หมวดหมู่: อาหารคาวและหวาน

ร้านอาหาร

ร้านอาหาร ฮงแด 2019 สายกินต้องห้ามพลาด!

ร้านอาหาร ฮงแด 2019 สายกินต้องห้ามพลาด

ร้านอาหาร ฮงแด ใครเตรียมตัวไป ทัวร์เกาหลี หนึ่งในย่านช้อปปิ้งยอดฮิตในกรุงโซลที่ไม่มาไม่ได้ก็คือ ฮงแด เป็นทั้งแหล่งรวมวัยรุ่น และร้านค้าแบรนด์ดัง ครบครันทั้งเสื้อผ้า

กระเป๋า รองเท้า เครื่องสำอาง ของกระจุกกระจิกน่ารัก ที่สำคัญยังเป็นแหล่งรวมร้านอาหารมากมายที่ไม่ควรพลาด! และวันนี้ มัชรูมทราเวล ก็คัด

พิกัดเด็ดร้านอาหาร ฮงแด 2019 มาอัพเดตให้สายกินได้ตามรอยกันด้วย จะมีร้านไหนบ้างตามไปดูกันเลย!

แซมาอึล ชิกตัง

เริ่มด้วยร้านแรก แซมาอึล ชิกตัง ร้านดังที่ได้รับการแนะนำว่าอร่อยเด็ดมาอย่างยาวนาน เป็นร้านหมูย่าง 24 ชม. หิวเมื่อไหร่ก็แวะมาได้เลย ร้านนี้เปรียบเสมือน

แลนด์มาร์กของฮงแด นอกจากความดีงามของ หมูหมักซอส แล้ว ยังมี แกงกิมจิ 7 นาที เมนูเด็ดของร้านที่ใครๆ ต่างพูดเป็นเสียงเดียวกันว่า เด็ดมากกก!

ร้านนี้คนไทยไปกินกันเยอะ เวาลาเดินเข้าร้าน พนักงานก็จะทักทายเป็นภาษาไทยด้วยนะ สายกินต้องไม่พลาดนะบอกเลย

ขอบคุณที่มา : sanook

Read more
บุฟเฟต์กุ้งเผา

บุฟเฟต์กุ้งเผา Pullman Bangkok Grande Sukhumvit กินกุ้งเป็นภูเขาจ่ายเหมาไม่ถึงพัน!

บุฟเฟต์กุ้งเผา Pullman Bangkok Grande Sukhumvit กินกุ้งเป็นภูเขาจ่ายเหมาไม่ถึงพัน! 

บุฟเฟต์กุ้งเผา คนรักกุ้งเผามารวมกันตรงนี้! จะดีแค่ไหนหากคุณสามารถทานกุ้งเผา มันเยิ้มๆ เนื้อแน่นๆ ได้แบบไม่มีอั้น ความฝันของคนชอบทานกุ้งเผาแบบเราเป็นจริงขึ้นแล้วที่ห้องอาหาร Atelier โรงแรม Pullman Bangkok Grande Sukhumvit

เพราะทาง ห้องอาหาร Atelier นั้นได้จัดโปรโมชั่น PRAWNS ON PARADE บุฟเฟต์กุ้งเผาจุกๆ สำหรับชาว Sanook ทุกคน ลดราคาจัดเต็มกว่า 50 %

เหลือเพียงท่านละ 899 บาทสุทธิ จากราคาเต็ม 1,699++ บาท เพียงใส่ PROMO CODE : SNK899 Link สำหรับจอง: https://bit.ly/32qXVl7

ขอบคุณที่มา : sanook

Read more
ร้านอร่อยเมืองอุบล

ร้านอร่อยเมืองอุบล เด็ดทุกจาน แซ่บทุกเมนู!

ร้านอร่อยเมืองอุบล เด็ดทุกจาน แซ่บทุกเมนู! 

