หมวดหมู่: ขนมไทย

ซ่าหริ่ม

ซ่าหริ่ม สูตรทำขนมขายหน้าร้อน เย็นฉ่ำชื่นใจ รับทรัพย์แบบจัดเต็ม

ซ่าหริ่ม เห็นภาพซ่าหริ่ม ขนมไทยแล้วอยากทำกินเองและทำขายไปพร้อมกัน

ซ่าหริ่ม ใครสนใจขอแนะนำสูตรจาก คุณนัทจัง สบายดี สมาชิกเว็บไซต์พันทิปดอทคอม วัตถุดิบไม่เยอะ ต้นทุนต่ำ จะใส่ถุงขายก็ได้ หรือจะใส่ถ้วยพลาสติกสวย ๆ ก็เจิดค่ะ ซ่าหริ่มราดกะทิหอม ๆ โปะน้ำแข็งเย็น ๆ แหม… อร่อยชื่นใจ

ส่วนผสม ซ่าหริ่ม

• แป้งถั่วเขียว
• น้ำเปล่า
• น้ำใบเตย
• น้ำเย็น

ซ่าหริ่ม

ส่วนผสม น้ำเชื่อม

• น้ำตาลทราย 250 กรัม
• น้ำเปล่า 250 มิลลิลิตร
• ใบเตย 2-3 ใบ

หมายเหตุ : *** การทำน้ำเชื่อม น้ำตาลทราย 100 กรัม ต่อน้ำเปล่า 100 มิลลิลิตร

ส่วนผสม น้ำกะทิ

• กะทิอบควันเทียนสำเร็จรูป 1 กล่อง

วิธีทำซ่าหริ่ม

1. เอาแป้งถั่วเขียวผสมกับน้ำเปล่า ถ้าสีเขียวนัทใช้น้ำใบเตยค่ะ คนให้เข้ากันด้วยไฟอ่อนจนแป้งเหนียวได้ที่
2. จากนั้นนำแป้งไปกดโดยใช้ที่กดซ่าหริ่มให้ตัวซ่าหริ่มไหลลงไปสู่น้ำเย็น
3. เมื่อครบ 5 นาทีแล้วตักตัวซ่าหริ่มขึ้นมาพักไว้ให้สะเด็ดน้ำ
4. เมื่อเราทำตัวซ่าหริ่มเรียบร้อยแล้ว ก็เสิร์ฟโดยใส่กะทิอบควันเทียนและน้ำเชื่อมได้เลยค่ะ ก่อนรับประทานให้ใส่น้ำแข็งลงไปแค่นี้ก็อร่อยแล้วค่ะ

ขอบคุณแหล่งที่มา https://cooking.kapook.com/

Read more
บัวลอยเสียบไม้

บัวลอยเสียบไม้ เมนูขนมไทย เนื้อเหนียวนุ่ม อร่อยเต็มคำ

บัวลอยเสียบไม้ เปลี่ยนบัวลอยทำธรรมดาให้น่ากินมากขึ้น

บัวลอยเสียบไม้ เมนูขนมไทย เนื้อเหนียวนุ่ม สีสันน่ากิน อร่อยแบบไม่ใช้สีผสมอาหาร เพราะจะนำฟักทองบด มันม่วงบด และน้ำใบเตย มาผสมกับแป้งแทน นอกจากสีจะสวยแล้วรับรองว่าต้องชอบแน่ ๆ ถ้าพร้อมแล้วมาดูวิธีทำกันเลยจ้า

วัตถุดิบ 1. แป้งข้าวเจ้า 1 ถ้วย

2. แป้งข้าวเหนียว 1 ถ้วย

3. มันม่วงบด 50 กรัม

4. ฟักทองบด 50 กรัม

5. น้ำใบเตย 50 มิลลิลิตร

6. น้ำเปล่า (แป้งมันม่วง) 50 มิลลิลิตร

7. น้ำเปล่า (แป้งฟักทอง) 50 มิลลิลิตร

8. หัวกะทิ 500 มิลลิลิตร

9. น้ำตาลทราย ½ ถ้วย

10. เกลือ ½ ช้อนชา

11. งาขาว และงาดำ ตามชอบ

12. น้ำตาลแดง ตามชอบ

บัวลอยเสียบไม้

วิธีทำ STEP 1 : ทำน้ำราด – นำหม้อขึ้นตั้งไฟปานกลาง เทหัวกะทิลงไป ตามด้วยน้ำตาลทราย และเกลือ คนให้เข้ากัน และต้มจนเดือด เทหัวกะทิ และใส่น้ำตาลทราย คนให้เข้ากัน และต้มจนเดือด

