หมวดหมู่: ขนมไทย

ลอดช่องน้ำกะทิแตงไทย

ขนมหวาน เมนู ลอดช่องน้ำกะทิแตงไทย

ลอดช่องน้ำกะทิแตงไทย

ลอดช่องน้ำกะทิแตงไทย ส่วนผสม

ลอดช่องน้ำกะทิแตงไทย

1. แป้งมัน 50 กรัม

2. แป้งข้าวเจ้า 200 กรัม

3. แป้งท้าวยายม่อม 50 กรัม

4. น้ำใบเตย(คั้นข้นๆ) ½ ถ้วย

5. น้ำปูนใส ½ ถ้วย

6. หัวกะทิ 2 ½ ถ้วย

7. หางกะทิ 3 ถ้วย

8. น้ำตาลปี๊บ (น้ำตาลปึก) ½ กิโลกรัม (500 กรัม)

9. เกลือ 1 ช้อนชา

เครื่องที่ใส่กับลอดช่อง

1. เผือกนึ่งหั่นเป็นชิ้นเล็กๆ

2. แตงไทยหั่นชิ้นเล็กๆ

 

วิธีทำ

ผสมแป้งทั้งสามชนิดเข้าด้วยกัน ค่อยๆ ผสมน้ำปูนใสลงไป นวดให้ได้แป้งเนื้อเหนียวๆ

ใส่น้ำใบเตยลงไป คนให้เข้ากันดี เทลงในกระทะทองเหลือง ยกขึ้นตั้งไฟ กวนจนแป้งสุก

ใส่แป้งลงในตัวกดลอดช่อง เตรียมกะละมังหรือภาชนะใส่น้ำเย็น กดแป้งใส่ในถังน้ำเย็น ทิ้งไว้สักพักให้แป้งแข็งตัว ช้อนขึ้น

ผสม หัวกะทิ หางกะทิ น้ำตาลปี๊บ และเกลือเข้าด้วยกัน ยกขึ้นตั้งไฟ คนให้น้ำตาลละลายดี รอจนเดือดแล้วยกลง

เวลาจะกินก็ตักตัวลอดช่องใส่ถ้วย ตักเครื่อง (เผือกนึ่ง, แตงไทย) ราดด้วยน้ำเชื่อมกะทิ แล้วใส่น้ำแข็ง พร้อมทานได้เรยจ้า…

Read more

ขนมหวานวิถีชาวบ้าน จาวตาลเชื่อม เนื้อของเมล็ดลูกตาลอ่อน หาทานยาก รักษาโรคนิ่วได้

 

ขนมหวานวิถีชาวบ้าน จาวตาลเชื่อม รักษาโรคนิ่วได้

ขนมหวานวิถีชาวบ้าน จาวตาลเชื่อม ขนมจาวตาลเชื่อม

การขัดเมือกของจาวตาล ด้วยการใช้ฟางในการขัด จะช่วย ขัดเมือกของจาวตาล ได้ดี
การล้างจาวตาล ด้วย สารส้มจะช่วยให้จาวตาลสะอาด และต้องล้างด้วยน้ำเปล่าให้สะอาด ไม่ให้เหลือสารส้ม
ต้องตัดส่วนของ รากจาวตาล ออก เนื่องจากส่วนนั้นจะแข็ง
น้ำลอยดอกมะลิ ให้ใส่สุดท้าย เพื่อเพิ่ม ความหอมของจาวตาลเชื่อม

ขนมหวานจาวตาลเชื่อม

ส่วนผสม

จาวตาลสด 7 กิดลกรัม
น้ำตาล 4 กิโลกรัม
น้ำลอยดอกมะลิ 4 ถ้วยตวง

วิธีทำ

ล้าง จาวตาล ให้ล้างให้สะอาด
ต้มน้ำให้เดือน นำ จาวตาล ลงไปต้ม ประมาณ 15 นาที จากนั้นใส่น้ำตาลลงไป
ต้มต่อให้เป็นน้ำเชื่อม เติมน้ำลอยดอกมะลิลงไปด้วย จากนั้นก็ต้มเชื่อมจาวตาลต่อ 20 นาที สังเกตุให้ลูกตาลเหลืองนุ่ม

ขนมหวานวิถีชาวบ้าน

เนื้อลูกตาล มีสารอาหารที่มีประโยชน์หลากหลาย

 

– คาร์โบไฮเดรต กินแล้วให้พลังงานที่ดีต่อร่างกาย พร้อมมีไฟเบอร์ที่ทำให้อิ่มนาน และช่วยในการขับถ่ายที่ดี ป้องกันท้องผูก

– แคลเซียม ฟอสฟอรัส ที่ช่วยในการเสริมสร้างกระดูกและฟัน ช่วยให้แข็งแรง และช่วยในการทำงานของร่างกายที่เป็นปกติ

– เหล็ก ช่วยในการบำรุงเลือด และการหมุนเวียนของเลือด

– วิตามินซี สารอนุมูลอิสระที่ดีต่อร่างกาย ช่วยให้ร่างกายแข็งแรง ป้องกันไม่ให้ป่วยบ่อย และข่วยบำรุงผิวให้แข็งแรง ผิวพรรณผ่องใส

