เดือน: มกราคม 2020

สุดยอดเมนูเด็ดยอดคะน้าปลาอินทรีย์

สุดยอดเมนูเด็ดยอดคะน้าปลาอินทรีย์  เมนูอาหาร มากมายคุณประโยชน์ที่คุณต้องทึ่ง!!!

สุดยอดเมนูเด็ดยอดคะน้าปลาอินทรีย์

สุดยอดเมนูเด็ดยอดคะน้าปลาอินทรีย์ เป็นเมนูอาหารที่มีประโยชน์ อันหลากหลาย ใครพลาดเมนูนี้ ถือว่าพลาดมาก!!!

เมนูยอดคะน้าปลาอินทรีย์

 

ปลาอินทรีย์  ปลาทะเลเป็นแหล่งอาหารที่ดีของโปรตีนและมีคุณค่าทางโภชนาการเนื่องจากมีกรดไขมันที่จำเป็น มีไขมันประเภทอิ่มตัวต่ำ และมีสารอาหารอื่นๆ อีกเช่น แคลเซียม ฟอสฟอรัส วิตามินดี วิตามินบี 12 วิตามินเอ เป็นต้น

สารอาหารที่มีอยู่ในปลาทะเลที่ช่วยลดการเกิดโรคหัวใจและหลอดเลือดคือกรดอีโคซาเปนทีโนอิก หรือ อี พี เอ (eicosapentaenoic acid, EPA) และกรดโดโคซาเฮกซิโนอิกหรือดี เอช เอ (docosahexaenoic acid, DHA) ซึ่งเป็นไขมันไม่อิ่มตัวเชิงซ้อน เมื่อร่างกายได้รับกรดไขมันทั้งสองตัวนี้จะช่วยลดการจับตัวของเกล็ดเลือดที่ก่อให้เกิดภาวะหลอดเลือดแข็งตัว ลดการอักเสบ และสร้างสารที่มีส่วนช่วยให้หลอดเลือดขยายตัวและมีความยืดหยุ่นมากขึ้น ร่วมกันกับการลดระดับของไขมันประเภทไตรกลีเซอไรด์ที่เป็นตัวเร่งให้เกิดภาวะเลือดจับตัวกันเป็นลิ่มและอุดตันหลอดเลือด

สุดยอดเมนูเด็ดยอดคะน้าปลาอินทรีย์

 

 

ผักคะน้า การรับประทานผักคะน้า ในปริมาณที่เหมาะสม จะช่วยให้มีสรรพคุณทางสมุนไพร ดังนี้ มีสารต่อต้านอนุมูลอิสระ ช่วยป้องกันมะเร็ง ช่วยเสริมสร้างภูมิต้านทานให้ร่างกาย ช่วยบำรุงผิวพรรณ ป้องกันการติดเชื้อ ช่วยเสริมสร้างเนื้อเยื่อให้ชุ่มชื้น ช่วยบำรุงสายตา ลดความเสี่ยงของการเกิดโรคต้อกระจก ป้องกันจอประสาทตาเสื่อม ช่วยบำรุงโลหิต ช่วยเพิ่มการไหลเวียนของโลหิต ช่วยเสริมสร้างกระดูกและฟัน ช่วยป้องกันการเกิดโรคกระดูกพรุน ช่วยลดระดับคอเลสเตอรอล ช่วยลดอาการไมเกรน ช่วยชะลอความจำเสื่อม ช่วยลดความเสี่ยงโรคกระเพาะอาหาร ป้องกันมะเร็งลำไส้ ป้องกันมะเร็งกระเพาะปัสสาวะ ป้องกันมะเร็งปอด ป้องกันมะเร็งเต้านม ช่วยป้องกันโรคโลหิตจาง ช่วยรักษาโรคหอบหืด ช่วยขยายหลอดลม ช่วยรักษาโรคภูมิแพ้ ป้องกันการเกิดตะคริว รักษาสมดุลฮอร์โมนเอสโตรเจน ควบคุมน้ำตาลในเลือดช่วยลดความเสี่ยงต่อการที่เด็กทารกพิการแต่กำเนิด

สุดยอดเมนูเด็ดยอดคะน้าปลาอินทรีย์

ผักคะน้ามี สารกอยโตรเจน ( Goitrogen ) ที่อยู่ในผักคะน้า ทำให้ท้องอืดท้องเฟ้อ ทำให้ร่างกายขาดแร่ธาตุไอโอดีน และ ทำให้การสร้างฮอร์โมนในต่อมไทรอยด์ลดประสิทธิภาพลง การรับประทานผักคะน้าในปริมาณที่เหมาะสม

สุดยอดเมนูเด็ดยอดคะน้าปลาอินทรีย์

 

เมนูนี้เด็ดจริง!! ประโยชน์เยอะ ห้ามพลาด 

เมนูยอดคะน้าปลาอินทรีย์

 

 

ขั้นตอนการทำ

ใส่น้ำมันลงในกระทะตั้งไฟปานกลางพอร้อน ใส่กระเทียมลงไปผัดพอหอม ตามด้วยยอดคะน้า ผัดพอนุ่ม
ตามด้วยปลาอินทรีย์ แล้วปรุงรสด้วยซอสหอยนางรมตราแม็กกี้ เพื่อให้ได้รสชาติที่กลมกล่อมและความข้นของน้ำซอส ตามด้วยซอสปรุงอาหารตราแม็กกี้ ผงปรุงรส น้ำตาลทราย และน้ำเปล่า
ผัดด้วยไฟแรงให้เข้ากัน ชิมรสตามชอบ ยกลง จัดรับประทานกับข้าวสวยร้อนๆ