STEP 2 : ทำแป้ง – แบ่งแป้งข้าวเหนียว และแป้งข้าวเจ้า เป็นสามส่วนเท่า ๆ กัน (ส่วนละ ⅓ ถ้วย) – ถ้วยแรกใส่มันม่วงบด และน้ำเปล่า (แป้งมันม่วง) นวดให้เข้ากันจนแป้งไม่ติดมือ – ถ้วยที่สองใส่ฟักทองบด และน้ำเปล่า (แป้งฟักทอง) นวดให้เข้ากันจนแป้งไม่ติดมือ – ถ้วยที่สาม ใส่น้ำใบเตย นวดให้เข้ากันจนแป้งไม่ติดมือ – ปั้นบัวลอยขนาดประมาณเท่าเหรียญห้า หรือตามชอบ จากนั้นนำมาเสียบไม้ และนำไปแช่เย็นให้เซตตัว 20 นาที – นำบัวลอบเสียบไม้ไปต้มในน้ำเดือดจัดจนสุก และตักออกใส่น้ำเย็นเพื่อให้เซตตัว TIP : บัวลอยที่สุกแล้วจะลอยขึ้นมาเหนือน้ำ นวดแป้งมันบด ปั้นบัวลอยขนาดประมาณเท่าเหรียญห้า หรือตามชอบ

STEP 3 : ประกอบร่าง – จัดบัวลอยเสียบไม้ใส่จาน – โรยงาขาว งาดำ และน้ำตาลแดง – ราดน้ำราดที่เตรียมไว้ พร้อมเสิร์ฟจ้า

ขอบคุณแหล่งที่มา https://www.wongnai.com/

 …

Read more
ข้าวเหนียวหน้ากุ้ง

ข้าวเหนียวหน้ากุ้ง วิธีทำขนมหวานขาย ขนมไทยหอมหวานหลากหลายไม่น่าเบื่อ

ข้าวเหนียวหน้ากุ้ง พ่อค้าแม่ขายขนมหวานที่อยากทำเมนูข้าวเหนียวหน้าต่าง ๆ ขอนำเสนอเมนู

ข้าวเหนียวหน้ากุ้ง มาพร้อมวิธีทำข้าวเหนียวมูนสีเหลืองจากผงขมิ้นกับวิธีทำหน้ากุ้งจากกุ้งสดและมะพร้าวขูด ผัดกับกระเทียม รากผักชี และพริกไทย ปรุงรสด้วยน้ำตาลทรายกับเกลือ แววแม่ศรีเรือนมาเต็ม พบกับเมนูข้าวเหนียวหน้ากุ้ง สูตรขนมไทยหวานมันข้าวเหนียวตัดรสเค็มของหน้ากุ้ง กินกี่ครั้งก็ไม่เบื่อ

หน้ากุ้งทำยังไง ? หลังจากกินเมนูข้าวเหนียวมูน หน้าสังขยาหวาน ๆ มาหลายครั้ง ลองมาทำเมนูข้าวเหนียวมูนหน้าเค็ม ๆ บ้างดีไหม กระปุกดอทคอมขอนำเสนอวิธีทำข้าวเหนียวหน้ากุ้ง ใครจะหาซื้อข้าวเหนียวมูนหรือจะมูนเองก็ตามชอบ ส่วนหน้าทำมาจากกุ้ง มะพร้าว และเครื่องโขลก ปรุงรสด้วยน้ำตาลทรายและเกลือ จะกินกับข้าวเหนียวเหลืองหรือข้าวเหนียวขาวก็ตามสะดวกค่ะ

​​ส่วนผสม

• กุ้งสด (แกะเปลือก เอาหัวกับหางออก)
• มะพร้าวขูดละเอียด
• รากผักชี
• กระเทียม
• พริกไทยป่น
• หัวกะทิข้น
• น้ำตาลทราย
• เกลือป่น
• ใบมะกรูดซอย
• สีผสมอาหารสีส้มแดง
• ข้าวเหนียวมูน

