เดือน: มกราคม 2019

แกงบวดมันม่วง ขนมไทย เมนูกะทิ แบบง่ายๆจากมันม่วง พร้อมวิธีทำ

แกงบวดมันม่วง คือ ขนมไทย ประเภทขนมกะทิ โดยมีมันม่วง เป็นวัตถุดิบหลัก

แกงบวดมันม่วง วิธีทำแกงบวดมันม่วง ง่ายๆ สามารถทำกินเองที่บ้านได้ เมนูมันม่วง เมนูกะทิ อร่อยๆ มันม่วงทำอะไรกินได้บ้าง มีมันม่วงทำอะไรกินดี

อาหารไทย เมนูอาหาร สำหรับวันนี้ นำเสนอ ขนมหวาน แบบง่ายๆ คือ แกงบวดมันม่วง มันเทศสีม่วง นำมาต้มกับน้ำกะทิหวานๆ เป็น ขนมไทย ที่อร่อย สามารถกินได้ทุกฤดูกาล เคล็ดลับการทำแกงบวดมันม่วง คือ วัตถุดิบคุณภาพ เทคนิคการเตรียมอาหาร และ การปรุงรสชาติ สูตรแกงบวดมันม่วง ส่วนผสมและขั้นตอนการทำเข้าใจง่าย เหมาะสำหรับคนรักการทำอาหาร เมนูแกงกะทิ

ส่วนผสมสำหรับทำกล้วยบวดมันม่วง

-มันเทศสีม่วง 6-8 ลูก
-หางกะทิ 1 ถ้วย
-หัวกะทิ 1 ถ้วย
-เม็ดสาคู 1 ถ้วย
-น้ำตาลทราย 5 ช้อนโต้ะ
-น้ำตาลปี๊บ 2 ช้อนโต้ะ
-เกลือ 1 ช้อนโต้ะ
-ใบเตย 3 ใบ
-น้ำปูนใส

แกงบวดมันม่วง
วิธีทำแกงบวดมันม่วง

-เริ่มจากการเตรียมน้ำกะทิก่อน โดย นำ หัวกะทิ ใบเตย และ หางกะทิ ลงไปต้ม ให้ร้อน
-จากปรุงรสด้วย น้ำตาลทราย น้ำตาลปี๊บ และ เกลือ ลงไป ปิดไฟ ปล่อยให้น้ำตาลละลาย จากนั้นำมาพักเอาไว้ก่อน
-นำเม็ดสาคูไปแช่น้ำ ให้สาคูอิ่มน้ำจากนั้นนำเม็ดสาคูลงไปต้ม ให้สุกก่อน และ แช่น้ำพักเอาไว้ก่อน
-นำมันเทศม่วง มาปลอกเปลือก และ นำมาหั่นเป็นชิ้นขนาดพอดีคำ และ นำไปแช่น้ำปูนใส ประมาณ 10 นาที และ ล้างน้ำให้สะอาด
-จานนั้นต้มน้ำเปล่าให้เดือด นำมันเทศม่วงไปต้ม ให้สุก โดยสังเกตุว่ามันเริ่มใส และ ลองชิมดูว่าสุกรับประทานได้หรือไม่
-เมื่อสุกได้ที่ ก็นำมันม่วงไปแช่น้ำเย็น ให้มันคายความร้อนก่อน
-เปิดไฟกะทิ อีกครั้ง ใส่มันม่วงต้มลงไป และ เม็ดสาคูสุก และปิดไฟให้แกงบวดร้อน เสริฟใส่ถ้วย รับประทานได้
เคล็ดลับการทำแกงบวดมันม่วง

