หมวดหมู่: อาหารทำง่าย

ปลาไหลผัดเผ็ด

ปลาไหลผัดเผ็ด อาหารป่า รสจัด ใครไม่เคยกิน ถือว่าพลาดมาก !!!

ปลาไหลผัดเผ็ด อาหารป่า กับแกล้มชั้นดี ของนักดื่ม

ส่วนผสม ปลาไหลผัดเผ็ด

1.ปลาไหลหั่นเป้นแว่น ๆ 1 ก.ก.

2.กระชาย 2 กำมือ หอม ช่วยดับกลิ่นคาว ได้เป็นอย่างดี

3.กระเทียม 6 กลีบ

4.พริกสด 6-10 เม็ด

5.พริกแกงเผ็ด 2 ช้อนโต๊ะ

6.น้ำตาล 1 ช้อน

7.น้ำปลา

8.ซอสปรุงรส

9.ใบมะกรูด 6-10 ใบ

10.หอมใหญ 1 หัวซอย

11.ใบกระเพรา 1 กำมือ

ปลาไหลผัดเผ็ด

วิธีทำ

ตำพริกแกง ตำกระชาย กระเทียม พริก ให้พอหยาบ ไม่ต้องละเอียด จากนั้น ตำพริกแกงเผ็ดเข้าด้วยกัน พักไว้ น้ำมันใส่กระทะ ต้งไฟกลาง ๆ เอา พริกแกงลงผัด จนหอม   น้ำเนื้อปลามาผัด ช่วงนี้เติมน้ำด้วย เพราะเนื้อปลากว่าจะสุก จะนานหน่อย  ใส่ใบมะกรูด พอปลาสุก เติมเครื่องปรุงลงไป แล้วสุดท้ายใส่หอมหัวใหญ่ซอย และตามด้วยใบกระเพรา ตักใส่จานพร้อมเสริฟ…

Read more
ต้มยำกุ้งอาหารไทยขึ้นชื่อของประเทศ

ต้มยำกุ้งอาหารไทยขึ้นชื่อของประเทศ มี เครื่องสมุนไพร ช่วยเสริมสร้างภูมิคุ้มกัน

ต้มยำกุ้งอาหารไทยขึ้นชื่อของประเทศ

เมนูกับข้าว ที่เป็นเอกลักษณ์อย่างหนึ่งของประเทศไทย ต้มยำกุ้งอาหารไทยขึ้นชื่อของประเทศ  และเป็นที่นิยมสำหรับชาวต่างประเทศ  ต้มยำกุ้ง เป็นอาหารที่อุดมด้วย แร่ธาตุ โปรตีน และคาร์โบไฮเดรต มีไขมันน้อย กุ้งเป็นเนื้อสัตว์ที่มีโคเลสเตอรอลชนิดที่ดี มีประโยชน์ต่อร่างกาย สามารถช่วยลดความเสี่ยงต่อการเกิดโรคหัวใจได้อีกด้วย ช่วยเสริมสร้างภูมิคุ้มกัน  เครื่องสมุนไพรต้มยำ เช่น ข่า ตะไคร้ ใบมะกรูดมีสรรพคุณแก้ท้องอืด แก้ไอ แก้ช้ำใน ขับลมในลำไส้ แก้คลื่นเหียน แก้จุกเสียด ได้ดี

ต้มยำกุ้งอาหารไทยขึ้นชื่อของประเทศ

ส่วนผสม

กุ้ง500 กรัม
เห็ดฟาง300 กรัม
เห็ดนางฟ้า300 กรัม
ตะไคร้15 ต้น
ข่า3 กิ่ง
ใบมะกรูด10 กิ่ง
ผักชีฝรั่ง6 ต้น
พริกขี้หนู20 เม็ด
พริกแห้งทอด20 เม็ด
นมข้นจืด1 ถ้วย
น้ำพริกเผา2 ช้อนโต๊ะ
คนอร์3 ก้อน
มะนาว6 ลูก
น้ำปลาเหยาะๆ ลงไป

ต้มยำกุ้งอาหารไทยขึ้นชื่อของประเทศ

วิธีทำ

ปอกเปลือกกุ้ง ผ่าหลังดึงไส้ทิ้ง  ตั้งน้ำ ต้มตะไคร้ ข่า ให้หอม ล้าง หั่น เห็ด ใส่ลงไป เตรียม ฉีกใบมะกรูด ซอยผักชีฝรั่ง หั่นพริกทอด ซอยพริกขี้หนู มะนาว เตรียมไว้ ผสมน้ำพริกเผากับนมข้นจืด คนให้ละลาย ใส่กุ้ง ใบมะกรูดฉีก พอกุ้งสุก ปิดไฟทันที  เติมนมที่ผสมไว้  เติมผักชีฝรั่ง พริกขี้หนูซอย พริกแห้งซอย  บีบมะนาว ใส่น้ำปลา ปรุงรสตามชอบ  เสร็จพร้อมเสริฟ…