ร้านอร่อยเมืองอุบล อีกหนึ่งเมืองใหญ่ที่มีอารยธรรมเก่าแก่แห่งดินแดนอีสานใต้ ที่นี่เป็นจังหวัดที่รวบรวมเอาสถานที่ท่องเที่ยวอันโด่งดังเอาไว้มากมายที่ดึงดูดนักท่องเที่ยวให้เข้ามาสู่จังหวัด และแน่นอนการท่องเที่ยวนั้นต้องมาคู่กับของกินอร่อยๆ เพราะฉะนั้นวันนี้ จะพาทุกคนไปตะเวนชิมของอร่อยในเมืองอุบลกัน ไปดูกันว่าที่นี่มีอะไรที่เป็นทีเด็ดกันบ้าง

1.ก๋วยจั๊บดับเพลิง

2.ปากหม้อโรบอท

3.ร้านอินโดจีน

4.ร้านส้มตำจินดา

5.ครัวคุณเต่

หากคุณอยากจะหาร้านอาหารพื้นบ้านแท้ๆ รสชาติเหมือนคุณแม่ทำให้ทาน แนะนำเลยว่าต้องมาร้านนี้ ครัวคุณเต่ร้านอาหารพื้นบ้านสุดคลาสสิค ที่มีเมนูหาทานยากให้คุณได้ลิ้มลองมากมาย ทั้งแกงป่า แกงอ่อม ซุปมะเขือ เป็นต้น แต่ละเมนูที่ทางร้านเสิร์ฟมานั้น มีความกลมกล่อมโดยใช้เพียงวัตถุดิบบ้านๆ ชวนให้คิดถึงบรรยากาศในวัยเด็กเวลาทานข้าวกับครอบครัวจริงๆ

ขอบคุณที่มา : sanook

Read more
บุฟเฟต์ใบหยกสกาย

บุฟเฟต์ใบหยกสกาย จ่ายไม่ถึง 600 กินซีฟู้ดและยำกว่า 100 รายการได้ไม่อั้น!

บุฟเฟต์ใบหยกสกาย จ่ายไม่ถึง 600 กินซีฟู้ดและยำกว่า 100 รายการได้ไม่อั้น! 

บุฟเฟต์ใบหยกสกาย จะได้แค่ไหนหากคุณได้ขึ้นไปทานอาหารบนตึกที่เคยได้ชื่อว่าสูงที่สุดในเมืองไทย ได้ไปทานบุฟเฟต์ที่เต็มเปี่ยมไปด้วยของอร่อยๆ พร้อมกับชมวิวสวยๆ ของเมืองกรุงเทพฯ แบบพาโนรามา ที่สำคัญคือจ่ายเพียงแค่ 590 เท่านั้น! วันนี้ จะพาไปชมกัน กับ ใบหยกบุฟเฟต์ ทะเลยกชั้น

“ร้อยยำตำทะเลลอยฟ้า”

โปรโมชั่นอาหารบุฟเฟต์ล่าสุด บนตึกใบหยกสกาย

มุ่งตรงสู่ชั้น 78 เราจะพาทุกคนไปชมภาพบรรยากาศของห้องอาหารบุฟเฟต์ของตึกใบหยก ที่เป็นลักษณะแบบห้องกระจกมองออกไปเห็นวิวเมืองกรุงเทพฯ ได้อย่างงดงาม ยิ่งในยามเย็นที่พระอาทิตย์ตกด้วยแล้วบอกเลยว่าโรแมนติกมากๆ

 

ขอบคุณที่มา : sanook

Read more

ขนมหวานวิถีชาวบ้าน จาวตาลเชื่อม เนื้อของเมล็ดลูกตาลอ่อน หาทานยาก รักษาโรคนิ่วได้

 

ขนมหวานวิถีชาวบ้าน จาวตาลเชื่อม รักษาโรคนิ่วได้

ขนมหวานวิถีชาวบ้าน จาวตาลเชื่อม ขนมจาวตาลเชื่อม

การขัดเมือกของจาวตาล ด้วยการใช้ฟางในการขัด จะช่วย ขัดเมือกของจาวตาล ได้ดี
การล้างจาวตาล ด้วย สารส้มจะช่วยให้จาวตาลสะอาด และต้องล้างด้วยน้ำเปล่าให้สะอาด ไม่ให้เหลือสารส้ม
ต้องตัดส่วนของ รากจาวตาล ออก เนื่องจากส่วนนั้นจะแข็ง
น้ำลอยดอกมะลิ ให้ใส่สุดท้าย เพื่อเพิ่ม ความหอมของจาวตาลเชื่อม