-การเลือกกะทิ ต้องเป็น กะทิคั้นสด ผสมกันในอัตราส่วน หัวกะทิ 1 ส่วน หางกะทิ 3 ส่วน ใส่เกลือเพื่อช่วยตัดความมันของกะทิ ซึ่งการที่ไม่แนะนำให้ใช้กะทิสำเร็จ เนื่องจากรสชาติและความหวานมันแบบธรรมชาติมันต่างกัน
-การเลือกมันม่วง ให้เลือกมันม่วงที่เนื้อแน่น ผิวเรียบ จะได้มันม่วงที่สดๆ น่ารับประทาน
-การต้มมันม่วงต่างหาก จะช่วยให้ เราสามารถควบคุมความสุกของมันได้ และ เป็นการต้มเอาสีม่วงออกไปบ้าง หากใส่มันม่วงลงไปต้มในกะทิเลย กะทิอาจแตกมันก่อนที่มันม่วงจะสุก และ น้ำกะทิจะมีสีม่วงมากเกินไป
-สำหรับการทำแกงบวด ให้ปรุงรสของกะทิให้เสร็จก่อน จึงจะใส่มันลงไป
-การแช่มันม่วงในน้ำปูนใส ช่วยให้เนื้อของมันม่วงไม่เละ เวลานำมาต้ม
-น้ำตาลสำหรับนำมาต้มกะทิ ใช้ น้ำตาลทรายและน้ำตาลปี๊บ ผสมกัน จะได้ความหวานที่กลมกล่อม
-เม็ดสาคู ก่อนนำมาต้มให้นำไปแช่น้ำก่อน และ นำไปต้มต่างหาก จะทำให้เราสามารถควบคุมความสุกของสาคูได้

ขอบคุณแหล่งที่มา https://nlovecooking.com…

Read more
สูตรขนมจีบ 

สูตรขนมจีบ อาหารจีน เมนูติ่มซำอาหารง่ายๆ เป็น อาหารทานเล่น

สูตรขนมจีบ ติ่มซำ อาหารทานเล่น อาหารเช้า ยอดนิยมของชาวจีน ขนมจีบทำอย่างไร ขนมจีบ อร่อยๆ มีเคล็ดลับอย่างไร

สูตรขนมจีบ ขนมจีบหมู เป็น สูตรอาหารจีน เมนูติ่มซำ เป็น อาหารทานเล่น อาหารเช้า เป็นที่ อาหารยอดนิยมของชาวจีน ขนมจีบทำอย่างไร ขนมจีนอร่อยๆ มีเคล็ดลับอย่างไร อาหารจีน เมนูนึ่ง เมนูหมู วิธีทำขนมจีบ อาหารจีน เมนูนึ่ง การหมักหมูสำหรับขนมจีบ ส่วนผสมและขั้นตอนการทำ เข้าใจง่าย เหมาะสำหรับคนรักการทำอาหาร เมนูหมู

ส่วนผสมสำหรับทำขนมจีบ

หมูสับ ครึ่ง กิโลกรัม
มันหมูบด ครึ่ง กิโลกรัม
หมูบะช่อ ครึ่ง กิโลกรัม
ไข่ไก่ 2 ฟอง
น้ำมันงา 2 ช้อนโต้ะ
พริกไทยป่น 3 ช้อนโต้ะ
น้ำปลา 3 ช้อนโต้ะ
น้ำตาลทราย 1 ช้อนโต้ะ
รากผักชี กระเทียม บด 2 ช้อนโต้ะ
ซีอิ๊วขาว 3 ช้อนโต้ะ
แผ่นเกี๊ยว
ขนม จีบ

สูตรขนมจีบ 

วิธีทำขนมจีบ

นำหมูสับ มันหมูบด และ หมูบะช่อ มาผสมนวดให้เป็นเนื้อเดียวกัน จากนั้น ปรุงรส ด้วย ไข่ไก่ น้ำมันงา พริกไทย รากผักชี กระเทียม น้ำตาล น้ำปลา ซีอิ้วขาว
นวดให้ส่วนผสมเข้าเนื้อ และ หมักทิ้งไว้ในตู้เย็น 1 คืน
นำมาห่อในแผ่นเกี๊ยว จากนั้นนำไปนึ่งให้สุก ก็สามารถรับประทานได้แล้ว
เทคนิคและเคล็ดลับความอร่อย