Read more
น้ำพริกลงเรือสูตรวังสุนันทา

น้ำพริกลงเรือสูตรวังสุนันทา

น้ำพริกลงเรือสูตรวังสุนันทา อาหารไทย สูตรฝีมือคนไทย

เมนูอาหารไทย สูตรของคนไทยแท้ๆ “น้ำพริกลงเรือสูตรวังสุนันทา” ซึ่งต้องบอกก่อนว่า ต้นตำรับอาหารชาววังหลายอย่างล้วนมาจากตำหนักของพระวิมาดาเธอ พระองค์เจ้าสายสวลีภิรมย์ กรมพระสุทธาสินีนาฏ ปิยมหาราชปดิวรัดา พระอัครชายาในพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว (รัชกาลที่ 5) ผู้ควบคุมห้องเครื่องต้น และคอยดูแลพระกระยาหารเพื่อถวายสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว โดยมี หม่อมเจ้าหญิงสะบาย นิลรัตน์ เป็นหัวหน้าห้องเครื่อง

ส่วนผู้ที่ลงมือโขลกน้ำพริกถ้วยเก่าถ้วยนี้ก็คือ เจ้าจอมสดับ ลดาวัลย์ หรือ หม่อมราชวงศ์สดับ ลดาวัลย์ (พระนัดดาในพระวิมาดาเธอ พระองค์เจ้าสายสวลีภิรมย์ฯ) จากคำบอกเล่าถึงที่มาของน้ำพริกลงเรือว่า วันหนึ่งพระองค์เจ้าสายสวลีภิรมย์ฯ และสมเด็จเจ้าฟ้านิภานพดล กรมขุนอู่ทองเขตขัติยนารี (สมเด็จอาหญิงน้อยฯ) พระราชธิดา มีพระประสงค์จะเสวยอาหารในเรือ จึงรับสั่งกับเจ้าจอมสลับฯ เข้าไปตรวจดูในห้องเครื่องว่ามีอะไรที่จะนำมาทำอาหาร ได้บ้าง

เมื่อเจ้าจอมสลับฯ เข้าไปสำรวจในห้องเครื่องก็พบว่า เหลือเพียงปลาดุกทอดฟู และน้ำพริกที่ตำเหลือไว้เท่านั้น จึงนำน้ำพริกกับปลาดุกทอดฟูนั้นมาผัดรวมกันเสีย รับประทานคู่กับหมูหวาน ไข่แดงเค็ม และผักเป็นเครื่องเคียง ถวายเป็นอาหารมื้อเย็นบนเรือเสียเลย ทำให้พระองค์เจ้าสายสวลีภิรมย์ฯ และกรมขุนอู่ทองเขตขัตติยนารี ทรงโปรดปรานน้ำพริกถ้วยนี้เป็นอย่างมาก และทำให้ชื่อน้ำพริกลงเรือตำรับวังสุนันทากลายที่เป็นที่รู้จักมาจวบจนทุกวันนี้

ส่วนสูตรเด็ดเคล็ดลับที่เป็นต้นตำรับของน้ำพริกลงเรือที่สืบทอดกันมากว่าร้อยปีคือ การปรุงให้มีรสชาติเปรี้ยว เค็ม และหวานลงตัว ได้รสชาติที่กลมกล่อมเท่านั้นถึงจะถือว่าเป็นตำรับชาววังที่แท้จริง และจากตำรับชาววังที่ได้รับการ เปิดเผยมาจากนางในวังนั้น น้ำพริกลงเรือประกอบไปด้วย กะปิ พริกชี้ฟ้า พริกขี้หนู กระเทียม น้ำปลา น้ำตาล มะนาว กระเทียมดอง ไข่เค็ม ปลาดุกฟู และหมูหวาน รับประทานคู่กับผักสด

น้ำพริกลงเรือสูตรวังสุนันทา

วัตถุดิบ

กะปิ 2 ช้อนโต๊ะ
กระเทียมกลีบเล็กปอกเปลือก 15 กลีบ
พริกขี้หนู 20 เม็ด
มะอึกหั่นเส้น 4 ช้อนโต๊ะ
มะดันสับละเอียด 3 ช้อนโต๊ะ
กุ้งแห้ง 2 ช้อนโต๊ะ
กระเทียม 15 เม็ด
น้ำมะนาว 2 ช้อนโต๊ะ
น้ำตาลปี๊บสำหรับโขลก 2 ช้อนโต๊ะ
น้ำปลา 1½ ช้อนโต๊ะ
หมูสามชั้นหั่น 500 กรัม
น้ำตาลปี๊บ ½ ถ้วย
น้ำตาลทราย ¼ ถ้วย
น้ำปลา 2½ ช้อนโต๊ะ
หอมเล็กปอกเปลือกซอย 5 หัว