ส่วนผสม

• ข้าวเหนียวขาว 1 ถ้วยตวง
• สารส้มโขลกละเอียด 1/2 ช้อนชา
• น้ำผสมผงขมิ้นชัน (สำหรับแช่ข้าวเหนียว)
• ใบเตยมัดประมาณ 5 ใบ
• หัวกะทิคั้นสด 3/4 ถ้วย
• น้ำผสมผงขมิ้นชัน (​​สำหรับ​ทำข้าวเหนียว​มูน​) 1/4 ถ้วย
• น้ำตาลทราย 3/4 ถ้วย
• เกลือป่น 1 ช้อนชา
​​ข้าวเหนียวหน้ากุ้ง

วิธีทำ

1. ซาวข้าวเหนียวจนสะอาด ใส่สารส้มลงไป เติมน้ำผสมผงขมิ้นชันลงไปจนท่วมข้าวเหนียว จากนั้นคนผสมจนเข้ากัน แช่ทิ้งไว้อย่างน้อย 3 ชั่วโมง
2. ล้างข้าวเหนียวที่แช่กับสารส้มไว้จนสะอาด สะเด็ดน้ำแล้วพักไว้สักครู่
3. เทข้าวเหนียวลงในหวดนึ่งข้าว ใส่ใบเตยลงไป นำหวดไปวางลงในน้ำเดือด นึ่งนานประมาณ 20 นาที หรือจนข้าวเหนียวสุก
4. ผสมหัวกะทิกับน้ำผสมผงขมิ้นชันคั้นเข้มข้น น้ำตาลทราย และเกลือป่นในอ่างผสม คนจนเข้ากัน น้ำขึ้นตั้งไฟกลางพอร้อน ปิดไฟพักไว้
5. เทข้าวเหนียวที่นึ่งสุกแล้วลงไป คนผสมจนเข้ากัน พักทิ้งไว้ 30 นาที

​​วิธีทำ

1. โขลกรากผักชี กระเทียม และพริกไทยจนละเอียด
2. สับกุ้งจนละเอียดใส่อ่างผสม ใส่มะพร้าวขูดลงไปคลุกจนเข้ากัน
3. ตั้งกระทะใส่หัวกะทิกับเครื่องโขลก ผัดจนกลิ่นหอม ใส่ส่วนผสมกุ้งคลุกมะพร้าวลงไป เติมน้ำตาลทรายกับเกลือ ผัดไปเรื่อย ๆ จนกะทิเกือบแห้ง
4. ใส่สีผสมอาหารลงไป ผัดจนเป็นสีเดียวกันทั่ว ปิดไฟ พักไว้จนเย็น โรยใบมะกรูดซอย คลุกเคล้าจนเข้ากัน
5. ตักข้าวเหนียวมูนใส่ภาชนะ โปะหน้ากุ้งลงไป พร้อมเสิร์ฟ

​​ วันหยุดมาทำเมนูข้าวเหนียวหน้ากุ้งกันไหม อยากกินกับข้าวเหนียวสีอะไรก็ตามสบาย ส่วนหน้ากุ้งใส่สีส้มไปหน่อยจะได้สวยงามน่ากินนะคะ

ขอบคุณแหล่งที่มา https://cooking.kapook.com/

Read more
ข้าวเหนียวเปียกลำไย

ข้าวเหนียวเปียกลำไย วิธีทำขนมหวานขาย ขนมไทยหอมหวานหลากหลายไม่น่าเบื่อ

ข้าวเหนียวเปียกลำไย เป็นอีกขนมหวานขายที่กินได้ทุกวัย โดยเฉพาะน่าทำขายช่วงลำไยถูก

ข้าวเหนียวเปียกลำไย  สูตรนี้ใส่น้ำลอยดอกมะลิลงไปต้มกับข้าวเหนียวเพิ่มความหอม มาพร้อมวิธีทำกะทิราด ใครจะดัดแปลงเป็นข้าวเหนียวเปียกลำไยกระป๋องก็ไม่ว่ากัน หรือข้าวเหนียวเปียกลำไยอัญชันก็สีสวยไปอีกแบบค่ะ กินอาหารคาวให้ไวจะได้กินขนมหวานล้างปากกับเมนูข้าวเหนียวเปียกลำไย ใส่เนื้อมะพร้าวกับน้ำมะพร้าว ราดกะทิเค็ม ๆ มัน ๆ เตรียมช้อนให้พร้อม !