ให้ใช้กรรไกร แต่งของแผ่นเกี่ยวให้สวยงามก่อนนำไปนึ่ง จะได้ ขนมจีบ ที่สวยงาม
เนื้อหมู ให้ใช้ส่วนสันใน เนื่องจากเนื้อจะนุ่ม นำไปสับให้ละเอียด จากนั้นนำไปหมักกับน้ำมันงาจะได้ เนื้อหมู ที่นุ่ม
การนึ่ง ใช้ไฟแรง นึ่ง 10 นาที จะเป็นเวลาที่เหมาะสมที่แผ่นเกี่ยวจะไม่เละ
การปั้นขนมจีบ ไม่ต้องปั้นให้ใหญ่มาก เนื่องจากจะทำให้หมูไม่สุก
สูตรขนมจีบ ภาษาจีน ออกเสียงว่า Shumai ภาษาอังกฤษ เรียก Chinese Steamed Dumpling วิธีทำขนมจีบ เป็นหนึ่งใน เมนูติ่มซำยอดนิยม สูตรขนมจีบ เป็น สูตรอาหารที่ทำง่าย เมนูขนมจีบ จะนำ เนื้อหมู มาบด หมักให้เข้าเนื้อ นำมาห่อใน แผ่นเกี๊ยว จากนั้นนำไปนึ่ง

สำหรับ สูตรขนมจีบ ติ่มซำ เชื่อว่าเป็น เมนูสุดโปรด ของใครๆหลายๆคน ขนมจีบ ต้องกินคู่กับ กระทียมเจียว และ ซอสแบบจีน เปรี้ยวๆ ยิ่งกินแบบ ร้อนๆ จะทำให้ขนมจีบ อร่อยมากขึ้น อาหารจีนแนะนำ สำหรับวันนี้

ขอบคุณแหล่งที่มา https://www.perhapsbananas.or…

Read more

ดูบอลออนไลน์ ทรู ไม่มีกระตุก

ดูบอลออนไลน์ ทรู

ดูบอลออนไลน์ ทรู

ดูบอลออนไลน์ ทรู ดูบอล ดูละคร ดูหนังมีครบ

ดูบอลออนไลน์ ทรู ดูบอลพรีเมียร์ลีก ดูบอลสด ดูบอลออนไลน์ ดูบอลสด ดูบอลออนไลน์ ดูบอลย้อนหลัง ดูบอลไทยสด ดูบอลไทยวันนี้

บอลไทย ดูบอลแมนยู ดูบอลเว้ย ดูบอลสดแมนยู ดูบอลไทยย้อนหลัง ดูบอลออนไลน์ ทุกลีก ดูบอลสด ดูบอลออนไลน์ สดทุกคู่

ครบทุกเกมส์ มีลิ้งดูบอลให้เลือกดูมากมาย ดูบอลออนไลน์ ดูบอลสด ดูบอลผ่านเน็ตฟรีๆ ไม่มีค่าใช้จ่าย ภาพเสียงชัด ระดับเทพ

ดูบอลออนไลน์ ทรานฟอร์เมอร์5

Read more
ช็อกโกแลตลาวา 

ช็อกโกแลตลาวา (สูตรใช้หม้ออบลมร้อน) หรือจะทำด้วยกระทะไฟฟ้าก็ได้

ช็อกโกแลตลาวา  แม้ไม่มีเตาอบก็ทำเมนูช็อกโกแลตลาวาได้เหมือนกัน ใครสนใจมาลองทำช็อกโกแลตลาวา

ช็อกโกแลตลาวา สูตรจาก คุณสมาชิกหมายเลข 1567779 สมาชิกเว็บไซต์พันทิปดอทคอม สูตรใช้หม้ออบลมร้อน หรือใครจะทำด้วยกระทะไฟฟ้าก็ได้ กินกับวิปปิ้งครีมหรือไอศกรีมก็อร่อยจ้า

ส่วนผสม

• ช็อกโกแลต 115 กรัม
• เนยจืด 125 กรัม
• ไข่ไก่ 2 ฟอง
• ไข่แดง 2 ฟอง
• น้ำตาลทราย 1 ถ้วย
• แป้งสาลีอเนกประสงค์ 30 กรัม
• ผงโกโก้ 25 กรัม
• เนยจืด (สำหรับทาพิมพ์)
• ถ้วยอะลูมิเนียมฟอยล์แบบกลม