ขนมหวานจาวตาลเชื่อม

ส่วนผสม

จาวตาลสด 7 กิดลกรัม
น้ำตาล 4 กิโลกรัม
น้ำลอยดอกมะลิ 4 ถ้วยตวง

วิธีทำ

ล้าง จาวตาล ให้ล้างให้สะอาด
ต้มน้ำให้เดือน นำ จาวตาล ลงไปต้ม ประมาณ 15 นาที จากนั้นใส่น้ำตาลลงไป
ต้มต่อให้เป็นน้ำเชื่อม เติมน้ำลอยดอกมะลิลงไปด้วย จากนั้นก็ต้มเชื่อมจาวตาลต่อ 20 นาที สังเกตุให้ลูกตาลเหลืองนุ่ม

ขนมหวานวิถีชาวบ้าน

เนื้อลูกตาล มีสารอาหารที่มีประโยชน์หลากหลาย

 

– คาร์โบไฮเดรต กินแล้วให้พลังงานที่ดีต่อร่างกาย พร้อมมีไฟเบอร์ที่ทำให้อิ่มนาน และช่วยในการขับถ่ายที่ดี ป้องกันท้องผูก

– แคลเซียม ฟอสฟอรัส ที่ช่วยในการเสริมสร้างกระดูกและฟัน ช่วยให้แข็งแรง และช่วยในการทำงานของร่างกายที่เป็นปกติ

– เหล็ก ช่วยในการบำรุงเลือด และการหมุนเวียนของเลือด

– วิตามินซี สารอนุมูลอิสระที่ดีต่อร่างกาย ช่วยให้ร่างกายแข็งแรง ป้องกันไม่ให้ป่วยบ่อย และข่วยบำรุงผิวให้แข็งแรง ผิวพรรณผ่องใส

ลูกตาล

สรรพคุณทางยาของของลูกตาล

มีสรรพคุณทางยาสมุนไพร รับประทานเพื่อช่วยละลายเสมหะในลำคอ บรรเทาอาการไอ ไอเรื้อรัง แก้กระหายน้ำ และช่วยแก้ไข ลดความร้อนในร่างกาย

 

 

ต้นตาลโตนด (Palmyra Palm) เป็นไม้ในตะกูลเดียวกันกับปาล์ม และมะพร้าว จัดเป็นไม้ชนิดให้ผลที่พบได้ทั่วไปในทุกภาค มีประโยชน์ในหลายด้าน อาทิ ลูกตาลอ่อน น้ำตาลสด ผลแก่ใช้ทำขนมตาล แก่นไม้ใช้ทำเฟอร์นิเจอร์ เป็นต้น

– ภาคกลาง และทั่วไป เรียก ต้นตาลโตนด, ต้นตาล

– ภาคใต้ เรียก ตาลโตนด หรือ ต้นโตนด

– ยะลา และปัตตานี เรียก ปอเก๊าะตา

ประวัติต้นตาล

ต้นตาลโตนดเป็นพืชในตระกูลปาล์ม มีการสันนิษฐานว่ามีถิ่นกำเนิดในแถบทวีปแอฟริกา ต่อได้มีการกระจายพันธุ์มาทางตอนใต้ของประเทศอินเดีย และแพร่มาสู่แถบประเทศเอเชียอาคเนย์ รวมถึงประเทศไทยที่น่าจะเริ่มการปลูกครั้งแรกบริเวณแถบจังหวัดภาคใต้ โดยเฉพาะเมืองท่าที่มีการค้าขายกับชาวอินเดียในสมัยนั้น

พบบันทึกเกี่ยวกับตาลโตนดที่เก่าแก่ในคัมภีร์พระพุทธประวัติที่ปรากฏคำว่า “ตาล” หรือ “ตาละ” ที่หมายถึงต้นตาลโตนด ซึ่งเป็นหนึ่งในพรรณไม้ที่ถูกกล่าวถึงขณะที่พระองค์เสด็จไปประทับ ณ ลัฏฐิวนอุทยาน (ลัฏฐตาล) ในพรรษาที่สองหลังจากตรัสรู้ เพื่อโปรดพระเจ้าพระพิมพิสาร ราชาแห่งแคว้นมคธ รวมทั้งบริวาร ซึ่งมีช่วงหนึ่งที่พระเจ้าพิมพิสารทรงดำรัสว่า ป่าไผ่นั้นร่วมเย็นดีกว่าป่าตาล นอกจากนั้นในพุทธประวัติยังมีช่วงหนึ่งที่กล่าวถึง พระวินัยที่ทรงห้ามนำผลไม้หรือพืช 10 ชนิด ใช้ทำน้ำอัฐบาน เพราะเป็นผลไม้ที่ห้ามรับประทานหลังเที่ยงแล้ว ซึ่ง 1 ใน 10 เป็นลูกตาลด้วย