จืด ๆ กินกับส้มตำหรืออาหารปิ้งย่างก็อร่อย นอกจากนี้ยังเอามาทำขนมหวานได้อีกด้วย โดยเฉพาะเมนูข้าวเหนียวเปียกที่หน้าตาธรรมดาแต่รสชาติอร่อยเว่อร์ กระปุกดอทคอมขอนำเสนอวิธีทำข้าวเหนียวเปียกลำไย สูตรนี้ใส่ทั้งลำไยและมะพร้าวอ่อน มีกลิ่นหอมจากน้ำลอยดอกมะลิกับน้ำมะพร้าว สุดท้ายใส่น้ำกะทิรสเค็มตัดเลี่ยน

ส่วนผสม ข้าวเหนียวเปียก

• ข้าวเหนียว 250 กรัม
• น้ำผสมสารส้มโขลก (สำหรับซาวข้าวเหนียว)
• เนื้อลำไย 500 กรัม (คว้านเม็ดออก)
• น้ำตาลทราย 300 กรัม
• มะพร้าวอ่อน 1 ลูก (แยกน้ำและเนื้อเตรียมไว้)
• น้ำลอยดอกมะลิ (หรือน้ำผสมกลิ่นมะลิ)
• เกลือป่นนิดหน่อย
• ใบเตย

ส่วนผสม กะทิสำหรับราดขนม

• หัวกะทิ 1 ถ้วย
• แป้งข้าวโพด 1/4 ช้อนโต๊ะ
• เกลือป่นเล็กน้อย
ข้าวเหนียวเปียกลำไย

วิธีทำข้าวเหนียวเปียกลำไย

1. ล้างข้าวเหนียวในน้ำที่ผสมสารส้มไว้ ใช้มือซาวข้าวเหนียวไปมาจนน้ำขุ่น เทน้ำออก แล้วก็ล้างข้าวเหนียวด้วยน้ำเปล่าอีก 2 รอบ สะเด็ดน้ำ เตรียมไว้
2. ใส่น้ำมะพร้าวอ่อนลงไปในหม้อ ตามด้วยน้ำลอยดอกมะลิ นำขึ้นตั้งไฟกลางพอเดือด เทข้าวเหนียวลงไป ตามด้วยใบเตย คนไปเรื่อย ๆ พอข้าวเหนียวเริ่มสุกและเหนียวให้ลดเหลือไฟอ่อน ถ้าน้ำแห้ง เติมน้ำลอยดอกมะลิหรือน้ำสะอาดลงไป พอสุกดีใส่น้ำตาลทรายกับเกลือลงไป คนผสมจนเข้ากัน ชิมรสตามชอบ
3. ใส่มะพร้าวอ่อนกับลำไยลงไป พอเดือดอีกครั้ง ปิดไฟ
4. ทำน้ำกะทิ โดยเอาหัวกะทิใส่หม้อใบเล็ก เติมแป้งข้าวโพดลงไป และเกลือนิดหน่อย คนให้เข้ากันจนแป้งละลาย เอาไปตั้งไฟกลางค่อนมาทางอ่อน คนไปเรื่อย ๆ จนเดือด
5. ตักข้าวเหนียวเปียกลำไยใส่ถ้วย ราดกะทิลงไป

อดใจไว้รอหน้าลำไยก่อนเถอะ จะซื้อสักกิโลฯ เอามาทำข้าวเหนียวเปียกลำไยหม้อโต ๆ กะว่าจะกินหลังอาหารให้ครบสามมื้อ อ้วนก็ยอม แต่ไม่ยอมอด

ขอบคุณแหล่งที่มา https://cooking.kapook.com/

 …

Read more
สังขยาฟักทอง

สังขยาฟักทอง วิธีทำขนมหวานขาย ขนมไทยหอมหวานหลากหลายไม่น่าเบื่อ

สังขยาฟักทอง  จากที่เคยทำขนมหวานกินเอง ใคร ๆ ก็ชมว่าอร่อย ลองเปลี่ยนมาทำขนมหวานขายเพิ่มรายได้รับค่าครองชีพที่สูงขึ้นดีไหม

สังขยาฟักทอง เมนูฟักทองแกงบวดก็ทำมาหลายครั้ง ลองเพิ่มเมนูสังขยาฟักทองจากวัตถุดิบเดียวกันดีไหม เริ่มจากหาฟักทองลูกเล็กเจาะขั้วแล้วคว้านเมล็ดกับไส้ออก เสร็จแล้วก็หยอดสังขยาลงไป พอนึ่งจนสุกก็หั่นแบ่งขายกันเลยค่ะ