สุดยอดเมนูเด็ดยอดคะน้าปลาอินทรีย์

 …

Read more
สูตรน้ำพริกกลางดงอาหารไทยพื้นบ้าน

สูตรน้ำพริกกลางดงอาหารไทยพื้นบ้าน น้ำพริกแบบโบราณคู่ครัวไทย

สูตรน้ำพริกกลางดงอาหารไทยพื้นบ้าน

จัดว่าเด็ด กับน้ำพริก อาหารไทยคู่คนไทย มาตั้งแต่สมัยโบราณ เคล็ดลับก่อนเข้าครัว การทำน้ำพริกกลางดง สูตรน้ำพริกกลางดงอาหารไทยพื้นบ้าน

เทคนิคการเลือกกุ้งแห้ง ให้เลือกกุ้งแห้งอย่างดี ตัวโตๆ เพราะ เวลากินจะได้ชิ้นเนื้อกุ้ง โดยการเตรียมกุ้งแห้ง เทคนิค คือ ให้ล้างกุ้งแห้งให้สะอาดก่อน จากนั้นนำไปอบให้แห้งก่อน นำมาปรุงอาหาร  การทอดหอมเจียวและกระเทียมเจียว ให้แยกทอด เพราะ หอมแดง และ กระเทียม สุกไม่พร้อมกัน และ กลิ่นของหอมแดงและกระเทียมจะดีกัน ทำให้เสียรสชาติ ให้แยกน้ำมัน และ แยกทอด
เทคนิคการเจียวหอมแดงให้กรอบอร่อย ให้เจียวหอมแดงด้วยน้ำมันท่ีร้อน แต่ใช้ไฟอ่อน ค่อยๆทอดจนไม่มีฟอง จากนั้นนำมาพักให้หอมเจียวเย็น หอมเจียวจะเหี่ยวและไม่กรอบ เทคนิคสำคัญ คือ ต้องนำไปอบให้แห้งอีกครั้ง จะได้หอมเจียวแห้งกรอบ อร่อย การเจียวกระเทียม ให้ใช้น้ำมันร้อน ไฟอ่อน ค่อยๆเจียวจนเหลืองกรอบ การผัดน้ำพริก และ การปรุงรส เป็น เทคนิคของความอร่อย น้ำตาล ให้ใช้น้ำตาลปี๊บ และ น้ำมะขามเปียก น้ำพริกสูตรนี้ ไม่เหมือนน้ำพริกทั่วไป ที่เผ็ด และ รสเค็มนำ รสชาติจะออก หวานๆ เปรี้ยวๆ หอมกระเทียม และ หมอเจียว เป็น อาหารจานหลัก หรือ อาหารทานเล่นก็ได้ทั้งนั้น

สูตรน้ำพริกกลางดงอาหารไทยพื้นบ้าน

ส่วนผสม

กุ้งแห้งตัวใหญ่ 1 ถ้วยตวง
กระเทียม 3 หัว นำมาซอย
พริกแห้ง 1 หยิบมือ
น้ำมะขามเปียก 2 ช้อนโต๊ะ
น้ำตาลปึก 2 ช้อนโต๊ะ
หอมแดง 3 หัว นำมาซอย
น้ำมันพืช สำหรับทอดประมาณ 1 ถ้วยตวง

วิธีทำ

เริ่มจากการเจียวหอมแดง และ เจียวกระเทียม ตั้งกระทะน้ำมันให้ร้อน นำหอมแดงลงไปเจียวก่อน เจียวจนหอมแดงเหลือง สุก ให้นำมาพักให้เย็น และ นำไปอบอีกครั้งให้หอมเจียวแห้ง จะได้หอมเจียวกรอบๆ
จากนั้นตั้งกระทะน้ำมันใหม่ ใส่กระเทียมลงไปเจียว จนเหลืองกรอบ ก็ให้นำมาพักเอาไว้ก่อน
เม่ื่อวัตถุดิบต่างๆพร้อมแล้ว ให้นำ กระเทียมเจียว และ หอมเจียวส่วนหนึ่ง แบ่งมาสักครึ่งหนึ่งก่อน นำมาโขรก ร่วมกับ กุ้งแห้ง และ พริกแห้ง โดยโขรกส่วนผสมเข้ากันไม่ต้องละเอียดมาก พอให้มีชิ้นเนื้อของส่วนผสมต่างๆ
ตั้งกระทะน้ำมัน ใส่น้ำตาลปึกลงไปผัด ให้ละลายและออกสีน้ำตาล จากนั้นจึงใส่ น้ำมะขามเปียก ลงไปปรุงรส
เติม ส่วนผสมที่โขรกไว้ก่อนหน้านี้ ลงไป คลุกเคล้าให้เข้ากับซอส และ จึงใส่ หอมเจียว และ กระเทียมเจียว ลงไปผสมให้หมดเพียงเท่านี้ก็ เสริฟน้ำพริกพร้อมรับประทานได้ ทานกับผักสดๆ ปลานึ่ง และ ข้าวสวย…

Read more
ไข่เจียวลาบแซ่บ

ไข่เจียวลาบแซ่บ สูตรอาหารอีสาน

ไข่เจียวลาบแซ่บ

ไข่เจียวลาบแซ่บ  ไข่เจียวธรรมดาๆที่เรากินกันมาตั้งแต่เด็ก วันนี้เราจะมาผสมกับรสชาติอาหารอีสานสุดแซ่บ ตู๊ม!!! กลายเป็นไข่เจียวลาบ แสนอร่อย กันเลยทีเดียว  ซี๊ดๆแซ่บๆ ต้องสูตรนี้