วิธีทำ

โขลกกะปิย่าง กระเทียมและพริกขี้หนู ลงโขลกให้ละเอียด ให้ละเอียด
ตามด้วยมะอึกซอย มะดันสับ โขลกให้ละเอียดแล้วพักไว้
ผัดหมูหวาน
ตั้งกระทะพอร้อนใส่หมูสามชั้นพอตึงุลง ใส่น้ำตาลปี๊บให้ละลาย ใส่หอมแดงซอยพอ สุก ปรุงรสด้วยน้ำปลา
ผัดรวม และ เสิร์ฟ
ใส่น้ำพริกที่ตำไว้ลลงในกระทะที่ผัดหมูหวาน
ใส่กุ้งแห้ง ผัดให้พอแห้ง จัดเสิร์ฟ ตกแต่งด้วยไข่แดงเค็มให้สวยงาม…

Read more
กุ้งราดกระเทียมพริกไทย

กุ้งราดกระเทียมพริกไทย เมนูอาหารสูตรไทยๆ ทำง่าย รสชาติกลมกล่อม

กุ้งราดกระเทียมพริกไทย

กุ้งราดกระเทียมพริกไทย รสชาติกลมกล่อม

กุ้งราดกระเทียมพริกไทย การเลือกกุ้ง ให้เลือกกุ้งขาว ตัวใหญ่หน่อย เลือกกุ้งสดๆ กุ้ง ให้ ล้างให้สะอาด และ เอาเปลือกและหัวออก พร้อมกับเส้นที่หลัง เพราะ เส้นที่หลัง ทำให้กุ้งมีความคาว เนื้อกุ้งสุกง่าย และ หาก เนื้อกุ้งสุกเกินไป จะแข็งกระด้าง และ หมดความหวาน ไม่ต้องผัดนานเกินไป และ การรับประทานกุ้ง กุ้งยังมีประโยชน์อีกด้วยถึงแม้ว่าหลายคนจะคิดว่ากุ้งมีคอเลสเตอรอลสูง แต่จริงๆ แล้วคอเลสเตอรอลที่พบในกุ้งนั้น เป็นคอเลสเตอรอลชนิดดีมีประโยชน์ต่อร่างกาย ช่วยลดความเสี่ยงต่อการเกิดโรคหัวใจ และกุ้งยังอุดมไปด้วยแร่ธาตุ โปรตีน และคาร์โบไฮเดรต ซึ่งช่วยให้ร่างกายแข็งแรง สดชื่น กระปรี้ประเปร่า

กุ้งราดกระเทียมพริกไทย

ส่วนผสมสำหรับทำ

กุ้งขาวตัวใหญ่ 10-12 ตัว แกะเปลืิอกผ่าหลังและเอาหัวออก
กระเทียม 2 ช้อนโต้ะ
รากผักชี 1 ช้อนโต้ะ
ซอสน้ำมันหอย 1 ช้อนโต้ะ
น้ำตาลปี๊บ 1 ช้อนโต้ะ
น้ำปลา 1 ช้อนโต้ะ
พริกไทยเม็ดแห้ง 1 ช้อนโต้ะ
แป้งอเนกประสงค์ 1 ช้อนโต้ะ

วิธีทำ

เริ่มจากการเตรียมเครื่องสำหรับผัดซอส นำกระเทียมมาสับเป็นชิ้นเล็กๆ ไม่ต้องละเอียด พักเอาไว้ก่อน
นำ พริกไทยเม็ดแห้ง และ รากผักชี มาโขรกให้ละเอียด และ พักเอาไว้ก่อน
ตั้งกระทะน้ำมันให้ร้อน ใส่กระเทียมลงไปเจียวให้เหลือง จากนั้นจึงใส่รากผักชีและพริกไทบโขรก ลงไปผัด
ปรุงรสด้วย ซอสน้ำมันหอย น้ำตาลปี๊บ และ น้ำปลา เติมน้ำลงไปนิดหน่อย เพียงเท่านี้ก็ได้ซอสกระเทียมพริกไทย
เตรียมกุ้งโดย ล้างกุ้งให้สะอาด จากนั้น เอาหัวออก แกะเปลือก และ เอาเส้นที่หลังออก
นำกุ้งมาคลุกแป้งแบบบางๆ
ตั้งกระทะน้ำมันให้ร้อน จากนั้น นำกุ้งลงไปทอดในให้เหลืองสุก
เสริฟกุ้งใส่จาน ราดซอสกระเทียมพริกไทย