ช็อกโกแลตลาวา 

วิธีทำช็อกโกแลตลาวา

1. ทาเนยจืดให้ทั่วถ้วยอะลูมิเนียมฟอยล์แล้วนำแป้ง (หรือน้ำตาลทราย, ผงโกโก้) โรยลงไปให้ทั่วพิมพ์แล้วเคาะส่วนเกินออก (แต่เราแนะนำเป็นแป้งหรือผงโกโก้มากกว่า เพราะถ้าโรยด้วยน้ำตาลทรายมันจะเป็นเม็ด ๆ ตอนอบเสร็จ)
2. นำช็อกโกแลตไปละลายพร้อมกับเนยจืด เตรียมไว้
3. ตีไข่ไก่และไข่แดงจนขึ้นฟู ค่อย ๆ แบ่งน้ำตาลทรายเทลงไปทีละน้อยจนหมดแล้วตีจนส่วนผสมขึ้นฟู
4. นำส่วนผสมช็อกโกแลตค่อย ๆ เทใส่ลงไปผสมกับไข่ที่ตีจนฟู (ค่อย ๆ เทแล้วคนนะคะ ไม่อย่างนั้นไข่อาจจะสุก เพราะช็อกโกแลตอาจจะร้อนอยู่)
5. ร่อนแป้งอเนกประสงค์และผงโกโก้ใส่ลงไปแล้วค่อย ๆ คนให้เข้ากัน เทส่วนผสมลงในพิมพ์
6. เปิดเตา ใช้ไฟกลาง (สังเกตให้ไฟเป็นสีฟ้า)
7. หาตะแกรงมาวางลงในหม้อก่อนจะวางถ้วยขนมลงไป (เพราะถ้าก้นขนมติดกับก้นหม้อ ขนมชั้นล่างจะไหม้) จากนั้นก็ปิดฝาหม้อแล้วก็จับเวลา ตามปกติช็อกโกแลตลาวาใช้เวลาประมาณ 10 นาที สามารถเพิ่ม-ลดเวลาได้ตามต้องการว่า อยากให้ข้างในเยิ้มแค่ไหน)

หมายเหตุ : ขนมที่เราลองใช้หม้ออบ ปกติก็จะใช้อุณหภูมิในการอบประมาณ 180 องศาเซลเซียส แต่ถ้าหากว่า ใครมีกระทะไฟฟ้าก็ง่ายเลย แค่เปลี่ยนเป็น Mode “ปิ้ง” แล้วหาตะแกรงมารองก่อนวางขนมลงไปแล้วปิดฝาหรือใช้ฟอยล์ปิดแทนฝาหม้อก็ได้ แต่ก็หมั่นดูขนมด้วย เพราะถ้าใช้เตาแก๊ส ไฟอาจจะแรงหรือเบาเกินไป

8. พอครบเวลานำขนมออกจากหม้อ จัดใส่จานให้สวยงาม แต่งหน้าด้วยวิปปิ้งครีม น้ำตาลไอซิ่งโรยหน้า และสตรอว์เบอร์รีสดสไลซ์ พร้อมเสิร์ฟ

ขอบคุณแหล่งที่มา https://cooking.kapook.com…

Read more
เค้กชาเขียว

เค้กชาเขียว เมนูของหวานในร้านคาเฟ่ หน้าตาเป๊ะปังพร้อมเปิดร้าน

เค้กชาเขียว  ถ้าในร้านคาเฟ่มีเครื่องดื่มชาเขียวก็เหมาะมากที่จะจับคู่กับเมนูของหวานอย่างเค้กชาเขียว

เค้กชาเขียว สูตรจาก เฟซบุ๊ก Baking Glory เนื้อเค้กฟูนุ่มสอดไส้ครีม โรยผงชาเขียวเพิ่มความงาม

ส่วนผสม ของแห้ง

• แป้งเค้ก (ที่ร่อนแล้ว) 1/2 ถ้วย
• ผงฟู 1/2 ช้อนชา
• ผงชาเขียว 2 ช้อนโต๊ะ (สูตรนี้ใช้ผงชาเขียวจากเชียงราย)
• เกลือป่น 1/8 ช้อนชา
• น้ำตาลทราย (ส่วนที่ 1) 1/4 ถ้วย

ส่วนผสม ไข่แดง

• ไข่แดง 2 ฟอง
• น้ำมันเมล็ดชา 2 ช้อนโต๊ะ (หรือใช้น้ำมันพืชแทนได้)
• น้ำ 2 ช้อนโต๊ะ