ไข่เจียวลาบแซ่บ

วัถุติบส่วนผสม

ไข่ไก่ 4 ฟอง

หอมแดงซอย 2 ช้อนโต๊ะ

ต้นหอมซอย 2 ช้อนโต๊ะ

ผักชีฝรั่งซอย 2 ช้อนโต๊ะ

สะระแหน่เด็ดใบ ½ ถ้วย

คนอร์สูตรสำเร็จ ลาบ-น้ำตก 2 ช้อนโต๊ะ

น้ำมันพืชสำหรับเจียวไข่

ไข่เจียวลาบแซ่บ

วิธีทำ

ตอกไข่ใส่ถ้วย  แล้วตีไข่ด้วยส้อมจนขึ้นฟู

ใส่น้ำมันลงกระทะก้นลึก ตั้งไฟร้อนปานกลาง ลองหยอดไข่ที่ตีไว้ลงไปเล็กน้อย ถ้าไข่ที่หยอดลงไปสุกฟูทันที แสดงว่าน้ำมันร้อนได้ที่แล้ว จึงเทไข่ที่เตรียมไว้ลงไปทอดทั้งหมดได้เลย

เมื่อไข่ด้านล่างเริ่มเหลืองกรอบให้กลับด้านไข่เจียว แล้วทอดจนเหลืองกรอบทั้งสองด้าน

ตักขึ้นให้สะเด็ดน้ำมันแล้วจัดใส่จาน

ผสมหอมแดง ต้นหอม ผักชีฝรั่ง สะระแหน่ กับคนอร์สูตรสำเร็จ ลาบ-น้ำตก คลุกเคล้าให้เข้ากัน ถ้าแห้งเกินไป สามารถเติมน้ำเปล่าต้มสุกใส่ลงไปพอให้ขลุกขลิกได้เช่นกัน จากนั้นตักราดบนไข่เจียว รับรองว่าอร่อยแซ่บสุดๆ…

Read more

ขนมหวานวิถีชาวบ้าน จาวตาลเชื่อม เนื้อของเมล็ดลูกตาลอ่อน หาทานยาก รักษาโรคนิ่วได้

 

ขนมหวานวิถีชาวบ้าน จาวตาลเชื่อม รักษาโรคนิ่วได้

ขนมหวานวิถีชาวบ้าน จาวตาลเชื่อม ขนมจาวตาลเชื่อม

การขัดเมือกของจาวตาล ด้วยการใช้ฟางในการขัด จะช่วย ขัดเมือกของจาวตาล ได้ดี
การล้างจาวตาล ด้วย สารส้มจะช่วยให้จาวตาลสะอาด และต้องล้างด้วยน้ำเปล่าให้สะอาด ไม่ให้เหลือสารส้ม
ต้องตัดส่วนของ รากจาวตาล ออก เนื่องจากส่วนนั้นจะแข็ง
น้ำลอยดอกมะลิ ให้ใส่สุดท้าย เพื่อเพิ่ม ความหอมของจาวตาลเชื่อม

ขนมหวานจาวตาลเชื่อม

ส่วนผสม

จาวตาลสด 7 กิดลกรัม
น้ำตาล 4 กิโลกรัม
น้ำลอยดอกมะลิ 4 ถ้วยตวง

วิธีทำ

ล้าง จาวตาล ให้ล้างให้สะอาด
ต้มน้ำให้เดือน นำ จาวตาล ลงไปต้ม ประมาณ 15 นาที จากนั้นใส่น้ำตาลลงไป
ต้มต่อให้เป็นน้ำเชื่อม เติมน้ำลอยดอกมะลิลงไปด้วย จากนั้นก็ต้มเชื่อมจาวตาลต่อ 20 นาที สังเกตุให้ลูกตาลเหลืองนุ่ม

ขนมหวานวิถีชาวบ้าน

เนื้อลูกตาล มีสารอาหารที่มีประโยชน์หลากหลาย

 

– คาร์โบไฮเดรต กินแล้วให้พลังงานที่ดีต่อร่างกาย พร้อมมีไฟเบอร์ที่ทำให้อิ่มนาน และช่วยในการขับถ่ายที่ดี ป้องกันท้องผูก

– แคลเซียม ฟอสฟอรัส ที่ช่วยในการเสริมสร้างกระดูกและฟัน ช่วยให้แข็งแรง และช่วยในการทำงานของร่างกายที่เป็นปกติ

– เหล็ก ช่วยในการบำรุงเลือด และการหมุนเวียนของเลือด

– วิตามินซี สารอนุมูลอิสระที่ดีต่อร่างกาย ช่วยให้ร่างกายแข็งแรง ป้องกันไม่ให้ป่วยบ่อย และข่วยบำรุงผิวให้แข็งแรง ผิวพรรณผ่องใส

ลูกตาล

สรรพคุณทางยาของของลูกตาล

มีสรรพคุณทางยาสมุนไพร รับประทานเพื่อช่วยละลายเสมหะในลำคอ บรรเทาอาการไอ ไอเรื้อรัง แก้กระหายน้ำ และช่วยแก้ไข ลดความร้อนในร่างกาย

 

 

ต้นตาลโตนด (Palmyra Palm) เป็นไม้ในตะกูลเดียวกันกับปาล์ม และมะพร้าว จัดเป็นไม้ชนิดให้ผลที่พบได้ทั่วไปในทุกภาค มีประโยชน์ในหลายด้าน อาทิ ลูกตาลอ่อน น้ำตาลสด ผลแก่ใช้ทำขนมตาล แก่นไม้ใช้ทำเฟอร์นิเจอร์ เป็นต้น