ลูกตาล

สรรพคุณทางยาของของลูกตาล

มีสรรพคุณทางยาสมุนไพร รับประทานเพื่อช่วยละลายเสมหะในลำคอ บรรเทาอาการไอ ไอเรื้อรัง แก้กระหายน้ำ และช่วยแก้ไข ลดความร้อนในร่างกาย

 

 

ต้นตาลโตนด (Palmyra Palm) เป็นไม้ในตะกูลเดียวกันกับปาล์ม และมะพร้าว จัดเป็นไม้ชนิดให้ผลที่พบได้ทั่วไปในทุกภาค มีประโยชน์ในหลายด้าน อาทิ ลูกตาลอ่อน น้ำตาลสด ผลแก่ใช้ทำขนมตาล แก่นไม้ใช้ทำเฟอร์นิเจอร์ เป็นต้น

– ภาคกลาง และทั่วไป เรียก ต้นตาลโตนด, ต้นตาล

– ภาคใต้ เรียก ตาลโตนด หรือ ต้นโตนด

– ยะลา และปัตตานี เรียก ปอเก๊าะตา

ประวัติต้นตาล

ต้นตาลโตนดเป็นพืชในตระกูลปาล์ม มีการสันนิษฐานว่ามีถิ่นกำเนิดในแถบทวีปแอฟริกา ต่อได้มีการกระจายพันธุ์มาทางตอนใต้ของประเทศอินเดีย และแพร่มาสู่แถบประเทศเอเชียอาคเนย์ รวมถึงประเทศไทยที่น่าจะเริ่มการปลูกครั้งแรกบริเวณแถบจังหวัดภาคใต้ โดยเฉพาะเมืองท่าที่มีการค้าขายกับชาวอินเดียในสมัยนั้น

พบบันทึกเกี่ยวกับตาลโตนดที่เก่าแก่ในคัมภีร์พระพุทธประวัติที่ปรากฏคำว่า “ตาล” หรือ “ตาละ” ที่หมายถึงต้นตาลโตนด ซึ่งเป็นหนึ่งในพรรณไม้ที่ถูกกล่าวถึงขณะที่พระองค์เสด็จไปประทับ ณ ลัฏฐิวนอุทยาน (ลัฏฐตาล) ในพรรษาที่สองหลังจากตรัสรู้ เพื่อโปรดพระเจ้าพระพิมพิสาร ราชาแห่งแคว้นมคธ รวมทั้งบริวาร ซึ่งมีช่วงหนึ่งที่พระเจ้าพิมพิสารทรงดำรัสว่า ป่าไผ่นั้นร่วมเย็นดีกว่าป่าตาล นอกจากนั้นในพุทธประวัติยังมีช่วงหนึ่งที่กล่าวถึง พระวินัยที่ทรงห้ามนำผลไม้หรือพืช 10 ชนิด ใช้ทำน้ำอัฐบาน เพราะเป็นผลไม้ที่ห้ามรับประทานหลังเที่ยงแล้ว ซึ่ง 1 ใน 10 เป็นลูกตาลด้วย

ประวัติต้นตาลโตนดที่พบบัทึกในประเทศไทยนั้นเริ่มพบหลักฐานในสมัยทวราวดี (พุทธศตวรรษที่ 11-16) ที่มีการใช้ตราประทับรูปคนปีนตาล นอกจากนั้น มีการพบบันทึกเกี่ยวกับตาลโตนดในศิลาจารึกของพ่อขุนรามคำแหงในช่วงหนึ่งที่แปลได้ว่า ในปีมะโรง ศกที่ 1214 พ่อขุนรามคำแหงขณะพระชนมายุ 14 พรรษา ได้ทรงปลูกไม้ตาลไว้กลางเมืองสุโขทัย

Read more
บิงซู

บิงซู เกล็ดหิมะสไตล์เกาหลี แต่ทำเองได้ในสไตล์ไทยๆ

บิงซู เกล็ดหิมะสไตล์เกาหลี แต่ทำเองได้ในสไตล์ไทยๆ

บิงซู เกล็ดหิมะสไตล์เกาหลี แต่ทำเองได้ในสไตล์ไทยๆ

บิงซู

บิงซู ที่ไปทานตามร้านมีราคาที่แพงเสียเหลือเกิน และรสชาติของมันก็อร่อยซ่ะเกินห้ามใจ หวานอมเปรี้ยวของผลไม้ที่มากับบิงซู แต่เมื่อมากับสูตรเด็ดเคล็ดลับแล้ว ก็ต้องมีวิธีทำง่ายๆ มาฝากกัน แค่ใช้ตู้เย็นที่บ้านเราเอง ก็สามารถทำบิงซูรับประทานเองได้ โดยไม่ต้องเสียเงินเยอะเลย

วิธีทำบิงซู

ส่วนผสมบิงซู

1. นมสดรสจืด แบบไม่มีไขมัน 1 กล่อง
2. นมข้นหวาน 1 กระป๋อง
3. ไอศครีมรสนม 1 ถ้วย
4. ผลไม้รสเปรี้ยว เช่นมะม่วง สตรอเบอร์รี่
5. ถุงซิปล็อค

