีย์ ขาเข้าดอนเจดีย์

จยย.เปลี่ยนเลนกะทันหัน จึงรุดไปตรวจสอบพร้อม พ.ต.อ.ยิ่งยศ เขินอำนวย ผกก.แพทย์เวร รพ.ดอนเจดีย์ และเจ้าหน้าที่มูลนิธิเสมอกันกู้ภัยสุพรรณบุรี
โดยที่เกิดเหตุพบรถยนต์เก๋ง ยี่ห้อ ซูซูกิ สีแดง ทะเบียน กฐ 3865 กรุงเทพมหานคร ชนรถจักรยานยนต์ ยี่ห้อ ยามาฮ่า X1 สีน้ำเงินดำ ทะเบียน มทย 523 กรุงเทพมหานคร ติดคาอยู่กับหน้ารถสภาพหน้ารถพังเสียหายไฟหน้าด้านขวาแตกพังยุบ กระจกหน้าแตก

จยย.เปลี่ยนเลนกะทันหัน

ห่างกันประมาณ 20 เมตร พบร่าง นายอนุสรณ์ อายุ 32 ปี ภูมิลำเนาอยู่ที่ ต.ดอนเจดีย์ อ.ดอนเจดีย์ เสียชีวิตสภาพนุ่งกางเกงขาสั้นสีดำ สวมเสื้อยืดสีเหลืองคาดลายเสียชีวิตนอนคว่ำหน้าจมกองเลือดอยู่กลางถนน

จากการสอบสวนเบื้องต้นทราบว่า ก่อนเกิดเหตุขณะที่ น.ส.อ้อมใจ อายุ 36 ปี ทำงานเป็นพนักงานอยู่ที่บริษัทแห่งหนึ่ง ได้ขับรถมาจากตัวเมืองสุพรรณบุรี มุ่งไป อ.ด่านช้าง มาตามถนนสายดังกล่าว ถึงจุดเกิดเหตุ ผู้ตายซึ่งขี่รถจักรยานยนต์ อยู่ด้านหน้าได้เปลี่ยนช่องจราจรแบบกะทันหัน คนขับรถเก๋งเบรกไม่ทันจึงพุ่งชนอย่างแรงครูดร่างนายอนุสรณ์ และรถจักรยานยนต์ ไปกับพื้นถนนเป็นระยะทางยาวกว่า 20 เมตร เป็นเหตุให้นายอนุสรณ์ เสียชีวิตคาที่

หลังเกิดเหตุ น.ส.อ้อมใจ ได้แจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจ และยืนรอมอบตัวอยู่ที่เกิดเหตุ อย่างไรก็ตามเจ้าหน้าที่จะได้ตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิด บริเวณใกล้เคียงไว้เป็นหลักฐานพร้อมกับสอบสวนสาเหตุของการเกิดอุบัติเหตุที่แท้จริงอย่างละเอียดเพื่อดำเนินการตามขั้นตอนกฎหมายต่อไป

ขอบคุณแหล่งที่มา    https://www.sanook.com

Read more
เครนยกกระบะทราย

เครนยกกระบะทราย สลิงขาด 3 คนงานร่วงลอยละลิ่วตกกระแทกพื้น

เครนยกกระบะทราย สลิงขาด (30 ต.ค.) ร.ต.อ.ภูริภัทร ภูเมฆ รองสารวัตรสอบสวน สภ.สามโคก รับแจ้งมีสลิงทาวเวอร์เครนที่อยู่ระหว่างก่อสร้างขาด ทำให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บหลายราย

เครนยกกระบะทราย สลิงขาด จุดเกิดเหตุอยู่ภายในโรงเรียนแห่งหนึ่ง หลังรับแจ้งจึงรุดไปที่เกิดเหตุพร้อมด้วยพ.ต.อ.ประเวศ ศรีนาค ผกก.สภ.สามโคก กำลังเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนจำนวนหนึ่ง อาสาสมัครมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง รถกู้ชีพ รพ.สามโคก

เครนยกกระบะทราย

ที่เกิดเหตุเป็นสถานที่ก่อสร้างอาคารเรียนสูง 12 ชั้น ที่ยังสร้างไม่แล้วเสร็จ บริเวณพื้นด้านล่างพบสายสลิงที่ขาดกองอยู่และหัวชิ้นส่วนทาวเวอร์เครนตกลงมาอยู่ด้านล้าง พร้อมกับกระบะใส่ทราย ใกล้กันพบผู้ได้รับบาดเจ็บจำนวน 3 คน เป็นคนงานก่อสร้างทราบชื่อต่อมา นางบัวไร อายุ 47 ปี, น.ส.ละมัย อายุ 34 ปี และ น.ส.แขก อายุ 20 ปี ทั้งหมดถูกนำตัวส่งโรงพยาบาลกรุงสยามเซนต์คาร์ลอส แต่ปรากฏว่า นางบัวไร ได้รับบาดเจ็บสาหัส ทนพิษบาดแผลไม่ไหวเสียชีวิตในเวลาต่อมา