เค้กชาเขียว

ส่วนผสม ไข่ขาว

• ไข่ขาว 2 ฟอง
• น้ำตาลทราย (ส่วนที่ 2) 1/3 ถ้วย
• สีผสมอาหารสีเขียว เล็กน้อย (เพื่อเพิ่มสีสัน แต่ไม่ใส่ก็ไม่เป็นไรค่ะ)
• ครีมสด (สำหรับแต่งหน้าเค้ก) สามารถเข้าไปดูเคล็ดลับวิธีตีครีมสดได้ที่ เฟซบุ๊ก Baking Glory

วิธีทำเค้กชาเขียว

1. แบ่งส่วนผสมเป็น 3 ส่วน คือ ส่วนของแห้ง ส่วนไข่แดง และส่วนไข่ขาว
2. ร่อนแป้งเค้ก (ที่ร่อนแล้ว) กับผงฟู ผงชาเขียว และเกลือป่นเข้าด้วยกัน จากนั้นใส่น้ำตาลทรายส่วนที่ 1 ลงไป เตรียมไว้
3. ผสมไข่แดง น้ำมัน และน้ำเข้าด้วยกัน เตรียมไว้
4. ตีไข่ขาวกับน้ำตาลทราย (ส่วนที่ 2) เข้าด้วยกันจนตั้งยอดแข็ง

เคล็ดลับ : ภาชนะตีไข่ขาวต้องแห้งและสะอาด เพราะถ้าไม่แห้งไข่ขาวจะตีไม่ขึ้นฟูแน่นอน

5. นำส่วนผสมไข่แดงผสมกับแป้งที่ร่อนไว้ คนผสมให้เข้ากันจนเนียน และชาเขียวไม่เป็นเม็ด ใส่สีผสมอาหารสีเขียวลงไปเล็กน้อย จากนั้นนำไปผสมกับไข่ขาวที่ตีไว้ คนผสมพอเข้ากัน
6. เทส่วนผสมใส่พิมพ์ นำเข้าอบที่อุณหภูมิ 175 องศาเซลเซียส นานประมาณ 30 นาที
7. นำเค้กที่อบเสร็จแล้วมาผ่าครึ่งแล้วทาด้วยวิปปิ้งครีมที่ตีไว้ตามชอบ ประกบกับเค้กอีกครึ่งหนึ่ง ปาดครีมรอบเค้กให้สวยงาม หั่นชิ้น ก่อนเสิร์ฟโรยผงชาเขียว

ขอบคุณแหล่งที่มา https://cooking.kapook.com/

 …

Read more
เครปช็อกโกแลต

เครปช็อกโกแลต เมนูของหวานในร้านคาเฟ่ หน้าตาเป๊ะปังพร้อมเปิดร้าน

เครปช็อกโกแลต  เครปสามเหลี่ยมหน้าตาธรรมดาดูไม่เร้าใจ ต้องนี่เลยเครปช็อกโกแลต

เครปช็อกโกแลต สูตรจาก นิตยสารแม่บ้าน จับแป้งเครปช็อกโกแลตม้วน สอดไส้ครีมช็อกโกแลตกับสตรอว์เบอร์รี ทั้งนี้สามารถดัดแปลงเป็นแป้งและไส้อื่น ๆ ได้ตามสบายเลยจ้า

ส่วนผสม แป้งเครปช็อกโกแลต

• แป้งสาลีอเนกประสงค์ 150 กรัม
• ผงโกโก้ชนิดสีเข้ม 2 ช้อนโต๊ะ
• นมสด 2 ถ้วย
• ผงอัลมอนด์อบสุก 30 กรัม
• น้ำมันมะพร้าว (ทากระทะ)
• สตรอว์เบอร์รีสดหั่นชิ้น (สำหรับแต่ง)
• อัลมอนด์อบสุกสับหยาบ (สำหรับแต่ง)

เครปช็อกโกแลต

ส่วนผสม ไส้เครปช็อกโกแลต

• วิปปิ้งครีม 1/4 ถ้วย
• ช็อกโกแลตสับ 80 กรัม
• นมสด 1/4 ถ้วย
• น้ำเชื่อมเมเปิล 1/2 ช้อนโต๊ะ
• ไวท์รัม (White Rum) 1 ช้อนโต๊ะ
• เกลือป่น
• ผงอัลมอนด์อบสุก 80 กรัม