วิธีทำบิงซู

1. เทนมใส่ภาชนะ ตักนมข้นหวาน 4 ช้อนโต๊ะผสมลงไปในนมสด คนให้เข้ากัน
2. เทนมใส่ถุงซิปล็อค ไล่ลมออกให้หมด ปิดถุงซิปล็อคให้สนิท ถ้าไม่มีถุงซิปล็อคให้ใช้ถุงพาสติกอะไรก็ได้แล้วพับปิดให้สนิดโดยใช้ที่หนีบมาหนีบ โดยให้ถุงมีลักษณะแบนราบเพื่อให้นมกลายเป็นเกล็ดน้ำแข็งได้ทั่วถึง
3. นำถุงนมไปแช่ช่องฟรีสโดยให้ถุงนอนแบบราบ
4. อีกเคล็ดลับหนึ่งที่จะทำให้บิงซูไม่ละลายและอยู่ได้นานตอนกิน ให้นำชามที่ใส่บิงซูิแช่ฟรีสไปด้วยเลย
5. รอให้นมกลายเป็นเกล็ดน้ำแข็งอีก 3 ชั่วโมง ระหว่างรอเตรียมผลไม้ที่จะทำบิงซู ใครใช้มะม่วงสุกก็หั่นมะม่วงให้เป็นสี่เหลี่ยมลูกเต๋า ส่วนสตรอเบอร์รี่ก็หั่นเป็นชิ้นบางๆ
6. เมื่อนมในช่องแช่แข็งเริ่มแข็งแล้ว นำออกมาทุบๆ ให้กลายเป็นเกล็ดเล็ก จากนั้นก็นำไปแช่แข็งต่ออีกประมาณ 10 นาที
7. เรียงผลไม้ใส่ชามได้เลย แล้วแต่จะจัดเรียงผลไม้ไว้ชั้นแรกก่อน นำเกล็ดน้ำแข็งออกมาจากตู้เย็น เทน้ำแข็งใส่ชาม ทำให้น้ำแข็งพูนๆ เข้าไว้ ด้านบนประดับด้วยผลไม้ที่เราเตรียมไว้อีกครั้ง
8. โปะไอศครีมรสนมไว้ด้านบน ราดนมข้นหวานหรือซอสสตรอเบอร์รี่อีกรอบหนึ่ง แค่นี้ก็เป็นอันเสร็จ…

Read more
ขนมกลีบลำดวล

ขนมกลีบลำดวล ขนมไทย เมนูขนมอบ แบบง่ายๆพร้อมวิธีทำ

ขนมกลีบลำดวล  คือ ขนมไทย ประเภทขนมอบ คุกกี้แบบไทยๆ

ขนมกลีบลำดวล วิธีทำขนมกลีบลำดวล ง่ายๆ สามารถทำกินเองที่บ้านได้ สูตรขนมกลีบลำดวล อยู่ที่วัตถุดิบคุณภาพ และ เทคนิคการทำขนม ขนมหวานไทย

อาหารยอดนิยม สำหรับวันนี้ ขอนำเสนอ ขนมหวาน เป็นขนมอบ เรียก ขนมกลีบลำดวล เสน่ห์ของขนมกลีบลำดวล คือ ความหอม หวาน แห้ง สามารถเก็บได้นาน สำหรับทานเล่น สร้างความเพลิดเพลิน เคล็ดลับการทำขนมกลีบลำดวน คือ วัตถุดิบคุณภาพ เทคนิคการอบขนม เป็น ขนมไทย ที่แสนอร่อย

ส่วนผสมสำหรับทำขนมกลีบลำดวล

-แป้งสาลีอเนกประสงค์ 2 ถ้วยตวง นำมาร่อนให้ละเอียด
-น้ำตาลทราย 1/4 ถ้วย
-ไข่ขาว 1 ฟอง
-น้ำมันรำข้าว 1/2 ถ้วย

ขนมกลีบลำดวล
วิธีทำขนมกลีบลำดวล

-เริ่มจากร่อนแป้งก่อน นำแป้งสาลีอเนกประสงค์มาร่อนให้ละเอียด จากนั้นนำแป้งมาผสมน้ำตาลทรายและไข่ขาว ผสมให้ส่วนผสมเข้ากัน
-จากนั้นใส่น้ำมันรำข้าวลงไป และ นวด ส่วนผสมทั้งหมดให้เข้ากัน นวดไปเรื่อยๆ จะได้แป้งลักษณะเป็นก้อนเหนียว ละเอียด
-เมื่อได้แป้งขนมที่พร้อมแล้ว ให้นำเอาแป้งมาปั้น เป็นก้อนกลมๆ
-จากนั้นตัดปลายขนมให้เป็นแฉกๆ ทรงกลีบดอกลำควล
-นำเอาขนมไปอบในหม้อเตาอบ ที่ความร้อน 120 องศาเซลเซียส 10 นาที และ ให้พักทิ้งไว้ในเตาอบอีก 15 นาที
-เม่ื่อได้ขนมกลีบลำดวลแล้ว ให้นำไปอบควันเทียน อีก 30 นาที จะเพิ่มความหอมให้กับขนมหวาน
เคล็ดลับการทำขนมกลีบลำดวล