กุ้งราดกระเทียมพริกไทย

Read more
สูตรน้ำพริกกลางดงอาหารไทยพื้นบ้าน

สูตรน้ำพริกกลางดงอาหารไทยพื้นบ้าน น้ำพริกแบบโบราณคู่ครัวไทย

สูตรน้ำพริกกลางดงอาหารไทยพื้นบ้าน

จัดว่าเด็ด กับน้ำพริก อาหารไทยคู่คนไทย มาตั้งแต่สมัยโบราณ เคล็ดลับก่อนเข้าครัว การทำน้ำพริกกลางดง สูตรน้ำพริกกลางดงอาหารไทยพื้นบ้าน

เทคนิคการเลือกกุ้งแห้ง ให้เลือกกุ้งแห้งอย่างดี ตัวโตๆ เพราะ เวลากินจะได้ชิ้นเนื้อกุ้ง โดยการเตรียมกุ้งแห้ง เทคนิค คือ ให้ล้างกุ้งแห้งให้สะอาดก่อน จากนั้นนำไปอบให้แห้งก่อน นำมาปรุงอาหาร  การทอดหอมเจียวและกระเทียมเจียว ให้แยกทอด เพราะ หอมแดง และ กระเทียม สุกไม่พร้อมกัน และ กลิ่นของหอมแดงและกระเทียมจะดีกัน ทำให้เสียรสชาติ ให้แยกน้ำมัน และ แยกทอด
เทคนิคการเจียวหอมแดงให้กรอบอร่อย ให้เจียวหอมแดงด้วยน้ำมันท่ีร้อน แต่ใช้ไฟอ่อน ค่อยๆทอดจนไม่มีฟอง จากนั้นนำมาพักให้หอมเจียวเย็น หอมเจียวจะเหี่ยวและไม่กรอบ เทคนิคสำคัญ คือ ต้องนำไปอบให้แห้งอีกครั้ง จะได้หอมเจียวแห้งกรอบ อร่อย การเจียวกระเทียม ให้ใช้น้ำมันร้อน ไฟอ่อน ค่อยๆเจียวจนเหลืองกรอบ การผัดน้ำพริก และ การปรุงรส เป็น เทคนิคของความอร่อย น้ำตาล ให้ใช้น้ำตาลปี๊บ และ น้ำมะขามเปียก น้ำพริกสูตรนี้ ไม่เหมือนน้ำพริกทั่วไป ที่เผ็ด และ รสเค็มนำ รสชาติจะออก หวานๆ เปรี้ยวๆ หอมกระเทียม และ หมอเจียว เป็น อาหารจานหลัก หรือ อาหารทานเล่นก็ได้ทั้งนั้น

สูตรน้ำพริกกลางดงอาหารไทยพื้นบ้าน

ส่วนผสม

กุ้งแห้งตัวใหญ่ 1 ถ้วยตวง
กระเทียม 3 หัว นำมาซอย
พริกแห้ง 1 หยิบมือ
น้ำมะขามเปียก 2 ช้อนโต๊ะ
น้ำตาลปึก 2 ช้อนโต๊ะ
หอมแดง 3 หัว นำมาซอย
น้ำมันพืช สำหรับทอดประมาณ 1 ถ้วยตวง

วิธีทำ

เริ่มจากการเจียวหอมแดง และ เจียวกระเทียม ตั้งกระทะน้ำมันให้ร้อน นำหอมแดงลงไปเจียวก่อน เจียวจนหอมแดงเหลือง สุก ให้นำมาพักให้เย็น และ นำไปอบอีกครั้งให้หอมเจียวแห้ง จะได้หอมเจียวกรอบๆ
จากนั้นตั้งกระทะน้ำมันใหม่ ใส่กระเทียมลงไปเจียว จนเหลืองกรอบ ก็ให้นำมาพักเอาไว้ก่อน
เม่ื่อวัตถุดิบต่างๆพร้อมแล้ว ให้นำ กระเทียมเจียว และ หอมเจียวส่วนหนึ่ง แบ่งมาสักครึ่งหนึ่งก่อน นำมาโขรก ร่วมกับ กุ้งแห้ง และ พริกแห้ง โดยโขรกส่วนผสมเข้ากันไม่ต้องละเอียดมาก พอให้มีชิ้นเนื้อของส่วนผสมต่างๆ
ตั้งกระทะน้ำมัน ใส่น้ำตาลปึกลงไปผัด ให้ละลายและออกสีน้ำตาล จากนั้นจึงใส่ น้ำมะขามเปียก ลงไปปรุงรส
เติม ส่วนผสมที่โขรกไว้ก่อนหน้านี้ ลงไป คลุกเคล้าให้เข้ากับซอส และ จึงใส่ หอมเจียว และ กระเทียมเจียว ลงไปผสมให้หมดเพียงเท่านี้ก็ เสริฟน้ำพริกพร้อมรับประทานได้ ทานกับผักสดๆ ปลานึ่ง และ ข้าวสวย…