ประวัติต้นตาลโตนดที่พบบัทึกในประเทศไทยนั้นเริ่มพบหลักฐานในสมัยทวราวดี (พุทธศตวรรษที่ 11-16) ที่มีการใช้ตราประทับรูปคนปีนตาล นอกจากนั้น มีการพบบันทึกเกี่ยวกับตาลโตนดในศิลาจารึกของพ่อขุนรามคำแหงในช่วงหนึ่งที่แปลได้ว่า ในปีมะโรง ศกที่ 1214 พ่อขุนรามคำแหงขณะพระชนมายุ 14 พรรษา ได้ทรงปลูกไม้ตาลไว้กลางเมืองสุโขทัย

Read more
กุนเชียงรสชาติหวานอร่อย

กุนเชียงรสชาติหวานอร่อย สูตรกุนเชียง อาหารแปรรูปจากเนื้อหมู

กุนเชียงรสชาติหวานอร่อย

กุนเชียงรสชาติหวานอร่อย  เคล็ดลับก่อนเข้าครัว การทำกุนเชียง เนื้อหมู ต้องเลือกใช้เนื้อหมูที่สดๆ ใหม่ ไม่ใช้เนื้อหมูแช่แข็ง หรือ เนื้อหมูส่วนอื่นนอกจากสะโพก
การเตรียมเนื้อสะโพก ให้แล่เอาเอ็นหมูออกให้หมด ก่อนนำมาบด เนื่องจากเอ็นหมูจะทำให้เป็นมันแข็งๆ เคี้ยวไม่ได้ ทำให้เสียรสชาติของอาหาร
พริกไทยป่น ต้องใช้พริกไทยเม็ดนำมาป่นแบบสดๆ วันต่อวัน จะทำให้ได้พริกไทยที่หอม
การล้างไส้อ่อน เป็นขั้นตอนสำคัญ ต้องล้างให้สะอาด โดยล้างด้วยเกลือก่อน และ นำไปล้างด้วยสารส้ม จะไส้อ่อนสะอาด นำไปแช่น้ำแล้วน้ำใส
การล้างใส้อ่อนด้วยสารส้ม จะทำให้ไส้อ่อนเหนียว ไม่ขาดง่าย

กุนเชียงรสชาติหวานอร่อย

ส่วนผสม

เนื้อหมูสะโพก 7 กิโลกรัม นำมาบดให้ละเอียด
มันหมู 3 กิโลกรัม นำมาบดให้ละเอียด
น้ำตาลทราย 3.6 กิโลกรัม
เกลือ 400 กรัม
ผงพะโล้ 2 ช้อนโต้ะ
พริกไทยป่น 2 ช้อนโต้ะ
ไส้อ่อน 3 กิโลกรัม

วิธีทำ

เริ่มจากการหมักมันหมูก่อน โดยนำมันหมูมาบดให้หยาบๆ และนำมาหมัก โดยมันหมู 3 กิโลกรัม ใช้ น้ำตาล 1.8 กิโลกรัม เกลือ 200 กรัม พริกไทยป่น 1 ช้อนโต้ะ และ ผงพะโล้ 1 ช้อนโต้ะ นำส่วนผสมทั้งหมดมาผสมกับมันหมูให้เข้ากัน และนำมาหมักทิ้งไว้ก่อน 1 คืน
เริ่มหมักเนื้อหมู โดยนำเนื้อสะโพกหมูมาบด และนำมาหมัก โดย เนื้อสะโพกหมู 7 กิโลกรัม ใช้น้ำตาล 1.8 กิโลกรัม เกลือ 200 กรัม พริกไทยป่น 1 ช้อนโต้ะ และ ผงพะโล้ 1 ช้อนโต้ะ หมักทิ้งไว้ 30 นาที
จากนั้นนำเนื้อหมูหมัก และ เนื้อมันหมูหมัก มานวดผสมกัน นวดให้ มันหมูและเนื้อหมูผสมเข้ากัน หากมีเครื่องนวดก็จะทำให้มันหมูและเนื้อหมูเข้ากันง่ายขึ้น เมื่อได้เนื้อกุนเชียงแล้ว ก็นำมาพักเอาไว้ก่อน เตรียมนำมากรอกใส่ไส้อ่อน
เมื่อเราล้างไส้อ่อนเรียบร้อยแล้ว นำไส้อ่อนมาเตรียมกรอกเนื้อกุนเชียงใส่ในไส้อ่อน นำเนื้อกุนเชียงกรอกใส่ไส้อ่อน จะได้กุนเชียงดิบ แต่ยังไม่พร้อมรับประทาน นำเชือกมามันให้เป็นท่อนขนาดตามต้องการ
แล้นำกุนเชียงไปอบให้แห้ง ใช้เวลาอบประมาณ 7 วัน ก้จะได้กุนเชียงสีแดงแห้ง พร้อมที่จะรับประทานแล้ว…