หลังจากทานของคาวเผ็ดๆ เราควรล้างปากด้วยของหวาน ขนมหวานกินเพลินๆกับเมนู สังขยาฟักทอง เนื้อฟักทองหอมๆ ที่นึ่งกับสังขยา หอมใบเตย หากได้กินตอนทำเสร็จใหม่ๆ คงจะอร่อยน่าดู ไปดูส่วนผสม สังขยาฟักทอง ไปทำกินกันเองในครอบครัว

ส่วนผสม
ไข่ไก่ 2 ฟอง , ไข่เป็ด 2 ฟอง
หัวกะทิ 3/4 ถ้วย
น้ำตาลปี๊บ 1/4 ถ้วย
ใบเตย 3 ใบ
ฟักทอง 1 ลูก

 สังขยาฟักทอง

วิธีทำ

ผสมไข่กับหัวกะทิและน้ำตาลปี๊บ และขยำด้วยใบเตย ขำยำจนเข้ากันดี
นำกะทิไปกรองเพื่อให้เนื้อสังขยาเนียน
เตรีียมฟักทองและคว้านเนื้อตรงกลางออก เทสังขยาลงไปในฟักทอง 3 ส่วน 4 ของฟักทอง
นำไปนึ่งด้วยไฟอ่อน ใช้เวลา 45 นาที

ขอบคุณแหล่งที่มา https://food.mthai.com/

Read more
ขนมกล้วยน้ำว้า

ขนมกล้วยน้ำว้า ขนมหวานจานอร่อย พร้อมวิธีทำง่ายๆ ใครๆ ก็ทำได้

ขนมกล้วยน้ำว้า มีเอกลักษณ์ด้านวัฒนธรรมประจำชาติไทยคือ มีความละเอียดอ่อนประณีตในการเลือกสรรวัตถุดิบ

ขนมกล้วยน้ำว้า วิธีการทำ ที่พิถีพิถัน รสชาติอร่อยหอมหวาน สีสันสวยงาม รูปลักษณ์ชวนรับประทาน ตลอดจนกรรมวิธีที่ประณีตบรรจง

ส่วนผสม

* กล้วยน้ำว้า 8 – 10 ลูก (ปอกเปลือกและบดให้เละ)

* แป้งข้าวเจ้า 1 ถ้วยตวง

* แป้งมัน 1/4 ถ้วยตวง

* น้ำตาล 1 1/4 ถ้วยตวง

* เกลือป่น 1/2 ช้่อนชา

* หัวกะทิ 1/2 ถ้วยตวง

* เนื้อมะพร้าวขูด 2 ถ้วยตวง

ขนมกล้วยน้ำว้า

วิธีทำ

1. นำกล้วย, แป้งข้าวเจ้า, แป้งมัน, น้ำตาล, เกลือ, หัวกะทิ และ เนื้อมะพร้าวขูด (ประมาณ 3/4 ส่วนของทั้งหมด) ผสมกัน จากนั้นนวดด้วยมือจนเข้ากันเป็นเนื้อเดียว

2. ตักส่วนผสมในข้อหนึ่งลงในถ้วยหรือแบบที่ต้องการ หรือจะใช้ใบตองห่อก็ได้ แล้วแต่ความสะดวก เสร็จแล้วนำเนื้อมะพร้าวขูดที่เหลือโรยหน้า

3. นำไปนึ่งประมาณ 30 นาที หรืออาจนำไปอบโดยใช้ความร้อนประมาณ 180 องศาเซลเซียส (360 องศาฟาเรนไฮต์) เป็นเวลา 30 นาทีเช่นกัน

4. เมื่อขนมกล้วยสุกแล้ว ให้นำออกจากแบบ สามารถเสริฟได้ทั้งขณะร้อนหรือเย็นแล้ว

ขอบคุณแหล่งที่มา http://www.the-than.com/

Read more
ขนมบัวลอยน้ำกะทิกุหลาบ

ขนมบัวลอยน้ำกะทิกุหลาบ วิธีทำขนมไทยในน้ำกะทิสด เติมความหวานรับวันหยุด

ขนมบัวลอยน้ำกะทิกุหลาบ  ดีงาม ! เมนูขนมบัวลอยน้ำกะทิกุหลาบ สูตรจาก คุณ MedIEviL สมาชิกเว็บไซต์พันทิปดอทคอม