วิธีทำเครปช็อกโกแลต

1. ทำแป้งเครป โดยร่อนแป้งสาลีและผงโกโก้เข้าด้วยกัน เติมนมสดและผงอัลมอนด์ คนให้เข้ากัน
2. ตั้งกระทะเทฟลอนใช้ไฟอ่อน ทาน้ำมันมะพร้าวให้ทั่ว นำส่วนผสมแป้งเทลงไป กลอกให้เป็นแผ่นบาง รอจนสุกแล้วพลิกกลับอีกด้าน เมื่อสุกแล้วนำขึ้นพักไว้
3. ทำส่วนผสมไส้ โดยนำวิปปิ้งครีมไปต้มพออุ่น ใส่ช็อกโกแลตลงไปคนให้เข้ากัน เติมนมสด น้ำเชื่อมเมเปิล ไวท์รัม เกลือป่น และผงอัลมอนด์ ผสมให้เข้ากัน
4. นำแป้งเครปวางบนจาน ทาส่วนผสมไส้ลงไปให้ทั่ว วางสตรอว์เบอร์รีสดลงไป ม้วนให้เป็นกรวยหรือพับตามชอบ โรยอัลมอนด์ จัดเสิร์ฟ

ขอบคุณแหล่งที่มา https://cooking.kapook.com/

 …

Read more
ชีสพายไอศกรีม

ชีสพายไอศกรีม ชาเขียว เมนูของหวานในร้านคาเฟ่ หน้าตาเป๊ะปังพร้อมเปิดร้าน

ชีสพายไอศกรีม แค่เห็นก็เอียนแทนลูกค้า ลองเพิ่มทางเลือกด้วยการทำชีสพายไอศกรีมชาเขียว

ชีสพายไอศกรีม สูตรจาก คุณสมาชิกหมายเลข 3128333 สมาชิกเว็บไซต์พันทิปดอทคอม ฐานพายกรอบผสมผสานเนื้อไอศกรีมชาเขียวกับไอศกรีมครีมชีส ตบท้ายด้วยโรยชาเขียวเพิ่มความมุ้งมิ้ง

ส่วนผสม ไอศกรีมชาเขียวชีสพาย (สำหรับพิมพ์วงกลมขนาด 3 ปอนด์)

ชั้นที่ 1 ฐานพาย :

• แครกเกอร์ 160 กรัม (ในสูตรใช้แครกเกอร์ตราโรซี่)
• เนยสดเค็มละลาย 70 กรัม

ชั้นที่ 2 ถั่วแดงกวน :

• ถั่วแดงกวน 350 กรัม (ในสูตรใช้แบบสำเร็จรูป)

ชั้นที่ 3 ไอศกรีมครีมชีส :

• ครีมชีส 250 กรัม
• นมข้นหวาน 2/3 ถ้วย
• น้ำเลมอน 1-2 ช้อนโต๊ะ (ในสูตรใช้ 1 ช้อนโต๊ะ)
• กลิ่นวานิลลา 2 ช้อนชา
• วิปปิ้งครีมนมโคแท้ แบบไม่หวาน 250 กรัม

ชั้นที่ 4 ไอศกรีมชาเขียว :

• วิปปิ้งครีมนมโคแท้ แบบไม่หวานเท่านั้น 200 กรัม
• ไวท์ช็อกโกแลต 150 กรัม
• ผงชาเขียว 1 ช้อนโต๊ะ
• ผงเจลาติน 2 ช้อนชา
• น้ำเย็น 3 ช้อนโต๊ะ

ชั้นที่ 5 โรยผงชาเขียว :

• ผงชาเขียว 1-2 ช้อนโต๊ะ

ชีสพายไอศกรีม

วิธีทำไอศกรีมชาเขียวชีสพาย

ชั้นที่ 1 ทำฐานพาย : โดยบดแครกเกอร์ให้เรียบร้อย เสร็จแล้วนำมาผสมกับเนยละลายให้เข้ากัน นำแครกเกอร์บดกรุในพิมพ์วงกลม เกลี่ยให้ทั่วแล้วใช้ก้นแก้วกดให้แน่น ๆ แล้วเข้าช่องแช่แข็งประมาณ 30 นาทีหรือจนเซตตัว