-ไข่ไก่ ที่นำมาทำขนมต้องใช้ไข่สดใหม่ ไข่สดๆจะทำให้แป้งขาวนวล น่ารับประทาน ไข่ขาวจะช่วยให้ขนมติดกันเป็นรูป กลีบดอกลำดวล
-แป้งสาลีอเนกประสงค์ ก่อนนำมาปรุงผสมแป้ง ให้ร่อนแป้งให้ละเอียดก่อน แป้งที่ละเอียด จะทำให้ขนมเนียนนุ่ม
-สามารถใส่สีผสมอาหาร ในแป้งได้ เพื่อให้มีความสวยงาม โดยแนะนำให้ใช้สีผสมอาหารจากธรรมชาติ เช่น ใบเตย ดอกอัญชัน เป็นต้น
-การอบควันเทียน จะทำให้ขนมมีความหอมอร่อย น่ารับประทาน
-การเก็บขนมกลีบลำดวล ให้เป็นในภาชนะมิดชิด ไม่ให้ลมเข้า จะทำให้ขนมกรอบน่ารับประทาน
-การกินขนมกลีบลำดวล ต้องเตรียมน้ำดื่ม รับประทานคู่กับขนมด้วย เรื่องจากขนมกลีบลำดวลซับน้ำได้ดี หากกินขนมโดยไม่มีน้ำดื่ม ขนมจะติดคอ เป็นอันตรายได้

ขอบคุณแหล่งที่มา https://nlovecooking.com…

Read more

แกงบวดมันม่วง ขนมไทย เมนูกะทิ แบบง่ายๆจากมันม่วง พร้อมวิธีทำ

แกงบวดมันม่วง คือ ขนมไทย ประเภทขนมกะทิ โดยมีมันม่วง เป็นวัตถุดิบหลัก

แกงบวดมันม่วง วิธีทำแกงบวดมันม่วง ง่ายๆ สามารถทำกินเองที่บ้านได้ เมนูมันม่วง เมนูกะทิ อร่อยๆ มันม่วงทำอะไรกินได้บ้าง มีมันม่วงทำอะไรกินดี

อาหารไทย เมนูอาหาร สำหรับวันนี้ นำเสนอ ขนมหวาน แบบง่ายๆ คือ แกงบวดมันม่วง มันเทศสีม่วง นำมาต้มกับน้ำกะทิหวานๆ เป็น ขนมไทย ที่อร่อย สามารถกินได้ทุกฤดูกาล เคล็ดลับการทำแกงบวดมันม่วง คือ วัตถุดิบคุณภาพ เทคนิคการเตรียมอาหาร และ การปรุงรสชาติ สูตรแกงบวดมันม่วง ส่วนผสมและขั้นตอนการทำเข้าใจง่าย เหมาะสำหรับคนรักการทำอาหาร เมนูแกงกะทิ

ส่วนผสมสำหรับทำกล้วยบวดมันม่วง

-มันเทศสีม่วง 6-8 ลูก
-หางกะทิ 1 ถ้วย
-หัวกะทิ 1 ถ้วย
-เม็ดสาคู 1 ถ้วย
-น้ำตาลทราย 5 ช้อนโต้ะ
-น้ำตาลปี๊บ 2 ช้อนโต้ะ
-เกลือ 1 ช้อนโต้ะ
-ใบเตย 3 ใบ
-น้ำปูนใส

แกงบวดมันม่วง
วิธีทำแกงบวดมันม่วง

-เริ่มจากการเตรียมน้ำกะทิก่อน โดย นำ หัวกะทิ ใบเตย และ หางกะทิ ลงไปต้ม ให้ร้อน
-จากปรุงรสด้วย น้ำตาลทราย น้ำตาลปี๊บ และ เกลือ ลงไป ปิดไฟ ปล่อยให้น้ำตาลละลาย จากนั้นำมาพักเอาไว้ก่อน
-นำเม็ดสาคูไปแช่น้ำ ให้สาคูอิ่มน้ำจากนั้นนำเม็ดสาคูลงไปต้ม ให้สุกก่อน และ แช่น้ำพักเอาไว้ก่อน
-นำมันเทศม่วง มาปลอกเปลือก และ นำมาหั่นเป็นชิ้นขนาดพอดีคำ และ นำไปแช่น้ำปูนใส ประมาณ 10 นาที และ ล้างน้ำให้สะอาด
-จานนั้นต้มน้ำเปล่าให้เดือด นำมันเทศม่วงไปต้ม ให้สุก โดยสังเกตุว่ามันเริ่มใส และ ลองชิมดูว่าสุกรับประทานได้หรือไม่
-เมื่อสุกได้ที่ ก็นำมันม่วงไปแช่น้ำเย็น ให้มันคายความร้อนก่อน
-เปิดไฟกะทิ อีกครั้ง ใส่มันม่วงต้มลงไป และ เม็ดสาคูสุก และปิดไฟให้แกงบวดร้อน เสริฟใส่ถ้วย รับประทานได้
เคล็ดลับการทำแกงบวดมันม่วง