Read more
ซุปหน่อไม้อาหารอีสานพื้นบ้าน

ซุปหน่อไม้อาหารอีสานพื้นบ้าน รสเด็ด เมนูหน่อไม้แบบง่ายๆ ใครๆก็ทำได้

ซุปหน่อไม้อาหารอีสานพื้นบ้าน

ซุปหน่อไม้อาหารอีสานพื้นบ้าน เคล็ดลับการทำซุปหน่อไม้ หน่อไม้ สำหรับเหมาะทำซุปหน่อไม้ คือ หน่อไม้จากไผ่ตง เป็นหน่อไม้อ่อน ให้ต้มไปให้สุก ให้หน่อไม้อ่อนและกินง่าย
สามารถใช้หน่อไม้ดองได้ แต่หน่อไม้ดองจะมีความเปรี้ยวมาก ให้ต้มและบีบคั้นน้ำที่มีรสเปรี้ยวในหน่อไม้ออก ทำหลายๆรอบ จนได้หน่อไม้ที่นุ่มและไม่มีรสเปรี้ยว ปลาร้า ที่ใช้ในการทำซุปหน่อไม้ต้องเป็นที่ปรุงรส ต้มให้สุกก่อน พริกป่น ต้องเป็นพริกป่นที่คั่วป่นใหม่แบบสดๆ จะได้สีสันและความเผ็ดที่อร่อย  ข้าวคั่ว ต้องใช้ข้าวเหนียวคั่วแบบสดๆ เทคนิคการทำข้าวคั่วให้ใส่ ข่า และ ตะไคร้ ลงไปคั่วกับข้าวเหนียว จะได้ข้าวคั่วที่หอมกลิ่นตะไคร้ และ ข่า ข้าวคั่วที่คั่วแบบสดๆ จะมีความหอมและอร่อยกว่าข้าวคั่วที่ค้างคืน น้ำตาล ให้เลือกใช้น้ำตาลปี๊บ ความหวานของน้ำตาลปี๊บจะให้ความกลมกล่อมของซุปหน่อไม้แบบพิเศษ ในบางสูตรใส่กะทิลงไปด้วย กะทิ เมื่อต้มผสมกับปลาร้า จะให้ความมันอร่อยไปอีกแบบ
ต้นหอม บางครั้งมีกลิ่นเหม็นเขียว ไม่น่ารับประทาน ให้เปลี่ยนเป็นผักชีฝรั่งแทน ความหอมของผักชีฝรั่งทำให้อาหารมีความอร่อย มากขึ้น
สำหรับคนที่ไม่ชอบกลิ่นแรงๆ ของหอมแดง ให้นำหอมแดงไปลวกน้ำร้อนก่อน จะทำให้กลิ่นของหอมแดงหายไป

ส่วนผสม

หน่อสด 2 หน่อ
ปลาร้า ต้มสุกปรุงรส 1 ช้อนโต้ะ
น้ำตาลปี๊บ 1 ช้อนชา
น้ำมะนาว 2 ช้อนโต้ะ
น้ำปลา 2 ช้อนโต้ะ
พริกป่น 2 ช้อนโต้ะ
ข้าวคั่ว 2 ช้อนชา
หัวหอมแดง ซอย 2 ช้อนโต้ะ
ต้นหอม ซอย 2 ช้อนชา
ใบสาระเหน่ สำหรับบโรยหน้า