ชั้นที่ 2 ทำถั่วแดงกวน : โดยนำแครกเกอร์ที่เตรียมไว้ออกจากตู้เย็น ใส่ถั่วแดงกวนลงไป เกลี่ยถั่วแดงกวนให้เสมอกัน นำเข้าช่องแช่แข็งประมาณ 30 นาทีหรือจนเซตตัว จะได้เป็นชั้นสวย ๆ

ชั้นที่ 3 ทำไอศกรีมครีมชีส : โดยใส่ครีมชีสกับนมข้นหวานลงในอ่างผสม ตีครีมชีสกับนมข้นหวานให้เนียนเข้ากัน เติมน้ำเลมอนกับกลิ่นวานิลลา ตีต่อให้เข้ากันอีกครั้ง กรองส่วนผสมครีมชีส 1 รอบ พักไว้ เทวิปปิ้งครีมใส่อ่างผสม ตีให้ขึ้นฟู ตักวิปปิ้งครีมใส่ลงผสมกับครีมชีส ตะล่อมแบบเบามือจนเนื้อเนียน เทใส่พิมพ์ เกลี่ยให้ทั่ว ใช้มือเขย่าพิมพ์จนเนื้อเนียน คลุมด้วยพลาสติกถนอมอาหาร แช่ช่องแข็งประมาณ 2-3 ชั่วโมงจนเซตตัว

ชั้นที่ 4 ไอศกรีมชาเขียว : โดยผสมผงเจลาตินกับน้ำเย็นพักไว้ให้พองตัว เทวิปครีมใส่ชามผสม เอาเข้าไมโครเวฟประมาณ 4-5 นาที ใส่ไวท์ช็อกโกแลตในอ่างผสม นำวิปครีมเทใส่ลงไป คนผสมจนละลาย ใส่ผงชาเขียวแล้วคนผสมให้เข้ากัน ใส่เจลาตินลงผสมต่อให้เข้ากัน พักให้เย็น เทไอศกรีมชาเขียวลงในพิมพ์ คลุมด้วยพลาสติกถนอมอาหาร นำไปแช่แข็งข้ามคืน เราทำเป็นไอศกรีมความเย็นต้องถึง

ชั้นที่ 5 : นำไอศกรีมชาเขียวชีสพายออกมา ใช้มีดแซะขอบ เอาออกจากพิมพ์ โรยผงชาเขียวให้ทั่ว ตัดเป็นชิ้นพร้อมเสิร์ฟ

ขอบคุณแหล่งที่มา https://cooking.kapook.com

 …

Read more
บาร์ผลไม้แห้ง

บาร์ผลไม้แห้ง ไอเดียขนมง่าย ๆ กับส่วนผสมแค่ 3 อย่าง !

บาร์ผลไม้แห้ง  ความชุ่มฉ่ำของรสชาติผลไม้ และความหวานเฉพาะตัวของบาร์สูตรพิเศษนี้

บาร์ผลไม้แห้ง ช่วยกระตุ้นร่างกายให้รู้สึกกระปรี้กระเปร่าขึ้นได้ง่าย ๆ ใครอยากลองทำก็แค่เตรียมผลไม้แห้งชนิดใดก็ได้ ถั่ว และอินทผลัม 3 อย่างนี้ก็อร่อยสดชื่นได้แล้วจ้า

สิ่งที่ต้องเตรียม

• ถั่วคั่วหรืออบแห้ง ตามชอบ 1 ถ้วย
• ผลไม้อบแห้ง 1 ถ้วย
• อินทผลัมแกะเม็ดออก 1 ถ้วย

บาร์ผลไม้แห้ง

วิธีทำ

• ปั่นผสมถั่วที่อบสุกแล้วกับผลไม้อบแห้ง และเนื้ออินทผลัม เข้าด้วยกันจนเนื้อเหนียวและเป็นเนื้อเดียวกัน

• ตักส่วนผสมลงในพิมพ์ หรือถาด กดให้แน่น นำเข้าแช่เย็นอย่างน้อย 1 คืน

• พอครบเวลาให้นำออกจากพิมพ์ ตัดเป็นชิ้น ๆ พร้อมเสิร์ฟ

ขอบคุณแหล่งที่มา https://cooking.kapook.com/

Read more
คุกกี้เนยถั่ว

คุกกี้เนยถั่ว ไอเดียขนมง่าย ๆ เพราะเพียงแค่ส่วนผสมแค่ 3 อย่าง !