จากการสอบสวนเบื้องต้น นายประเทือง อายุ 56 ปี คนงานก่อสร้างให้การว่า ขณะเกิดเหตุผู้ได้รับบาดเจ็บได้ตักทรายใส่กระบะปูนเต็มกระบะ เพื่อนำขึ้นไปที่ชั้น 12 เพื่อให้ช่างปูนทำการผสมปูนด้านบน เมื่อตักเสร็จทั้ง 3 คนได้นั่งขึ้นไปบนกระบะปูนด้วย เพื่อขึ้นไปที่ชั้น12 เพราะจะได้ไม่ต้องเดินขึ้นบันได

แต่ปรากฏว่าเมื่อเครนดึงขึ้นไปได้ประมาณชั้นที่ 4 สลิงเกิดขาดมีเสียงดังกระบะที่บรรทุกทรายมาเต็มกระบะคาดว่าน้ำหนักประมาณ 1 ตัน และคนงานหญิงทั้ง 3 คนได้ร่วงมากระแทกพื้นจนได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิตดังกล่าว

ร.ต.อ.ภูริภัทร ภูเมฆ รองสารวัตรสอบสวน สภ.สามโคก เปิดเผยว่า เบื้องต้นได้ประสานเจ้าหน้าที่ศูนย์พิสูจน์หลักฐานร่วมตรวจสอบสถานที่เกิดเหตุและสอบปากคำผู้ขับเครนและผู้ที่อยู่ในเหตุการณ์เพื่อหาสาเหตุที่แท้จริงและดำเนินคดีกับผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องต่อไป

ขอบคุณแหล่งที่มา    https://www.sanook.com

Read more

เมียผงะ-พบศพสามีนอนทับสายชาร์จแบตฯ ถูกไฟดูดตายคาบ้าน

เมียผงะ-พบศพสามีนอนทับสายชาร์จแบตฯ ( 26 ต.ค. 61 ) ร้อยตำรวจโทธนกานต์ พระสุมาตย์ พนักงานสอบสวนเวรสถานีตำรวจภูธรเมืองกาฬสินธุ์รับแจ้งว่า มีผู้ถูกไฟดูดเสียชีวิตที่บ้านหลังหนึ่ง บ้านทุ่งสว่าง ตำบลลำพาน อำเภอเมือง จังหวัดกาฬสินธุ์

เมียผงะ-พบศพสามีนอนทับสายชาร์จแบตฯ จึงพร้อมด้วยแพทย์เวรโรงพยาบาลกาฬสินธุ์และอาสาสมัครกู้ภัยจังหวัดกาฬสินธุ์เข้าตรวจสอบที่บ้านหลังดังกล่าว ซึ่งที่เกิดเหตุพบศพเพศชายนอนคว่ำหน้าอยู่ประตูทางเข้าบ้านติดกับเตียงนอน สวมเสื้อลายดอกสีส้ม กางเกงลายสีฟ้า ทราบชื่อ คือ นายเมฆ อายุ 66 ปี

เมียผงะ

จากการตรวจสอบไม่พบร่องรอยการต่อสู้และถูกทำร้ายใดๆ และจากการชันสูตรเบื้องต้นของแพทย์เวรพบว่า บริเวณนิ้วมือด้านขวามีร่องรอยของการถูกไฟดูดและใกล้กันก็พบสายไฟที่ต่อชาร์จแบตเตอรี่กับไฟฉาย

จากการสอบถามภรรยาของผู้เสียชีวิตเล่าว่า เบื้องต้นตนเองไปๆ มาๆ เนื่องจากช่วงนี้ตนเองต้องออกรับจ้างเกี่ยวข้าวจะปล่อยให้สามีอาศัยอยู่ที่บ้านตามลำพังล่า

สุดเมื่อวันที่ 24 ที่ผ่านมา จนได้พบเจอกับสามีเป็นครั้งสุดท้าย จนกระทั่งวันนี้ ( 26 ต.ค. ) มีเพื่อนบ้านโทรไปแจ้งว่า สามีตนเองเสียชีวิตแล้วจึงได้รีบกลับมาดู

เบื้องต้น ร้อยตำรวจโทธนกานต์ พระสุมาตย์ พนักงานสอบสวนเวรสถานีตำรวจภูธรเมืองกาฬสินธุ์ ได้ลงบันทึกประจำวันไว้เป็นหลักฐานพร้อมมอบศพให้ญาตินำไปบำเพ็ญกุศลทางศาสนาต่อไป เนื่องจากญาติไม่ติดใจในสาเหตุการเสียชีวิตในครั้งนี้

ขอบคุณแหล่งที่มา    https://www.sanook.com

Read more