-การเลือกกะทิ ต้องเป็น กะทิคั้นสด ผสมกันในอัตราส่วน หัวกะทิ 1 ส่วน หางกะทิ 3 ส่วน ใส่เกลือเพื่อช่วยตัดความมันของกะทิ ซึ่งการที่ไม่แนะนำให้ใช้กะทิสำเร็จ เนื่องจากรสชาติและความหวานมันแบบธรรมชาติมันต่างกัน
-การเลือกมันม่วง ให้เลือกมันม่วงที่เนื้อแน่น ผิวเรียบ จะได้มันม่วงที่สดๆ น่ารับประทาน
-การต้มมันม่วงต่างหาก จะช่วยให้ เราสามารถควบคุมความสุกของมันได้ และ เป็นการต้มเอาสีม่วงออกไปบ้าง หากใส่มันม่วงลงไปต้มในกะทิเลย กะทิอาจแตกมันก่อนที่มันม่วงจะสุก และ น้ำกะทิจะมีสีม่วงมากเกินไป
-สำหรับการทำแกงบวด ให้ปรุงรสของกะทิให้เสร็จก่อน จึงจะใส่มันลงไป
-การแช่มันม่วงในน้ำปูนใส ช่วยให้เนื้อของมันม่วงไม่เละ เวลานำมาต้ม
-น้ำตาลสำหรับนำมาต้มกะทิ ใช้ น้ำตาลทรายและน้ำตาลปี๊บ ผสมกัน จะได้ความหวานที่กลมกล่อม
-เม็ดสาคู ก่อนนำมาต้มให้นำไปแช่น้ำก่อน และ นำไปต้มต่างหาก จะทำให้เราสามารถควบคุมความสุกของสาคูได้

ขอบคุณแหล่งที่มา https://nlovecooking.com…

Read more
ซ่าหริ่ม

ซ่าหริ่ม สูตรทำขนมขายหน้าร้อน เย็นฉ่ำชื่นใจ รับทรัพย์แบบจัดเต็ม

ซ่าหริ่ม เห็นภาพซ่าหริ่ม ขนมไทยแล้วอยากทำกินเองและทำขายไปพร้อมกัน

ซ่าหริ่ม ใครสนใจขอแนะนำสูตรจาก คุณนัทจัง สบายดี สมาชิกเว็บไซต์พันทิปดอทคอม วัตถุดิบไม่เยอะ ต้นทุนต่ำ จะใส่ถุงขายก็ได้ หรือจะใส่ถ้วยพลาสติกสวย ๆ ก็เจิดค่ะ ซ่าหริ่มราดกะทิหอม ๆ โปะน้ำแข็งเย็น ๆ แหม… อร่อยชื่นใจ

ส่วนผสม ซ่าหริ่ม

• แป้งถั่วเขียว
• น้ำเปล่า
• น้ำใบเตย
• น้ำเย็น

ซ่าหริ่ม

ส่วนผสม น้ำเชื่อม

• น้ำตาลทราย 250 กรัม
• น้ำเปล่า 250 มิลลิลิตร
• ใบเตย 2-3 ใบ

หมายเหตุ : *** การทำน้ำเชื่อม น้ำตาลทราย 100 กรัม ต่อน้ำเปล่า 100 มิลลิลิตร

ส่วนผสม น้ำกะทิ

• กะทิอบควันเทียนสำเร็จรูป 1 กล่อง

วิธีทำซ่าหริ่ม

1. เอาแป้งถั่วเขียวผสมกับน้ำเปล่า ถ้าสีเขียวนัทใช้น้ำใบเตยค่ะ คนให้เข้ากันด้วยไฟอ่อนจนแป้งเหนียวได้ที่
2. จากนั้นนำแป้งไปกดโดยใช้ที่กดซ่าหริ่มให้ตัวซ่าหริ่มไหลลงไปสู่น้ำเย็น
3. เมื่อครบ 5 นาทีแล้วตักตัวซ่าหริ่มขึ้นมาพักไว้ให้สะเด็ดน้ำ
4. เมื่อเราทำตัวซ่าหริ่มเรียบร้อยแล้ว ก็เสิร์ฟโดยใส่กะทิอบควันเทียนและน้ำเชื่อมได้เลยค่ะ ก่อนรับประทานให้ใส่น้ำแข็งลงไปแค่นี้ก็อร่อยแล้วค่ะ

ขอบคุณแหล่งที่มา https://cooking.kapook.com/

Read more
บัวลอยเสียบไม้

บัวลอยเสียบไม้ เมนูขนมไทย เนื้อเหนียวนุ่ม อร่อยเต็มคำ

บัวลอยเสียบไม้ เปลี่ยนบัวลอยทำธรรมดาให้น่ากินมากขึ้น

บัวลอยเสียบไม้ เมนูขนมไทย เนื้อเหนียวนุ่ม สีสันน่ากิน อร่อยแบบไม่ใช้สีผสมอาหาร เพราะจะนำฟักทองบด มันม่วงบด และน้ำใบเตย มาผสมกับแป้งแทน นอกจากสีจะสวยแล้วรับรองว่าต้องชอบแน่ ๆ ถ้าพร้อมแล้วมาดูวิธีทำกันเลยจ้า