คุกกี้เนยถั่ว ไม่ต้องอาศัยส่วนประกอบอะไรมากไปกว่าเนยถั่ว ไข่ไก่และน้ำตาลทราย

คุกกี้เนยถั่ว ขนมหวานอร่อย ๆกลายเป็นของว่าง หรืออาหารเช้าในวันที่เร่งรีบได้สบาย ๆ เลย

สิ่งที่ต้องเตรียม

• น้ำตาลทราย 1 ถ้วย
• เนยถั่ว 1 ถ้วย
• ไข่ไก่ 1 ฟอง

คุกกี้เนยถั่ว

วิธีทำ

• เปิดเตาอบที่ 350 องศาฟาเรนไฮท์ เตรียมไว้

• คนผสมน้ำตาลทราย เนยถั่ว และไข่ไก่เข้าด้วยกันจนเป็นเนื้อเนียน ตักส่วนผสมวางลงบนแผ่นรองอบ ใช้ส้อมกดบนคุกกี้ให้แบน

• นำเข้าอบนานประมาณ 12 นาที นำออกจาเตา พักทิ้งไว้จนเย็น แซะออกจากแผ่นรองอบ พร้อมเสิร์ฟ

ขอบคุณแหล่งที่มา https://cooking.kapook.com

Read more
ซ่าหริ่ม

ซ่าหริ่ม สูตรทำขนมขายหน้าร้อน เย็นฉ่ำชื่นใจ รับทรัพย์แบบจัดเต็ม

ซ่าหริ่ม เห็นภาพซ่าหริ่ม ขนมไทยแล้วอยากทำกินเองและทำขายไปพร้อมกัน

ซ่าหริ่ม ใครสนใจขอแนะนำสูตรจาก คุณนัทจัง สบายดี สมาชิกเว็บไซต์พันทิปดอทคอม วัตถุดิบไม่เยอะ ต้นทุนต่ำ จะใส่ถุงขายก็ได้ หรือจะใส่ถ้วยพลาสติกสวย ๆ ก็เจิดค่ะ ซ่าหริ่มราดกะทิหอม ๆ โปะน้ำแข็งเย็น ๆ แหม… อร่อยชื่นใจ

ส่วนผสม ซ่าหริ่ม

• แป้งถั่วเขียว
• น้ำเปล่า
• น้ำใบเตย
• น้ำเย็น

ซ่าหริ่ม

ส่วนผสม น้ำเชื่อม

• น้ำตาลทราย 250 กรัม
• น้ำเปล่า 250 มิลลิลิตร
• ใบเตย 2-3 ใบ

หมายเหตุ : *** การทำน้ำเชื่อม น้ำตาลทราย 100 กรัม ต่อน้ำเปล่า 100 มิลลิลิตร

ส่วนผสม น้ำกะทิ

• กะทิอบควันเทียนสำเร็จรูป 1 กล่อง

วิธีทำซ่าหริ่ม

1. เอาแป้งถั่วเขียวผสมกับน้ำเปล่า ถ้าสีเขียวนัทใช้น้ำใบเตยค่ะ คนให้เข้ากันด้วยไฟอ่อนจนแป้งเหนียวได้ที่
2. จากนั้นนำแป้งไปกดโดยใช้ที่กดซ่าหริ่มให้ตัวซ่าหริ่มไหลลงไปสู่น้ำเย็น
3. เมื่อครบ 5 นาทีแล้วตักตัวซ่าหริ่มขึ้นมาพักไว้ให้สะเด็ดน้ำ
4. เมื่อเราทำตัวซ่าหริ่มเรียบร้อยแล้ว ก็เสิร์ฟโดยใส่กะทิอบควันเทียนและน้ำเชื่อมได้เลยค่ะ ก่อนรับประทานให้ใส่น้ำแข็งลงไปแค่นี้ก็อร่อยแล้วค่ะ

ขอบคุณแหล่งที่มา https://cooking.kapook.com/

Read more