– ภาคกลาง และทั่วไป เรียก ต้นตาลโตนด, ต้นตาล

– ภาคใต้ เรียก ตาลโตนด หรือ ต้นโตนด

– ยะลา และปัตตานี เรียก ปอเก๊าะตา

ประวัติต้นตาล

ต้นตาลโตนดเป็นพืชในตระกูลปาล์ม มีการสันนิษฐานว่ามีถิ่นกำเนิดในแถบทวีปแอฟริกา ต่อได้มีการกระจายพันธุ์มาทางตอนใต้ของประเทศอินเดีย และแพร่มาสู่แถบประเทศเอเชียอาคเนย์ รวมถึงประเทศไทยที่น่าจะเริ่มการปลูกครั้งแรกบริเวณแถบจังหวัดภาคใต้ โดยเฉพาะเมืองท่าที่มีการค้าขายกับชาวอินเดียในสมัยนั้น

พบบันทึกเกี่ยวกับตาลโตนดที่เก่าแก่ในคัมภีร์พระพุทธประวัติที่ปรากฏคำว่า “ตาล” หรือ “ตาละ” ที่หมายถึงต้นตาลโตนด ซึ่งเป็นหนึ่งในพรรณไม้ที่ถูกกล่าวถึงขณะที่พระองค์เสด็จไปประทับ ณ ลัฏฐิวนอุทยาน (ลัฏฐตาล) ในพรรษาที่สองหลังจากตรัสรู้ เพื่อโปรดพระเจ้าพระพิมพิสาร ราชาแห่งแคว้นมคธ รวมทั้งบริวาร ซึ่งมีช่วงหนึ่งที่พระเจ้าพิมพิสารทรงดำรัสว่า ป่าไผ่นั้นร่วมเย็นดีกว่าป่าตาล นอกจากนั้นในพุทธประวัติยังมีช่วงหนึ่งที่กล่าวถึง พระวินัยที่ทรงห้ามนำผลไม้หรือพืช 10 ชนิด ใช้ทำน้ำอัฐบาน เพราะเป็นผลไม้ที่ห้ามรับประทานหลังเที่ยงแล้ว ซึ่ง 1 ใน 10 เป็นลูกตาลด้วย

ประวัติต้นตาลโตนดที่พบบัทึกในประเทศไทยนั้นเริ่มพบหลักฐานในสมัยทวราวดี (พุทธศตวรรษที่ 11-16) ที่มีการใช้ตราประทับรูปคนปีนตาล นอกจากนั้น มีการพบบันทึกเกี่ยวกับตาลโตนดในศิลาจารึกของพ่อขุนรามคำแหงในช่วงหนึ่งที่แปลได้ว่า ในปีมะโรง ศกที่ 1214 พ่อขุนรามคำแหงขณะพระชนมายุ 14 พรรษา ได้ทรงปลูกไม้ตาลไว้กลางเมืองสุโขทัย

Read more
สูตรผัดกระเพราไข่เยี่ยวม้าละมุนลิ้น

สูตรผัดกระเพราไข่เยี่ยวม้าละมุนลิ้น แสนอร่อย

สูตรผัดกระเพราไข่เยี่ยวม้าละมุนลิ้น

สูตรผัดกระเพราไข่เยี่ยวม้าละมุนลิ้น เคล็ดลับก่อนเข้าครัวการทำผัดกะเพราไข่เยี่ยวม้า

เนื้อหมูสับ ให้ใช้ เนื้อสันคอหมู ที่มี มันหมู และ เนื้อหมู นุ่มๆ โดยสับให้ละเอียด แต่คงความเป็น เนื้อหมู ชิ้นบ้าง จะได้ ความอร่อยของเนื้อหมู
เนื้อหมู ต้องใช้ เนื้อหมู ที่สดใหม่ ลักษณะหมูที่สดใหม่ คือ เนื้อแดงสด เนื้อหมูเด่ง ไม่มีเมือก และ ไม่มีกลิ่นเหม็นเน่า
กระเทียม ให้เลือกใช้กระเทียมไทย กลีบเล็ก จะให้กลิ่นหอมแสนอร่อย การทอดใบกระเพราให้ล้างใบกระเพราก่อน จากนั้นพักให้ใบกระเพราสะเด็ดน้่ำให้แห้งก่อน จากนั้นจึงทอด จะได้ใบกระเพราที่กรอบหอม ไม่ไหม้ ใบกระเพรา ให้ใช้ กระเพราแดง คัดเอาแต่ใบ ใบกระเพราแดง จะหอมมากกว่า ใบกระเพราเขียว ใบใหญ่ รสเผ็ดร้อนก็จะมากกว่า ใบกระเพราธรรมดา พริกสด ให้ใส่พริก 2 แบบ พริกขี้หนูสวน ให้บดละเอียด เพื่อให้ความสด และ พริกชี้ฟ้า ให้หั่นเฉียงให้สีสันสวยงาม ไข่เยี่ยวม้า ให้ใช้ ไข่เยี่ยวม้า สดใหม่ และให้นำ ไข่เยี่ยวม้า ไปต้มให้สุกก่อน เมนูนี้เราจะไม่ใส่ไข่เยี่ยวมาลงไปผัด เพราะ การผัดไข่เยี่ยวม้าจะทำให้ไข่แตกจากนั้น และ เละไม่น่ารัับประทาน
สำหรับคนที่ไม่ชอบไข่เยี่ยวม้าแบบสดๆ สามารถนำไข่เยี่ยวม้าชุบแป้งทอดได้