วัตถุดิบ 1. แป้งข้าวเจ้า 1 ถ้วย

2. แป้งข้าวเหนียว 1 ถ้วย

3. มันม่วงบด 50 กรัม

4. ฟักทองบด 50 กรัม

5. น้ำใบเตย 50 มิลลิลิตร

6. น้ำเปล่า (แป้งมันม่วง) 50 มิลลิลิตร

7. น้ำเปล่า (แป้งฟักทอง) 50 มิลลิลิตร

8. หัวกะทิ 500 มิลลิลิตร

9. น้ำตาลทราย ½ ถ้วย

10. เกลือ ½ ช้อนชา

11. งาขาว และงาดำ ตามชอบ

12. น้ำตาลแดง ตามชอบ

บัวลอยเสียบไม้

วิธีทำ STEP 1 : ทำน้ำราด – นำหม้อขึ้นตั้งไฟปานกลาง เทหัวกะทิลงไป ตามด้วยน้ำตาลทราย และเกลือ คนให้เข้ากัน และต้มจนเดือด เทหัวกะทิ และใส่น้ำตาลทราย คนให้เข้ากัน และต้มจนเดือด

STEP 2 : ทำแป้ง – แบ่งแป้งข้าวเหนียว และแป้งข้าวเจ้า เป็นสามส่วนเท่า ๆ กัน (ส่วนละ ⅓ ถ้วย) – ถ้วยแรกใส่มันม่วงบด และน้ำเปล่า (แป้งมันม่วง) นวดให้เข้ากันจนแป้งไม่ติดมือ – ถ้วยที่สองใส่ฟักทองบด และน้ำเปล่า (แป้งฟักทอง) นวดให้เข้ากันจนแป้งไม่ติดมือ – ถ้วยที่สาม ใส่น้ำใบเตย นวดให้เข้ากันจนแป้งไม่ติดมือ – ปั้นบัวลอยขนาดประมาณเท่าเหรียญห้า หรือตามชอบ จากนั้นนำมาเสียบไม้ และนำไปแช่เย็นให้เซตตัว 20 นาที – นำบัวลอบเสียบไม้ไปต้มในน้ำเดือดจัดจนสุก และตักออกใส่น้ำเย็นเพื่อให้เซตตัว TIP : บัวลอยที่สุกแล้วจะลอยขึ้นมาเหนือน้ำ นวดแป้งมันบด ปั้นบัวลอยขนาดประมาณเท่าเหรียญห้า หรือตามชอบ

STEP 3 : ประกอบร่าง – จัดบัวลอยเสียบไม้ใส่จาน – โรยงาขาว งาดำ และน้ำตาลแดง – ราดน้ำราดที่เตรียมไว้ พร้อมเสิร์ฟจ้า

ขอบคุณแหล่งที่มา https://www.wongnai.com/

 …

Read more
ข้าวเหนียวหน้ากุ้ง

ข้าวเหนียวหน้ากุ้ง วิธีทำขนมหวานขาย ขนมไทยหอมหวานหลากหลายไม่น่าเบื่อ

ข้าวเหนียวหน้ากุ้ง พ่อค้าแม่ขายขนมหวานที่อยากทำเมนูข้าวเหนียวหน้าต่าง ๆ ขอนำเสนอเมนู

ข้าวเหนียวหน้ากุ้ง มาพร้อมวิธีทำข้าวเหนียวมูนสีเหลืองจากผงขมิ้นกับวิธีทำหน้ากุ้งจากกุ้งสดและมะพร้าวขูด ผัดกับกระเทียม รากผักชี และพริกไทย ปรุงรสด้วยน้ำตาลทรายกับเกลือ แววแม่ศรีเรือนมาเต็ม พบกับเมนูข้าวเหนียวหน้ากุ้ง สูตรขนมไทยหวานมันข้าวเหนียวตัดรสเค็มของหน้ากุ้ง กินกี่ครั้งก็ไม่เบื่อ

หน้ากุ้งทำยังไง ? หลังจากกินเมนูข้าวเหนียวมูน หน้าสังขยาหวาน ๆ มาหลายครั้ง ลองมาทำเมนูข้าวเหนียวมูนหน้าเค็ม ๆ บ้างดีไหม กระปุกดอทคอมขอนำเสนอวิธีทำข้าวเหนียวหน้ากุ้ง ใครจะหาซื้อข้าวเหนียวมูนหรือจะมูนเองก็ตามชอบ ส่วนหน้าทำมาจากกุ้ง มะพร้าว และเครื่องโขลก ปรุงรสด้วยน้ำตาลทรายและเกลือ จะกินกับข้าวเหนียวเหลืองหรือข้าวเหนียวขาวก็ตามสะดวกค่ะ

​​ส่วนผสม

• กุ้งสด (แกะเปลือก เอาหัวกับหางออก)
• มะพร้าวขูดละเอียด
• รากผักชี
• กระเทียม
• พริกไทยป่น
• หัวกะทิข้น
• น้ำตาลทราย
• เกลือป่น
• ใบมะกรูดซอย
• สีผสมอาหารสีส้มแดง
• ข้าวเหนียวมูน