Read more
ไข่เจียวลาบแซ่บ

ไข่เจียวลาบแซ่บ สูตรอาหารอีสาน

ไข่เจียวลาบแซ่บ

ไข่เจียวลาบแซ่บ  ไข่เจียวธรรมดาๆที่เรากินกันมาตั้งแต่เด็ก วันนี้เราจะมาผสมกับรสชาติอาหารอีสานสุดแซ่บ ตู๊ม!!! กลายเป็นไข่เจียวลาบ แสนอร่อย กันเลยทีเดียว  ซี๊ดๆแซ่บๆ ต้องสูตรนี้

ไข่เจียวลาบแซ่บ

วัถุติบส่วนผสม

ไข่ไก่ 4 ฟอง

หอมแดงซอย 2 ช้อนโต๊ะ

ต้นหอมซอย 2 ช้อนโต๊ะ

ผักชีฝรั่งซอย 2 ช้อนโต๊ะ

สะระแหน่เด็ดใบ ½ ถ้วย

คนอร์สูตรสำเร็จ ลาบ-น้ำตก 2 ช้อนโต๊ะ

น้ำมันพืชสำหรับเจียวไข่

ไข่เจียวลาบแซ่บ

วิธีทำ

ตอกไข่ใส่ถ้วย  แล้วตีไข่ด้วยส้อมจนขึ้นฟู

ใส่น้ำมันลงกระทะก้นลึก ตั้งไฟร้อนปานกลาง ลองหยอดไข่ที่ตีไว้ลงไปเล็กน้อย ถ้าไข่ที่หยอดลงไปสุกฟูทันที แสดงว่าน้ำมันร้อนได้ที่แล้ว จึงเทไข่ที่เตรียมไว้ลงไปทอดทั้งหมดได้เลย

เมื่อไข่ด้านล่างเริ่มเหลืองกรอบให้กลับด้านไข่เจียว แล้วทอดจนเหลืองกรอบทั้งสองด้าน

ตักขึ้นให้สะเด็ดน้ำมันแล้วจัดใส่จาน

ผสมหอมแดง ต้นหอม ผักชีฝรั่ง สะระแหน่ กับคนอร์สูตรสำเร็จ ลาบ-น้ำตก คลุกเคล้าให้เข้ากัน ถ้าแห้งเกินไป สามารถเติมน้ำเปล่าต้มสุกใส่ลงไปพอให้ขลุกขลิกได้เช่นกัน จากนั้นตักราดบนไข่เจียว รับรองว่าอร่อยแซ่บสุดๆ…

Read more
สูตรผัดกระเพราไข่เยี่ยวม้าละมุนลิ้น

สูตรผัดกระเพราไข่เยี่ยวม้าละมุนลิ้น แสนอร่อย

สูตรผัดกระเพราไข่เยี่ยวม้าละมุนลิ้น

สูตรผัดกระเพราไข่เยี่ยวม้าละมุนลิ้น เคล็ดลับก่อนเข้าครัวการทำผัดกะเพราไข่เยี่ยวม้า

เนื้อหมูสับ ให้ใช้ เนื้อสันคอหมู ที่มี มันหมู และ เนื้อหมู นุ่มๆ โดยสับให้ละเอียด แต่คงความเป็น เนื้อหมู ชิ้นบ้าง จะได้ ความอร่อยของเนื้อหมู
เนื้อหมู ต้องใช้ เนื้อหมู ที่สดใหม่ ลักษณะหมูที่สดใหม่ คือ เนื้อแดงสด เนื้อหมูเด่ง ไม่มีเมือก และ ไม่มีกลิ่นเหม็นเน่า
กระเทียม ให้เลือกใช้กระเทียมไทย กลีบเล็ก จะให้กลิ่นหอมแสนอร่อย การทอดใบกระเพราให้ล้างใบกระเพราก่อน จากนั้นพักให้ใบกระเพราสะเด็ดน้่ำให้แห้งก่อน จากนั้นจึงทอด จะได้ใบกระเพราที่กรอบหอม ไม่ไหม้ ใบกระเพรา ให้ใช้ กระเพราแดง คัดเอาแต่ใบ ใบกระเพราแดง จะหอมมากกว่า ใบกระเพราเขียว ใบใหญ่ รสเผ็ดร้อนก็จะมากกว่า ใบกระเพราธรรมดา พริกสด ให้ใส่พริก 2 แบบ พริกขี้หนูสวน ให้บดละเอียด เพื่อให้ความสด และ พริกชี้ฟ้า ให้หั่นเฉียงให้สีสันสวยงาม ไข่เยี่ยวม้า ให้ใช้ ไข่เยี่ยวม้า สดใหม่ และให้นำ ไข่เยี่ยวม้า ไปต้มให้สุกก่อน เมนูนี้เราจะไม่ใส่ไข่เยี่ยวมาลงไปผัด เพราะ การผัดไข่เยี่ยวม้าจะทำให้ไข่แตกจากนั้น และ เละไม่น่ารัับประทาน
สำหรับคนที่ไม่ชอบไข่เยี่ยวม้าแบบสดๆ สามารถนำไข่เยี่ยวม้าชุบแป้งทอดได้