สูตรผัดกระเพราไข่เยี่ยวม้าละมุนลิ้น

ส่วนผสม

ไข่เยี่ยวม้า 4 ฟอง นำมาปลอกเปลือก และ หั้นครึ่ง
หมูสับ 100 กรัม
พริกชี้ฟ้า 5 เม็ด นำมาโขรกหยาบๆ
กระเทียมบด 1 ช้อนโต๊ะ
ใบกระเพรา 1 ถ้วย (หนึ่งหยิบมือ)
ซอสน้ำมันหอย 1 ช้อนโต๊ะ
น้ำปลา 1 ช้อนโต้ะ
น้ำตาลทราย 1 ช้อนชา
น้ำมันพืช สำหรับผัดและทอด

วิธีทำ

เริ่มจากตั้งกระทะน้ำมันให้ร้อน นำใบกระเพรา 1 กำมือ ลงไปทอด ให้ใบกรอบ จากนั้นนำมาพักให้สะเด็ดน้ำมัน
ตั้งกระทะน้ำมัน ประมาณ 3 ช้อนโต้ะ ใส่ พริกชี้ฟ้าและกระเทียมลงไปผัดให้หอม ใส่นเนื้อหมูสับลงไปผัด
ปรุงรสด้วย ซอสน้ำมันหอย น้ำปลา และ น้ำตาลทราย เติมน้ำลงไปนิดหน่อย ผัดให้ส่วนผสมเข้ากัน ผัดจนเนื้อหมูสุก ชิมรสชาติให้ได้ตามใจชอบ
ใส่ใบกระเพราลงไปผัด ปิดไฟกระทะได้
จัดหน้าจาน โดยให้วางไข่เยี่ยวม้าผ่าครึ่งลงบนจาน ราดด้วยผัดกระเพราหมูสับ และ โรยหน้าด้วยใบกระเพราทอด พร้อมรับประทานได้ทันที ทานคู่กับ พริกน้ำปลา…

Read more
มะระผัดไข่เค็มรสชาติกลมกล่อม

มะระผัดไข่เค็มรสชาติกลมกล่อม อาหารไทย เมนูไข่ เมนูมะระ

มะระผัดไข่เค็มรสชาติกลมกล่อม

มะระผัดไข่เค็มรสชาติกลมกล่อม เคล็ดลับก่อนเข้าครัว การทำมะระผัดไข่

การเลือกมะระ ให้เลือกมะระจีน ที่มีรอยหยักใหญ่ เนื้อมะระแข็งแน่น คั่วของผลมะระยังสดไม่แห้ง หรือ หลุดจากผล เทคนิคการทำให้มะระไม่ขม การทำให้มะระไม่ขม ต้องคว้านเอาไส้ขาวๆและเมล็ดออกให้หมด จากนั้นนำๆปต้มด้วยน้ำเกลือ 30 นาที และนำมาแช่เย็นให้มะระยังคงความสด
เทคนิคการลดความขมของมะระ ให้นำะระไปลวกก่อน ความขมของมะระจะออกมา แต่ลวกให้พอสุก และ นำไปแช่น้ำเย็นให้มะระแข็งเซ็ตตัว เป็นชิ้น ความขมของมะระจะออกไปอยู่ในน้ำลวกมะระ การเลือดไข่เค็ม เลือกใช้ ไข่เค็มที่ใหม่ๆ ซึ่ง ความเค็มของไข่จะไม่มากเกินไป การนำมาผัดไข่เค็ม ความเค็มจะทำให้เกิดความกลมกล่อม สำหรับไข่เค็มยอดนิยม คืิอ ไข่เค็มไชยา
เทคนิคการผัด ให้นำไข่ลงไปผัดก่อน ให้ไข่สุก จากนั้น จึงนำไข่เค็ม และ มะระลงไปผัด ความเค็มของไข่เค็ม จะช่วยลดความขมของมะระได้ น้ำมันที่ใช้สำหรับผัด ให้ใช้น้ำมันใหม่ ห้ามนำน้ำมันเก่ามาผัด เนื่องจากน้ำมันเก่าไม่ดีต่อสุขภาพ และทำให้อาหารมีกลิ่นของอาหารอื่นๆ ทำให้เสียรสชาติของอาหาร และที่สำคัญ อย่าใส่น้ำมันลงไปผัด มากเกินไป เนื่องจากน้ำมันจะทำให้มันเกินไป

มะระผัดไข่เค็มรสชาติกลมกล่อม

ส่วนผสม

ไข่เค็ม 1 ฟอง นำมาหั่นเป็นชิ้นเล็กๆ
ไข่ไก่ 1 ฟอง
มะระ 1 จาน โดยนำมาหั่นเป็นชิ้นบาง
กระเทียม 2 กลีบ นำมาสับให้ละเอียด
ซอสถั่วเหลือง 1 ช้อนโต้ะ
ซอสน้ำมันหอย 1 ช้อนโต๊ะ
น้ำตาลทราย 1 ช้อนโต้ะ
เกลือป่น
น้ำมันพืช สำหรับผัด 1 ช้อนโต๊ะ