 

ซุปหน่อไม้อาหารอีสานพื้นบ้าน

วิธีทำซุปหน่อไม้

ตั้งหม้อต้ม นำหน่อไม้ลงไปต้ม ให้หน่อไม้สุก และ อ่อนนุ่ม จากนั้นนำมาขูดเป็นเส้นๆ จะได้เส้นประมาณ 1 จาน
จากนั้น นำหน่อไม้ ขูดเส้น ใส่น้ำปลาร้าลงไปต้ม เมื่อสุกได้ที่
ปรุงรสด้วย น้ำปลา น้ำตาล ข้าวคั่ว พริกป่น และ น้ำมะนาว ผสมให้ส่วนผสมเข้ากัน และ ชิมรสชาติตามใจชอบ
ใส่ ต้นหอม ใบสะระเหน่ หอมแดง คลุกเคล้าให้ส่วนผสมเข้ากัน เสริฟใส่จานพร้อมรับประทาน

 …

Read more
อาหารไทยทอดมันกุ้ง

อาหารไทยทอดมันกุ้ง อาหารสำหรับคนไม่กินเผ็ด เอาใจเด็กๆ

อาหารไทยทอดมันกุ้ง

อาหารไทยทอดมันกุ้ง เคล็ดลับการทำทอดมันกุ้ง การเลือกซื้อกุ้ง ให้เลือกกุ้งที่สดๆ เทคนิคการเลือกซื้อกุ้ง ให้ดูที่ความสมบูรณ์ของตัวกุ้ง เปลือกติดเนื้อดี เนื้อกุ้งแน่นตึง ไม่มีกลิ่นเน่า
การเตรียมเนื้อกุ้ง ให้แกะเปลือก แกะหัว และ แกะหาง เอาเฉพาะเนื้อ จากนั้น นำไปโขรกให้เนื้อละเอียด แนะนำว่าใช้การโขรกจะดีกว่าการปั่น เนื่องจาก โขรกเนื้อกุ้งจะละเอียด ส่วนการปั่นเนื้อกุ้งจะเป็นเม็ดๆ
การหมักเนื้อกุ้ง ต้องผสมมันหมูลงไปด้วย เนื่องจาก มันหมู จะเพิ่มความนุ่ม และ มัน ให้กับเนื้อกุ้ง เนื้อกุ้งจะแข็งๆ หากผสมมันหมุลงไป จะทำให้เนื้อทอดมันกุ้งนุ่มขึ้น
เทคนิคการทอด ให้ใช้น้ำมันใหม่ ปริมาณให้ท่วมทอดมัน โดยใช้ไฟปานกลาง แต่ต้องให้น้ำมันร้อน เพราะหากน้ำมันไม่ร้อนทอดมันกุ้งจะอมน้ำมัน ไม่อร่อย
การปั้นทอดมัน ไม่ต้องปั่นหนามาก เนื่องจาก เวลานำไปทอด หากหนามาก ทอดมันจะไม่สุกถึงด้านใน
การปรุงรสสำหรับ เมนูนี้ ไม่ใช้น้ำปลา คือ ความเค็มของเมนูนี้ ให้เลือกใช้เกลือแทน เนื่องจากน้ำปลามีน้ำมากจะทำให้ทอดมันไม่จับตัวเป็นก้อน

ส่วนผสม

กุ้งขาว 15-20 ตัว
มันหมูบด 3 ช้อนโต้ะ
เกลือ 1 ช้อนชา
น้ำตาลทราย 1 ช้อนชา
ซอสปรุงรส 2 ช้อนโต้ะ
แป้งมัน 1 ช้อนโต้ะ
ไข่ไก่ 1 ฟอง
แป้งอเนกประสงค์ สำหรับทอด
เกร็ดขนมปัง สำหรับทอด
น้ำมันพืช สำหรับทอด 2 ถ้วยตวง