ส่วนผสม

• ข้าวเหนียวขาว 1 ถ้วยตวง
• สารส้มโขลกละเอียด 1/2 ช้อนชา
• น้ำผสมผงขมิ้นชัน (สำหรับแช่ข้าวเหนียว)
• ใบเตยมัดประมาณ 5 ใบ
• หัวกะทิคั้นสด 3/4 ถ้วย
• น้ำผสมผงขมิ้นชัน (​​สำหรับ​ทำข้าวเหนียว​มูน​) 1/4 ถ้วย
• น้ำตาลทราย 3/4 ถ้วย
• เกลือป่น 1 ช้อนชา
​​ข้าวเหนียวหน้ากุ้ง

วิธีทำ

1. ซาวข้าวเหนียวจนสะอาด ใส่สารส้มลงไป เติมน้ำผสมผงขมิ้นชันลงไปจนท่วมข้าวเหนียว จากนั้นคนผสมจนเข้ากัน แช่ทิ้งไว้อย่างน้อย 3 ชั่วโมง
2. ล้างข้าวเหนียวที่แช่กับสารส้มไว้จนสะอาด สะเด็ดน้ำแล้วพักไว้สักครู่
3. เทข้าวเหนียวลงในหวดนึ่งข้าว ใส่ใบเตยลงไป นำหวดไปวางลงในน้ำเดือด นึ่งนานประมาณ 20 นาที หรือจนข้าวเหนียวสุก
4. ผสมหัวกะทิกับน้ำผสมผงขมิ้นชันคั้นเข้มข้น น้ำตาลทราย และเกลือป่นในอ่างผสม คนจนเข้ากัน น้ำขึ้นตั้งไฟกลางพอร้อน ปิดไฟพักไว้
5. เทข้าวเหนียวที่นึ่งสุกแล้วลงไป คนผสมจนเข้ากัน พักทิ้งไว้ 30 นาที

​​วิธีทำ

1. โขลกรากผักชี กระเทียม และพริกไทยจนละเอียด
2. สับกุ้งจนละเอียดใส่อ่างผสม ใส่มะพร้าวขูดลงไปคลุกจนเข้ากัน
3. ตั้งกระทะใส่หัวกะทิกับเครื่องโขลก ผัดจนกลิ่นหอม ใส่ส่วนผสมกุ้งคลุกมะพร้าวลงไป เติมน้ำตาลทรายกับเกลือ ผัดไปเรื่อย ๆ จนกะทิเกือบแห้ง
4. ใส่สีผสมอาหารลงไป ผัดจนเป็นสีเดียวกันทั่ว ปิดไฟ พักไว้จนเย็น โรยใบมะกรูดซอย คลุกเคล้าจนเข้ากัน
5. ตักข้าวเหนียวมูนใส่ภาชนะ โปะหน้ากุ้งลงไป พร้อมเสิร์ฟ

​​ วันหยุดมาทำเมนูข้าวเหนียวหน้ากุ้งกันไหม อยากกินกับข้าวเหนียวสีอะไรก็ตามสบาย ส่วนหน้ากุ้งใส่สีส้มไปหน่อยจะได้สวยงามน่ากินนะคะ

ขอบคุณแหล่งที่มา https://cooking.kapook.com/

Read more
ข้าวเหนียวเปียกลำไย

ข้าวเหนียวเปียกลำไย วิธีทำขนมหวานขาย ขนมไทยหอมหวานหลากหลายไม่น่าเบื่อ

ข้าวเหนียวเปียกลำไย เป็นอีกขนมหวานขายที่กินได้ทุกวัย โดยเฉพาะน่าทำขายช่วงลำไยถูก

ข้าวเหนียวเปียกลำไย  สูตรนี้ใส่น้ำลอยดอกมะลิลงไปต้มกับข้าวเหนียวเพิ่มความหอม มาพร้อมวิธีทำกะทิราด ใครจะดัดแปลงเป็นข้าวเหนียวเปียกลำไยกระป๋องก็ไม่ว่ากัน หรือข้าวเหนียวเปียกลำไยอัญชันก็สีสวยไปอีกแบบค่ะ กินอาหารคาวให้ไวจะได้กินขนมหวานล้างปากกับเมนูข้าวเหนียวเปียกลำไย ใส่เนื้อมะพร้าวกับน้ำมะพร้าว ราดกะทิเค็ม ๆ มัน ๆ เตรียมช้อนให้พร้อม !

จืด ๆ กินกับส้มตำหรืออาหารปิ้งย่างก็อร่อย นอกจากนี้ยังเอามาทำขนมหวานได้อีกด้วย โดยเฉพาะเมนูข้าวเหนียวเปียกที่หน้าตาธรรมดาแต่รสชาติอร่อยเว่อร์ กระปุกดอทคอมขอนำเสนอวิธีทำข้าวเหนียวเปียกลำไย สูตรนี้ใส่ทั้งลำไยและมะพร้าวอ่อน มีกลิ่นหอมจากน้ำลอยดอกมะลิกับน้ำมะพร้าว สุดท้ายใส่น้ำกะทิรสเค็มตัดเลี่ยน