วิธีทำ

เริ่มจากการเตรียมมะระก่อน นำมะระมาแช่น้ำเกลือก่อน 20-30 นาที จากนั้น นำมะระมาหั่นสำหรับนำมาทำอาหาร โดยให้คลุกเคล้าเกลือกับมะระ จากานั้นล้างให้สะอาด
ต้มน้ำให้เดือด นำมะระลงไปลวกให้สุก จากนั้นนำมาพักด้วยน้ำเย็นให้มะระเซ็ตตัว
เริ่มผัด โดย ตั้งกระทะ ใส่น้ำมันและกระเทียมลงไป เปิดไฟและเจียวกระเทียมให้ความร้อนของน้ำมันค่อยๆร้อนขึ้นทำให้กระเทียมหอม
ใส่ไข่ไก่ลงไปผัด ผัดให้ไข่ไก่สุก
จากนั้นใส่ ไข่เค็ม และ มะระ ลงไปผัด ปรุงรสด้วย ซอสถั่วเหลือง ซอสน้ำมันหอย และ น้ำตาลทราย ผัดให้ส่วนผสมต่างๆเข้ากัน
ตักใส่จานเสิร์ฟ รับประทานได้ทันที กับข้าวง่ายๆ ตาม ร้านอาหารไทย อาหารจานเดียว มะระผัดไข่เค็ม…

Read more
ข้าวผัดปูเนื้อเน้นๆ

ข้าวผัดปูเนื้อเน้นๆ การปรุงรสข้าวผัดต้องพอดี ไม่เผ็ด หรือ จืดเกินไป ที่สำคัญ เนื้อปู ต้องหอมอร่อย

ข้าวผัดปูเนื้อเน้นๆ

ข้าวผัดปูเนื้อเน้นๆ เคล็ดลับการทำข้าวผัดปู

ข้าวต้องใช้ข้าวหอมมะลิเก่า จึงจะได้ข้าวสวย นุ่ม และไม่อ่อนเกินไป
ข้าวเมื่อหุงเสร็จให้แช่ตู้เย็นเอาไว้ก่อนให้ข้าวเย็น เมื่อเวลาผัด ข้าวโดนความร้อนจะไม่เสียรูปเม็ดและนุ่นพอดี หากข้าวหุงสุกใหม่ๆมาผัดเลย เวลาโดนความร้อนจะทำให้ข้าวเละไม่น่ารับประทาน
วัตถุดิบต้องใช้วัตถุดิบที่สด ใหม่ และสะอาด เสมอ
การใช้ไฟในตอนผัดให้ใช้ไฟแรง แต่เมื่อนำข้าวลงไปผัดให้ลดความร้อนลงเป็นไปปานกลาง
การที่จะทำให้ปูไม่คาวต้องล้างให้สะอาด และนำไปนึ่งก่อน ให้เนื้อปูสุกก่อนที่จะนำมาผัดกับข้าวผัด

ข้าวผัดปูเนื้อเน้นๆ

 

ส่วนผสม

ข้าวสวย 1 ถ้วยตวง
เนื้อปู 4 ช้อนโต้ะ
ต้นหอมซอย 2 ช้อนชา
มะเขือเทศหั่น 2 ช้อนโต้ะ
ไข่ไก่ 1 ฟอง
น้ำตาล 1 ช้อนชา
ซอสน้ำมันหอย 1 ช้อนชา
ซอสปรุงรส 1 ช้อนโต้ะ
น้ำมันพืช 2 ช้อนโต้ะ
แตงกวาหั่น 3 ชิ้น และต้นหอม

วิธีทำ

ตั้งกระทะน้ำมันให้ร้อน นำไข่ลงไปผัดกับเนื้อปู ผัดจนไข่เริ่มแห้ง
นำข้าวสวยลงไปผัดให้เข้ากัน จากนั้นปรุงรสด้วย น้ำตาล ซอสปรุงรส และ ซอสน้ำมันหอย
นำ ต้นหอม และ มะเขือ ลงไปคลุกเคล้ากับข้าวผัด และเสริฟใส่จาน แต่งหน้าด้วย ต้นหอม และ แตงกวา ทานคู่กับ พริกน้ำปลาอพร้อมเสริฟ…

Read more
กุนเชียงรสชาติหวานอร่อย

กุนเชียงรสชาติหวานอร่อย สูตรกุนเชียง อาหารแปรรูปจากเนื้อหมู

กุนเชียงรสชาติหวานอร่อย

กุนเชียงรสชาติหวานอร่อย  เคล็ดลับก่อนเข้าครัว การทำกุนเชียง เนื้อหมู ต้องเลือกใช้เนื้อหมูที่สดๆ ใหม่ ไม่ใช้เนื้อหมูแช่แข็ง หรือ เนื้อหมูส่วนอื่นนอกจากสะโพก
การเตรียมเนื้อสะโพก ให้แล่เอาเอ็นหมูออกให้หมด ก่อนนำมาบด เนื่องจากเอ็นหมูจะทำให้เป็นมันแข็งๆ เคี้ยวไม่ได้ ทำให้เสียรสชาติของอาหาร
พริกไทยป่น ต้องใช้พริกไทยเม็ดนำมาป่นแบบสดๆ วันต่อวัน จะทำให้ได้พริกไทยที่หอม
การล้างไส้อ่อน เป็นขั้นตอนสำคัญ ต้องล้างให้สะอาด โดยล้างด้วยเกลือก่อน และ นำไปล้างด้วยสารส้ม จะไส้อ่อนสะอาด นำไปแช่น้ำแล้วน้ำใส
การล้างใส้อ่อนด้วยสารส้ม จะทำให้ไส้อ่อนเหนียว ไม่ขาดง่าย

กุนเชียงรสชาติหวานอร่อย

ส่วนผสม

เนื้อหมูสะโพก 7 กิโลกรัม นำมาบดให้ละเอียด
มันหมู 3 กิโลกรัม นำมาบดให้ละเอียด
น้ำตาลทราย 3.6 กิโลกรัม
เกลือ 400 กรัม
ผงพะโล้ 2 ช้อนโต้ะ
พริกไทยป่น 2 ช้อนโต้ะ
ไส้อ่อน 3 กิโลกรัม