สูตรผัดกระเพราไข่เยี่ยวม้าละมุนลิ้น

ส่วนผสม

ไข่เยี่ยวม้า 4 ฟอง นำมาปลอกเปลือก และ หั้นครึ่ง
หมูสับ 100 กรัม
พริกชี้ฟ้า 5 เม็ด นำมาโขรกหยาบๆ
กระเทียมบด 1 ช้อนโต๊ะ
ใบกระเพรา 1 ถ้วย (หนึ่งหยิบมือ)
ซอสน้ำมันหอย 1 ช้อนโต๊ะ
น้ำปลา 1 ช้อนโต้ะ
น้ำตาลทราย 1 ช้อนชา
น้ำมันพืช สำหรับผัดและทอด

วิธีทำ

เริ่มจากตั้งกระทะน้ำมันให้ร้อน นำใบกระเพรา 1 กำมือ ลงไปทอด ให้ใบกรอบ จากนั้นนำมาพักให้สะเด็ดน้ำมัน
ตั้งกระทะน้ำมัน ประมาณ 3 ช้อนโต้ะ ใส่ พริกชี้ฟ้าและกระเทียมลงไปผัดให้หอม ใส่นเนื้อหมูสับลงไปผัด
ปรุงรสด้วย ซอสน้ำมันหอย น้ำปลา และ น้ำตาลทราย เติมน้ำลงไปนิดหน่อย ผัดให้ส่วนผสมเข้ากัน ผัดจนเนื้อหมูสุก ชิมรสชาติให้ได้ตามใจชอบ
ใส่ใบกระเพราลงไปผัด ปิดไฟกระทะได้
จัดหน้าจาน โดยให้วางไข่เยี่ยวม้าผ่าครึ่งลงบนจาน ราดด้วยผัดกระเพราหมูสับ และ โรยหน้าด้วยใบกระเพราทอด พร้อมรับประทานได้ทันที ทานคู่กับ พริกน้ำปลา…

Read more
มะระผัดไข่เค็มรสชาติกลมกล่อม

มะระผัดไข่เค็มรสชาติกลมกล่อม อาหารไทย เมนูไข่ เมนูมะระ

มะระผัดไข่เค็มรสชาติกลมกล่อม

มะระผัดไข่เค็มรสชาติกลมกล่อม เคล็ดลับก่อนเข้าครัว การทำมะระผัดไข่

การเลือกมะระ ให้เลือกมะระจีน ที่มีรอยหยักใหญ่ เนื้อมะระแข็งแน่น คั่วของผลมะระยังสดไม่แห้ง หรือ หลุดจากผล เทคนิคการทำให้มะระไม่ขม การทำให้มะระไม่ขม ต้องคว้านเอาไส้ขาวๆและเมล็ดออกให้หมด จากนั้นนำๆปต้มด้วยน้ำเกลือ 30 นาที และนำมาแช่เย็นให้มะระยังคงความสด
เทคนิคการลดความขมของมะระ ให้นำะระไปลวกก่อน ความขมของมะระจะออกมา แต่ลวกให้พอสุก และ นำไปแช่น้ำเย็นให้มะระแข็งเซ็ตตัว เป็นชิ้น ความขมของมะระจะออกไปอยู่ในน้ำลวกมะระ การเลือดไข่เค็ม เลือกใช้ ไข่เค็มที่ใหม่ๆ ซึ่ง ความเค็มของไข่จะไม่มากเกินไป การนำมาผัดไข่เค็ม ความเค็มจะทำให้เกิดความกลมกล่อม สำหรับไข่เค็มยอดนิยม คืิอ ไข่เค็มไชยา
เทคนิคการผัด ให้นำไข่ลงไปผัดก่อน ให้ไข่สุก จากนั้น จึงนำไข่เค็ม และ มะระลงไปผัด ความเค็มของไข่เค็ม จะช่วยลดความขมของมะระได้ น้ำมันที่ใช้สำหรับผัด ให้ใช้น้ำมันใหม่ ห้ามนำน้ำมันเก่ามาผัด เนื่องจากน้ำมันเก่าไม่ดีต่อสุขภาพ และทำให้อาหารมีกลิ่นของอาหารอื่นๆ ทำให้เสียรสชาติของอาหาร และที่สำคัญ อย่าใส่น้ำมันลงไปผัด มากเกินไป เนื่องจากน้ำมันจะทำให้มันเกินไป