ขนมบัวลอยน้ำกะทิกุหลาบ  จับแป้งบัวลอยแปลงร่างเป็นกุหลาบ ราดน้ำกะทิสดหอม ๆ ทั้งอิ่มตาและอิ่มท้องไปพร้อมกัน

ส่วนผสม แป้งบัวลอย (สำหรับ 8-10 ที่)

• แป้งข้าวเหนียว 2 ถ้วยตวง
• แป้งมันสำปะหลัง 1/2 ถ้วยตวง
• กะทิอุ่น ๆ 1 ถ้วยตวง (นำไปเข้าไมโครเวฟก็ได้)
• สีผสมอาหารตามชอบ 5 สี ได้แก่ สีชมพู สีฟ้า สีม่วง สีส้ม และสีเขียว
• แป้งนวล (ใช้แป้งมันสำปะหลัง) โรยถาดเล็กน้อย

ส่วนผสม น้ำกะทิ

• กะทิ 3 ถ้วยตวง
• น้ำตาลทราย 7 ช้อนโต๊ะ
• น้ำตาลปี๊บ หรือน้ำตาลโตนด 2 ช้อนโต๊ะ
• เกลือป่น 1-2 ช้อนชา (ลองใส่ 1 ช้อนชาแล้วชิมก่อน ถ้ายังไม่ถูกปากค่อยเพิ่มปริมาณ)
• ใบเตยสด (มัดเป็นกำ) 5-6 ใบ

ขนมบัวลอยน้ำกะทิกุหลาบ

วิธีทำบัวลอยกุหลาบ

1. ทำแป้งบัวลอย โดยใส่แป้งข้าวเหนียว และแป้งมันลงในอ่างผสม ค่อย ๆ ใส่น้ำกะทิอุ่นลงไปทีละน้อย ใช้มือนวดผสมแป้งและน้ำกะทิให้เข้ากัน นวดจนได้แป้งจับตัวเป็นก้อนและปั้นได้
2. แบ่งแป้งเป็น 5 ก้อนเท่า ๆ กันแล้วใส่สีผสมอาหารตามชอบ นวดผสมจนสีเนียนเข้ากันดี
3. เริ่มทำกุหลาบ โดยปั้นแป้งเป็นลูกกลมขนาด 1.5–2 เซนติเมตร จากนั้นใช้แหนบ (สำหรับหนีบช่อม่วง) จุ่มปลายด้วยแป้งนวลเล็กน้อย แล้วนำมาหนีบทำกลีบกุหลาบ เริ่มจากกลีบล่าง 5 กลีบไล่ขึ้นไป ให้กลีบแต่ละชั้นสับหว่างกัน เมื่อทำบัวลอยกุหลาบเสร็จแล้วให้วางไว้บนถาดที่โรยแป้งนวลเพื่อไม่ให้แป้งติด ทำจนหมดครบทุกสี พักไว้
4. ต้มบัวลอย โดยตั้งน้ำด้วยไฟกลางจนน้ำเดือด ใส่บัวลอยลงไปต้มจนสุก (สังเกตเมื่อบัวลอยสุกจะลอยขึ้นมา) รอให้บัวลอยลอยขึ้นมาสักพักเพื่อให้สุกถึงข้างในจึงตักขึ้นแช่ในอ่างน้ำเย็น จากนั้นพักไว้ในกระชอนให้สะเด็ดน้ำ
5. ทำน้ำกะทิราดบัวลอย โดยใส่กะทิ น้ำตาลทราย น้ำตาลปี๊บ และเกลือลงในหม้อต้ม ยกขึ้นตั้งไฟกลาง คนจนส่วนผสมละลายเข้ากัน ใส่ใบเตย จากนั้นหมั่นคนตลอดเวลาระหว่างต้ม เพื่อไม่ให้กะทิจับกันเป็นก้อนหรือแตกมัน เมื่อกะทิเริ่มเดือด (แค่พอเดือดปุด ๆ ไม่ต้องเดือดพล่าน) ยกลงได้เลย
6. จัดบัวลอยลงในชาม ราดด้วยน้ำกะทิ จัดเสิร์ฟ

ขอบคุณแหล่งที่มา https://cooking.kapook.com/

Read more