อาหารไทยทอดมันกุ้ง

วิธีทำ

เริ่มจากการเตรียมเนื้อกุ้ง ก่อน โดยนำมาแกะเปลือก เอาหัวออก และ เส้นที่หลังออก ล้างให้สะอาด
จากนั้นโขรกเนื้อกุ้งให้ละเอียด นำเนื้อกุ้งมาผสมกับมันหมูบด นวดให้ส่วนผสมเข้ากัน พักเอาไว้ก่อน
นำ แป้งมัน ผสมซอสปรุงรส และ น้ำตาลทราย ละลายให้ส่วนผสมเข้ากัน
นำเครื่องปรุง ผสมกับเนื้อกุ้งและมันหมูบด ด้วยให้เครื่องปรุงเข้าเนื้อ และ นำมาแช่เย็น ให้เนื้อกุ้งและเนื้อหมูเซ็ตตัว ไม่เละ
หมักเนื้อกุ้งและหมูสับปรุงรสไว้ในตู้เย็น ประมาณ 30 นาที
นำเนื้อกุ้งมาปุ้นเป็นวงกลมแบน และ นำมาคลุกกับแป้งอเนกประสงค์
จากนั้นนำไปชุบกับไข่ไก่ และ คลุกกับเกร็ดขนมปังอีกครั้ง เมื่อได้ทอดมันกุ้งพร้อม ให้ นำไปทอดในน้ำมัน
ตั้งกระทะน้ำมันให้ร้อนปานกลาง จากนั้นนำทอดมันกุ้งลงไปทอด ให้เหลืองสุก นำขึ้นมาพักให้สะเด็ดน้ำมัน
เสริฟใส่จานทานกับน้ำจิ้มบ๋วย หรือ ซอสพริก…

Read more
เมนูคอหมูแดดเดียว

เมนูคอหมูแดดเดียว สูตรเนื้อนุ่ม อร่อยๆ

เมนูคอหมูแดดเดียว

เมนูคอหมูแดดเดียว เคล็ดลับการทำหมูแดดเดียว เนื้อคอหมู ให้ใช้เนื้อที่สดใหม่ หั่นเป็นชิ้นพอคำเป็นเส้นๆ เพื่อให้ง่ายต่อการนำไปตากแดด
ให้นำไปตกาแดดที่ร้อนๆ 1 วัน เพื่อให้หมูแห้ง และ เครื่องปรุงต้องนวดให้เข้าเนื้อจะได้ หมูแดดเดียว ที่มีรสชาติอร่อย

เมนูคอหมูแดดเดียว

ส่วนผสม

เนื้อคอหมู หั่นเป็นชิ้นพอคำ 1 ถ้วย
น้ำมันงา 2 ช้อนชา
ซอสน้ำมันหอย 2 ช้อนชา
ซอสถั่วเหลือง 2 ช้อนชา
ซอสปรุงรส 2 ช้อนชา
พริกไทยป่น 1 ช้อนชา
น้ำตาลปี๊บ 1 ช้อนโต้ะ
น้ำเปล่า 3 ช้อนโต้ะ
น้ำมันพืช 1 ถ้วย (ใช้สำหรับทอด)

วิธีทำ

นำ เนื้อคอหมู มาทุบเพื่อให้หมูนุ่มและเนื้อหมูดูดซึมน้ำหมักได้ดี
นำ เนื้อคอหมู มาหมัก ด้วย น้ำตาล น้ำมันงา ซอสถั่วเหลือง ซอสปรุงรส พริกไทย และ น้ำเปล่า นวดให้น้ำหมักซึมเข้าเนื้อ
ตั้งกระทะน้ำมันให้ร้อน นำ เนื้อหมูแดดเดียว ลงไปทอด เมื่อสุกก็นำมาเสริฟรับประทานได้…