มะระผัดไข่เค็มรสชาติกลมกล่อม

ส่วนผสม

ไข่เค็ม 1 ฟอง นำมาหั่นเป็นชิ้นเล็กๆ
ไข่ไก่ 1 ฟอง
มะระ 1 จาน โดยนำมาหั่นเป็นชิ้นบาง
กระเทียม 2 กลีบ นำมาสับให้ละเอียด
ซอสถั่วเหลือง 1 ช้อนโต้ะ
ซอสน้ำมันหอย 1 ช้อนโต๊ะ
น้ำตาลทราย 1 ช้อนโต้ะ
เกลือป่น
น้ำมันพืช สำหรับผัด 1 ช้อนโต๊ะ

วิธีทำ

เริ่มจากการเตรียมมะระก่อน นำมะระมาแช่น้ำเกลือก่อน 20-30 นาที จากนั้น นำมะระมาหั่นสำหรับนำมาทำอาหาร โดยให้คลุกเคล้าเกลือกับมะระ จากานั้นล้างให้สะอาด
ต้มน้ำให้เดือด นำมะระลงไปลวกให้สุก จากนั้นนำมาพักด้วยน้ำเย็นให้มะระเซ็ตตัว
เริ่มผัด โดย ตั้งกระทะ ใส่น้ำมันและกระเทียมลงไป เปิดไฟและเจียวกระเทียมให้ความร้อนของน้ำมันค่อยๆร้อนขึ้นทำให้กระเทียมหอม
ใส่ไข่ไก่ลงไปผัด ผัดให้ไข่ไก่สุก
จากนั้นใส่ ไข่เค็ม และ มะระ ลงไปผัด ปรุงรสด้วย ซอสถั่วเหลือง ซอสน้ำมันหอย และ น้ำตาลทราย ผัดให้ส่วนผสมต่างๆเข้ากัน
ตักใส่จานเสิร์ฟ รับประทานได้ทันที กับข้าวง่ายๆ ตาม ร้านอาหารไทย อาหารจานเดียว มะระผัดไข่เค็ม…

Read more
ข้าวผัดปูเนื้อเน้นๆ

ข้าวผัดปูเนื้อเน้นๆ การปรุงรสข้าวผัดต้องพอดี ไม่เผ็ด หรือ จืดเกินไป ที่สำคัญ เนื้อปู ต้องหอมอร่อย

ข้าวผัดปูเนื้อเน้นๆ

ข้าวผัดปูเนื้อเน้นๆ เคล็ดลับการทำข้าวผัดปู

ข้าวต้องใช้ข้าวหอมมะลิเก่า จึงจะได้ข้าวสวย นุ่ม และไม่อ่อนเกินไป
ข้าวเมื่อหุงเสร็จให้แช่ตู้เย็นเอาไว้ก่อนให้ข้าวเย็น เมื่อเวลาผัด ข้าวโดนความร้อนจะไม่เสียรูปเม็ดและนุ่นพอดี หากข้าวหุงสุกใหม่ๆมาผัดเลย เวลาโดนความร้อนจะทำให้ข้าวเละไม่น่ารับประทาน
วัตถุดิบต้องใช้วัตถุดิบที่สด ใหม่ และสะอาด เสมอ
การใช้ไฟในตอนผัดให้ใช้ไฟแรง แต่เมื่อนำข้าวลงไปผัดให้ลดความร้อนลงเป็นไปปานกลาง
การที่จะทำให้ปูไม่คาวต้องล้างให้สะอาด และนำไปนึ่งก่อน ให้เนื้อปูสุกก่อนที่จะนำมาผัดกับข้าวผัด

ข้าวผัดปูเนื้อเน้นๆ

 

ส่วนผสม

ข้าวสวย 1 ถ้วยตวง
เนื้อปู 4 ช้อนโต้ะ
ต้นหอมซอย 2 ช้อนชา
มะเขือเทศหั่น 2 ช้อนโต้ะ
ไข่ไก่ 1 ฟอง
น้ำตาล 1 ช้อนชา
ซอสน้ำมันหอย 1 ช้อนชา
ซอสปรุงรส 1 ช้อนโต้ะ
น้ำมันพืช 2 ช้อนโต้ะ
แตงกวาหั่น 3 ชิ้น และต้นหอม