วิธีทำ

เริ่มจากการหมักมันหมูก่อน โดยนำมันหมูมาบดให้หยาบๆ และนำมาหมัก โดยมันหมู 3 กิโลกรัม ใช้ น้ำตาล 1.8 กิโลกรัม เกลือ 200 กรัม พริกไทยป่น 1 ช้อนโต้ะ และ ผงพะโล้ 1 ช้อนโต้ะ นำส่วนผสมทั้งหมดมาผสมกับมันหมูให้เข้ากัน และนำมาหมักทิ้งไว้ก่อน 1 คืน
เริ่มหมักเนื้อหมู โดยนำเนื้อสะโพกหมูมาบด และนำมาหมัก โดย เนื้อสะโพกหมู 7 กิโลกรัม ใช้น้ำตาล 1.8 กิโลกรัม เกลือ 200 กรัม พริกไทยป่น 1 ช้อนโต้ะ และ ผงพะโล้ 1 ช้อนโต้ะ หมักทิ้งไว้ 30 นาที
จากนั้นนำเนื้อหมูหมัก และ เนื้อมันหมูหมัก มานวดผสมกัน นวดให้ มันหมูและเนื้อหมูผสมเข้ากัน หากมีเครื่องนวดก็จะทำให้มันหมูและเนื้อหมูเข้ากันง่ายขึ้น เมื่อได้เนื้อกุนเชียงแล้ว ก็นำมาพักเอาไว้ก่อน เตรียมนำมากรอกใส่ไส้อ่อน
เมื่อเราล้างไส้อ่อนเรียบร้อยแล้ว นำไส้อ่อนมาเตรียมกรอกเนื้อกุนเชียงใส่ในไส้อ่อน นำเนื้อกุนเชียงกรอกใส่ไส้อ่อน จะได้กุนเชียงดิบ แต่ยังไม่พร้อมรับประทาน นำเชือกมามันให้เป็นท่อนขนาดตามต้องการ
แล้นำกุนเชียงไปอบให้แห้ง ใช้เวลาอบประมาณ 7 วัน ก้จะได้กุนเชียงสีแดงแห้ง พร้อมที่จะรับประทานแล้ว…

Read more
ซุปหน่อไม้อาหารอีสานพื้นบ้าน

ซุปหน่อไม้อาหารอีสานพื้นบ้าน รสเด็ด เมนูหน่อไม้แบบง่ายๆ ใครๆก็ทำได้

ซุปหน่อไม้อาหารอีสานพื้นบ้าน

ซุปหน่อไม้อาหารอีสานพื้นบ้าน เคล็ดลับการทำซุปหน่อไม้ หน่อไม้ สำหรับเหมาะทำซุปหน่อไม้ คือ หน่อไม้จากไผ่ตง เป็นหน่อไม้อ่อน ให้ต้มไปให้สุก ให้หน่อไม้อ่อนและกินง่าย
สามารถใช้หน่อไม้ดองได้ แต่หน่อไม้ดองจะมีความเปรี้ยวมาก ให้ต้มและบีบคั้นน้ำที่มีรสเปรี้ยวในหน่อไม้ออก ทำหลายๆรอบ จนได้หน่อไม้ที่นุ่มและไม่มีรสเปรี้ยว ปลาร้า ที่ใช้ในการทำซุปหน่อไม้ต้องเป็นที่ปรุงรส ต้มให้สุกก่อน พริกป่น ต้องเป็นพริกป่นที่คั่วป่นใหม่แบบสดๆ จะได้สีสันและความเผ็ดที่อร่อย  ข้าวคั่ว ต้องใช้ข้าวเหนียวคั่วแบบสดๆ เทคนิคการทำข้าวคั่วให้ใส่ ข่า และ ตะไคร้ ลงไปคั่วกับข้าวเหนียว จะได้ข้าวคั่วที่หอมกลิ่นตะไคร้ และ ข่า ข้าวคั่วที่คั่วแบบสดๆ จะมีความหอมและอร่อยกว่าข้าวคั่วที่ค้างคืน น้ำตาล ให้เลือกใช้น้ำตาลปี๊บ ความหวานของน้ำตาลปี๊บจะให้ความกลมกล่อมของซุปหน่อไม้แบบพิเศษ ในบางสูตรใส่กะทิลงไปด้วย กะทิ เมื่อต้มผสมกับปลาร้า จะให้ความมันอร่อยไปอีกแบบ
ต้นหอม บางครั้งมีกลิ่นเหม็นเขียว ไม่น่ารับประทาน ให้เปลี่ยนเป็นผักชีฝรั่งแทน ความหอมของผักชีฝรั่งทำให้อาหารมีความอร่อย มากขึ้น
สำหรับคนที่ไม่ชอบกลิ่นแรงๆ ของหอมแดง ให้นำหอมแดงไปลวกน้ำร้อนก่อน จะทำให้กลิ่นของหอมแดงหายไป

ส่วนผสม

หน่อสด 2 หน่อ
ปลาร้า ต้มสุกปรุงรส 1 ช้อนโต้ะ
น้ำตาลปี๊บ 1 ช้อนชา
น้ำมะนาว 2 ช้อนโต้ะ
น้ำปลา 2 ช้อนโต้ะ
พริกป่น 2 ช้อนโต้ะ
ข้าวคั่ว 2 ช้อนชา
หัวหอมแดง ซอย 2 ช้อนโต้ะ
ต้นหอม ซอย 2 ช้อนชา
ใบสาระเหน่ สำหรับบโรยหน้า