Read more
สูตรไข่พะโล้แม่ศรีเรือน

สูตรไข่พะโล้แม่ศรีเรือน น้ำซุปหวานๆ หอมเครื่องเทศ

สูตรไข่พะโล้แม่ศรีเรือน แบบง่ายๆ สามารถทำกินเองที่บ้านได้

สูตรไข่พะโล้แม่ศรีเรือน เคล็ดลับการทำไข่พะโล้  สีน้ำตาลของน้ำซุป เป็นสีแบบธรรมชาติ จากน้ำตาลคั่วจนเป็นสีน้ำตาล หลายคนเข้าใจว่าน้ำเปล่า ใส่ซอสหวานสีดำ เป็นส่วนผสม แต่สูตรเด็ด คือ สีน้ำตาลได้มาจากน้ำตาลเคี่ยวไม่ใช่น้ำซอสดำ เพราะรสชาติค่อนข้างต่างกัน
ให้นำเครื่องเทศไปคั่วบนกระทะให้หอม ความหอมของเครื่องเทศจะมากขึ้น
ไข่สำหรับทำพะโล้ ให้เลือกใช้ไข่เป็ด เนื่องจากไข่ขาวและไข่แดงมีปริมาณมาก เวลาทำเสร็จแล้วไข่เป็ดจะดูสวยกว่า
น้ำซุป แนะนำให้ใช้น้ำซุปหมู เนื่องจากเมนูน้ำพะโล้ หากความหวานของเครื่องปรุงผสมกับน้ำซุปหมู จะเพิ่มความกลมกล่อมของอาหารได้มากขึ้น
เนื้อหมูที่จะนำไปเคี่ยวนั้น หากใช้เนื้อหมูสามชั้น ให้หมั่นช้อนไขมันออกมา และให้เคี่ยวจนเนื้อนิ่มเลย จะทำให้อร่อยมากขึ้น
การต้มไข่ ให้กวนน้ำให้ไข่วนไปมา การกวนน้ำจะทำให้ไข่แดงอยู่ตรงกลางไข่ จะได้ไข่ต้มที่สวยงาม และ การปลอกเปลือกไข่ ให้แช่น้ำเย็นให้ไข่ขาวและเปลือกแยกตัวก่อน จะได้ไข่ต้มที่สวยงาม

ส่วนผสม

ไข่เป็ด 3-4 ฟอง
น้ำมันพืชสำหรับผัด 3 ช้อนโต๊ะ
หมูสามชั้น หั่นเป็นชิ้นหนาๆ 1 จาน
พริกไทยเม็ดแห้ง 1 ช้อนชา
รากผักชีบด 1 ช้อนโต๊ะ
กระเทียมบด 1 ช้อนโต๊ะ
อบเชย 2 ท่อน
โป๊ยกั๊ก 2 ดอก
เต้าหู้ทอด หั่นเป็นชิ้นๆ 1 จาน
น้ำปลา 2 ช้อนโต้ะ
ซอสถั่วเหลือง 2 ช้อนโต้ะ
น้ำตาลทราย 4 ช้อนโต้ะ
น้ำเปล่า 1 หม้อ

สูตรไข่พะโล้แม่ศรีเรือน

วิธีทำ

เริ่มจากการเตรียมไข่ก่อน ตั้งหม้อต้ม นำไข่เป็ดลงไปต้ม ใช้ช้อนกวนน้ำให้ไข่วนๆ เพื่อให้ไข่แดงอยู่ตรงกลาง หากใส่ไข่ลงไปแช่เฉยำ ไข่แดงจะติดเปลือก ไม่สวยงาม เมื่อไข่ต้มสุก ให้นำไปแช่น้ำเย็น ให้ไข่หดตัว เวลาปลอกเปลือกจึงง่าย เมื่อได้ไข่ต้มแล้วให้พักเอาไว้ก่อน
เริ่มทำโดย โขรกรากผักชีก กระเทียม และ พริกไทย ให้ละเอียด ตั้งกระทะน้ำมัน ผัดด้วยไฟอ่อนๆ ให้น้ำมันหอมกลิ่นของรากผักชี กระเทียม และ พริกไทย ก่อน จากนั้นใส่น้ำตาลทรายลงไปผัด คั่วน้ำตาลให้ออกสีน้ำตาล จึงเติมน้ำเปล่าลงไป ให้ท่วมส่วนผสมทั้งหมด
ปรุงรสด้วย ซอสถั่วเปลือง โป็ยกั๊ก และ อบเชย ชิมรสชาติตามใจชอบ
จากนั้นเร่งไฟให้เดือด ใส่หมูสามชั้นลงไปต้ม พอหมูสุกได้ประมาณครึ่งหนึ่ง จึงใส่ไข่เป้ดต้มลงไป
ตุ๋นทิ้งไว้ด้วยไฟอ่อนๆ จนเนื้อหมูนุ่ม และ ไข่เปลี่ยนสีเป็นสีน้ำตาล ขั้นตอนนี้ หากน้ำซุปแห้งลงให้เติมน้ำลงไปอย่าให้แห้งขอด
ขั้นตอนสุดท้ายใส่เต้าหู้ทอดลงไป เสริฟใส่ชาม พร้อมรับประทาน…

Read more