วิธีทำ

ตั้งกระทะน้ำมันให้ร้อน นำไข่ลงไปผัดกับเนื้อปู ผัดจนไข่เริ่มแห้ง
นำข้าวสวยลงไปผัดให้เข้ากัน จากนั้นปรุงรสด้วย น้ำตาล ซอสปรุงรส และ ซอสน้ำมันหอย
นำ ต้นหอม และ มะเขือ ลงไปคลุกเคล้ากับข้าวผัด และเสริฟใส่จาน แต่งหน้าด้วย ต้นหอม และ แตงกวา ทานคู่กับ พริกน้ำปลาอพร้อมเสริฟ…

Read more
กุนเชียงรสชาติหวานอร่อย

กุนเชียงรสชาติหวานอร่อย สูตรกุนเชียง อาหารแปรรูปจากเนื้อหมู

กุนเชียงรสชาติหวานอร่อย

กุนเชียงรสชาติหวานอร่อย  เคล็ดลับก่อนเข้าครัว การทำกุนเชียง เนื้อหมู ต้องเลือกใช้เนื้อหมูที่สดๆ ใหม่ ไม่ใช้เนื้อหมูแช่แข็ง หรือ เนื้อหมูส่วนอื่นนอกจากสะโพก
การเตรียมเนื้อสะโพก ให้แล่เอาเอ็นหมูออกให้หมด ก่อนนำมาบด เนื่องจากเอ็นหมูจะทำให้เป็นมันแข็งๆ เคี้ยวไม่ได้ ทำให้เสียรสชาติของอาหาร
พริกไทยป่น ต้องใช้พริกไทยเม็ดนำมาป่นแบบสดๆ วันต่อวัน จะทำให้ได้พริกไทยที่หอม
การล้างไส้อ่อน เป็นขั้นตอนสำคัญ ต้องล้างให้สะอาด โดยล้างด้วยเกลือก่อน และ นำไปล้างด้วยสารส้ม จะไส้อ่อนสะอาด นำไปแช่น้ำแล้วน้ำใส
การล้างใส้อ่อนด้วยสารส้ม จะทำให้ไส้อ่อนเหนียว ไม่ขาดง่าย

กุนเชียงรสชาติหวานอร่อย

ส่วนผสม

เนื้อหมูสะโพก 7 กิโลกรัม นำมาบดให้ละเอียด
มันหมู 3 กิโลกรัม นำมาบดให้ละเอียด
น้ำตาลทราย 3.6 กิโลกรัม
เกลือ 400 กรัม
ผงพะโล้ 2 ช้อนโต้ะ
พริกไทยป่น 2 ช้อนโต้ะ
ไส้อ่อน 3 กิโลกรัม

วิธีทำ

เริ่มจากการหมักมันหมูก่อน โดยนำมันหมูมาบดให้หยาบๆ และนำมาหมัก โดยมันหมู 3 กิโลกรัม ใช้ น้ำตาล 1.8 กิโลกรัม เกลือ 200 กรัม พริกไทยป่น 1 ช้อนโต้ะ และ ผงพะโล้ 1 ช้อนโต้ะ นำส่วนผสมทั้งหมดมาผสมกับมันหมูให้เข้ากัน และนำมาหมักทิ้งไว้ก่อน 1 คืน
เริ่มหมักเนื้อหมู โดยนำเนื้อสะโพกหมูมาบด และนำมาหมัก โดย เนื้อสะโพกหมู 7 กิโลกรัม ใช้น้ำตาล 1.8 กิโลกรัม เกลือ 200 กรัม พริกไทยป่น 1 ช้อนโต้ะ และ ผงพะโล้ 1 ช้อนโต้ะ หมักทิ้งไว้ 30 นาที
จากนั้นนำเนื้อหมูหมัก และ เนื้อมันหมูหมัก มานวดผสมกัน นวดให้ มันหมูและเนื้อหมูผสมเข้ากัน หากมีเครื่องนวดก็จะทำให้มันหมูและเนื้อหมูเข้ากันง่ายขึ้น เมื่อได้เนื้อกุนเชียงแล้ว ก็นำมาพักเอาไว้ก่อน เตรียมนำมากรอกใส่ไส้อ่อน
เมื่อเราล้างไส้อ่อนเรียบร้อยแล้ว นำไส้อ่อนมาเตรียมกรอกเนื้อกุนเชียงใส่ในไส้อ่อน นำเนื้อกุนเชียงกรอกใส่ไส้อ่อน จะได้กุนเชียงดิบ แต่ยังไม่พร้อมรับประทาน นำเชือกมามันให้เป็นท่อนขนาดตามต้องการ
แล้นำกุนเชียงไปอบให้แห้ง ใช้เวลาอบประมาณ 7 วัน ก้จะได้กุนเชียงสีแดงแห้ง พร้อมที่จะรับประทานแล้ว…

Read more