 

ซุปหน่อไม้อาหารอีสานพื้นบ้าน

วิธีทำซุปหน่อไม้

ตั้งหม้อต้ม นำหน่อไม้ลงไปต้ม ให้หน่อไม้สุก และ อ่อนนุ่ม จากนั้นนำมาขูดเป็นเส้นๆ จะได้เส้นประมาณ 1 จาน
จากนั้น นำหน่อไม้ ขูดเส้น ใส่น้ำปลาร้าลงไปต้ม เมื่อสุกได้ที่
ปรุงรสด้วย น้ำปลา น้ำตาล ข้าวคั่ว พริกป่น และ น้ำมะนาว ผสมให้ส่วนผสมเข้ากัน และ ชิมรสชาติตามใจชอบ
ใส่ ต้นหอม ใบสะระเหน่ หอมแดง คลุกเคล้าให้ส่วนผสมเข้ากัน เสริฟใส่จานพร้อมรับประทาน

 …

Read more
อาหารไทยทอดมันกุ้ง

อาหารไทยทอดมันกุ้ง อาหารสำหรับคนไม่กินเผ็ด เอาใจเด็กๆ

อาหารไทยทอดมันกุ้ง

อาหารไทยทอดมันกุ้ง เคล็ดลับการทำทอดมันกุ้ง การเลือกซื้อกุ้ง ให้เลือกกุ้งที่สดๆ เทคนิคการเลือกซื้อกุ้ง ให้ดูที่ความสมบูรณ์ของตัวกุ้ง เปลือกติดเนื้อดี เนื้อกุ้งแน่นตึง ไม่มีกลิ่นเน่า
การเตรียมเนื้อกุ้ง ให้แกะเปลือก แกะหัว และ แกะหาง เอาเฉพาะเนื้อ จากนั้น นำไปโขรกให้เนื้อละเอียด แนะนำว่าใช้การโขรกจะดีกว่าการปั่น เนื่องจาก โขรกเนื้อกุ้งจะละเอียด ส่วนการปั่นเนื้อกุ้งจะเป็นเม็ดๆ
การหมักเนื้อกุ้ง ต้องผสมมันหมูลงไปด้วย เนื่องจาก มันหมู จะเพิ่มความนุ่ม และ มัน ให้กับเนื้อกุ้ง เนื้อกุ้งจะแข็งๆ หากผสมมันหมุลงไป จะทำให้เนื้อทอดมันกุ้งนุ่มขึ้น
เทคนิคการทอด ให้ใช้น้ำมันใหม่ ปริมาณให้ท่วมทอดมัน โดยใช้ไฟปานกลาง แต่ต้องให้น้ำมันร้อน เพราะหากน้ำมันไม่ร้อนทอดมันกุ้งจะอมน้ำมัน ไม่อร่อย
การปั้นทอดมัน ไม่ต้องปั่นหนามาก เนื่องจาก เวลานำไปทอด หากหนามาก ทอดมันจะไม่สุกถึงด้านใน
การปรุงรสสำหรับ เมนูนี้ ไม่ใช้น้ำปลา คือ ความเค็มของเมนูนี้ ให้เลือกใช้เกลือแทน เนื่องจากน้ำปลามีน้ำมากจะทำให้ทอดมันไม่จับตัวเป็นก้อน

ส่วนผสม

กุ้งขาว 15-20 ตัว
มันหมูบด 3 ช้อนโต้ะ
เกลือ 1 ช้อนชา
น้ำตาลทราย 1 ช้อนชา
ซอสปรุงรส 2 ช้อนโต้ะ
แป้งมัน 1 ช้อนโต้ะ
ไข่ไก่ 1 ฟอง
แป้งอเนกประสงค์ สำหรับทอด
เกร็ดขนมปัง สำหรับทอด
น้ำมันพืช สำหรับทอด 2 ถ้วยตวง

อาหารไทยทอดมันกุ้ง

วิธีทำ

เริ่มจากการเตรียมเนื้อกุ้ง ก่อน โดยนำมาแกะเปลือก เอาหัวออก และ เส้นที่หลังออก ล้างให้สะอาด
จากนั้นโขรกเนื้อกุ้งให้ละเอียด นำเนื้อกุ้งมาผสมกับมันหมูบด นวดให้ส่วนผสมเข้ากัน พักเอาไว้ก่อน
นำ แป้งมัน ผสมซอสปรุงรส และ น้ำตาลทราย ละลายให้ส่วนผสมเข้ากัน
นำเครื่องปรุง ผสมกับเนื้อกุ้งและมันหมูบด ด้วยให้เครื่องปรุงเข้าเนื้อ และ นำมาแช่เย็น ให้เนื้อกุ้งและเนื้อหมูเซ็ตตัว ไม่เละ
หมักเนื้อกุ้งและหมูสับปรุงรสไว้ในตู้เย็น ประมาณ 30 นาที
นำเนื้อกุ้งมาปุ้นเป็นวงกลมแบน และ นำมาคลุกกับแป้งอเนกประสงค์
จากนั้นนำไปชุบกับไข่ไก่ และ คลุกกับเกร็ดขนมปังอีกครั้ง เมื่อได้ทอดมันกุ้งพร้อม ให้ นำไปทอดในน้ำมัน
ตั้งกระทะน้ำมันให้ร้อนปานกลาง จากนั้นนำทอดมันกุ้งลงไปทอด ให้เหลืองสุก นำขึ้นมาพักให้สะเด็ดน้ำมัน
เสริฟใส่จานทานกับน้ำจิ้มบ๋วย หรือ ซอสพริก…

Read more