ส่วนผสม ข้าวเหนียวเปียก

• ข้าวเหนียว 250 กรัม
• น้ำผสมสารส้มโขลก (สำหรับซาวข้าวเหนียว)
• เนื้อลำไย 500 กรัม (คว้านเม็ดออก)
• น้ำตาลทราย 300 กรัม
• มะพร้าวอ่อน 1 ลูก (แยกน้ำและเนื้อเตรียมไว้)
• น้ำลอยดอกมะลิ (หรือน้ำผสมกลิ่นมะลิ)
• เกลือป่นนิดหน่อย
• ใบเตย

ส่วนผสม กะทิสำหรับราดขนม

• หัวกะทิ 1 ถ้วย
• แป้งข้าวโพด 1/4 ช้อนโต๊ะ
• เกลือป่นเล็กน้อย
ข้าวเหนียวเปียกลำไย

วิธีทำข้าวเหนียวเปียกลำไย

1. ล้างข้าวเหนียวในน้ำที่ผสมสารส้มไว้ ใช้มือซาวข้าวเหนียวไปมาจนน้ำขุ่น เทน้ำออก แล้วก็ล้างข้าวเหนียวด้วยน้ำเปล่าอีก 2 รอบ สะเด็ดน้ำ เตรียมไว้
2. ใส่น้ำมะพร้าวอ่อนลงไปในหม้อ ตามด้วยน้ำลอยดอกมะลิ นำขึ้นตั้งไฟกลางพอเดือด เทข้าวเหนียวลงไป ตามด้วยใบเตย คนไปเรื่อย ๆ พอข้าวเหนียวเริ่มสุกและเหนียวให้ลดเหลือไฟอ่อน ถ้าน้ำแห้ง เติมน้ำลอยดอกมะลิหรือน้ำสะอาดลงไป พอสุกดีใส่น้ำตาลทรายกับเกลือลงไป คนผสมจนเข้ากัน ชิมรสตามชอบ
3. ใส่มะพร้าวอ่อนกับลำไยลงไป พอเดือดอีกครั้ง ปิดไฟ
4. ทำน้ำกะทิ โดยเอาหัวกะทิใส่หม้อใบเล็ก เติมแป้งข้าวโพดลงไป และเกลือนิดหน่อย คนให้เข้ากันจนแป้งละลาย เอาไปตั้งไฟกลางค่อนมาทางอ่อน คนไปเรื่อย ๆ จนเดือด
5. ตักข้าวเหนียวเปียกลำไยใส่ถ้วย ราดกะทิลงไป

อดใจไว้รอหน้าลำไยก่อนเถอะ จะซื้อสักกิโลฯ เอามาทำข้าวเหนียวเปียกลำไยหม้อโต ๆ กะว่าจะกินหลังอาหารให้ครบสามมื้อ อ้วนก็ยอม แต่ไม่ยอมอด

ขอบคุณแหล่งที่มา https://cooking.kapook.com/

 …

Read more
สังขยาฟักทอง

สังขยาฟักทอง วิธีทำขนมหวานขาย ขนมไทยหอมหวานหลากหลายไม่น่าเบื่อ

สังขยาฟักทอง  จากที่เคยทำขนมหวานกินเอง ใคร ๆ ก็ชมว่าอร่อย ลองเปลี่ยนมาทำขนมหวานขายเพิ่มรายได้รับค่าครองชีพที่สูงขึ้นดีไหม

สังขยาฟักทอง เมนูฟักทองแกงบวดก็ทำมาหลายครั้ง ลองเพิ่มเมนูสังขยาฟักทองจากวัตถุดิบเดียวกันดีไหม เริ่มจากหาฟักทองลูกเล็กเจาะขั้วแล้วคว้านเมล็ดกับไส้ออก เสร็จแล้วก็หยอดสังขยาลงไป พอนึ่งจนสุกก็หั่นแบ่งขายกันเลยค่ะ

หลังจากทานของคาวเผ็ดๆ เราควรล้างปากด้วยของหวาน ขนมหวานกินเพลินๆกับเมนู สังขยาฟักทอง เนื้อฟักทองหอมๆ ที่นึ่งกับสังขยา หอมใบเตย หากได้กินตอนทำเสร็จใหม่ๆ คงจะอร่อยน่าดู ไปดูส่วนผสม สังขยาฟักทอง ไปทำกินกันเองในครอบครัว

ส่วนผสม
ไข่ไก่ 2 ฟอง , ไข่เป็ด 2 ฟอง
หัวกะทิ 3/4 ถ้วย
น้ำตาลปี๊บ 1/4 ถ้วย
ใบเตย 3 ใบ
ฟักทอง 1 ลูก

 สังขยาฟักทอง

วิธีทำ

ผสมไข่กับหัวกะทิและน้ำตาลปี๊บ และขยำด้วยใบเตย ขำยำจนเข้ากันดี
นำกะทิไปกรองเพื่อให้เนื้อสังขยาเนียน
เตรีียมฟักทองและคว้านเนื้อตรงกลางออก เทสังขยาลงไปในฟักทอง 3 ส่วน 4 ของฟักทอง
นำไปนึ่งด้วยไฟอ่อน ใช้เวลา 45 นาที

ขอบคุณแหล่งที่มา https://food.mthai.com/

Read more